วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ยิงถล่มบ้านครู ป่วนปะนาเระ

 25 พ.ค. 2562 04:49 น. | หมวดหมู่ เหตุร้ายรายวัน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ตร.กะพ้อบุกจับ ผู้ต้องหา'ไฟใต้'
คนร้ายบุกยิงถล่มครูเกษียณวัย 80 ปี ที่ปะนาเระ ปัตตานี จนพรุนแทบทั้งหลัง ขณะเจ้าของบ้านและภรรยากำลังนั่งดูทีวี หลบได้ทัน ไม่มีใครบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ตร.พบปลอกกระสุนนับสิบปลอก คาดเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ ส่วนที่กะพ้อ ตำรวจใช้อำนาจตามอัยการศึกบุกจับผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคง สารภาพเป็นคนนำอาวุธของขบวนการไปฝังดินในป่า พาไปขุดพบอุปกรณ์ประกอบระเบิด พร้อมกระสุนปืนจำนวนมาก ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 เผยเหตุร้ายช่วงเดือนรอมฎอนปีนี้ลดลงกว่าปีที่แล้วกว่า 60% เนื่องจากชาวบ้านให้ความร่วมมือมากขึ้น
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 24 พ.ค. ร.ต.ท. ธีรศานต์ มิ่งหมื่นไวย รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี นำเจ้าหน้าที่ร่วม 3 ฝ่าย พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบ บ้านเลขที่ 39/1 ม.2 ต.ปะนาเระ เนื่องจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนกราดยิงหลายนัด จนทำให้ได้รับความเสียหาย แต่โชคดีไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ตรวจสอบบ้านหลังเกิดเหตุ พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว สภาพประตูหน้าบ้าน กระจกบ้าน และผนังบ้านมีรู้กระสุน กระจายไปทั่ว นอกจากนี้กระสุนปืนทะลุถูกเครื่องใช้ภายในบ้านเสียหายหลายชิ้น ในที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนตกเกลื่อนถนนหน้าบ้าน ประกอบด้วยกระสุนปืน ขนาด 5.56 ม.ม. 6 ปลอก ขนาด 9 ม.ม. 11 ปลอก และหัวกระสุนปืน 9 ม.ม. 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
สอบสวนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นของนายบรรจบ พรหมแก้ว อายุ 80 ปี อดีตข้าราชการครูบำนาญ ขณะเกิดเหตุกำลังนั่งดูทีวีอยู่ภายในบ้านกับภรรยา ปรากฏว่ามีคนร้ายคาดว่าไม่ต่ำกว่า 3-4 คนใช้รถจยย.เป็นพาหนะขับมาจอดหน้าบ้าน ก่อนใช้อาวุธปืนกราดยิงใส่บ้านจนเสียงดังสนั่น ทั้งสองคนต้องหมอบกับพื้นเพื่อหลบกระสุน หลังสิ้นเสียงปืน จึงแจ้งเจ้าหน้าที่
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ. จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุ มีการเก็บวัตถุพยานจำนวนหลายจุด ซึ่งต้องรอผลตรวจ เชื่อว่าน่าจะรู้ตัวและกลุ่มที่ก่อเหตุ ตนกำชับให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบและไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัว พร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อม เนื่องจากช่วงเกิดเหตุน่าจะมีชาวบ้านเห็นรูปพรรณคนร้ายหรือบุคคลแปลกหน้าเข้ามาในหมู่บ้าน เชื่อว่าคนร้ายที่ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มก่อความไม่สงบชุดเดิมที่เคยก่อเหตุในพื้นที่ นอกจากนี้ยังกำชับและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดคุ้มครองตำบลและหมู่บ้านเพิ่มมาตรการคุมเข้มและดูแลความเรียบร้อยอย่างเต็มที่
ด้านพ.ต.อ.สายูตี กาเต๊ะ ผกก.สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วมนำตัวนายมะนัศรี สาแม ผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกเนื่องจากตกเป็น ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคงไปขุดหาอาวุธปืนเครื่องกระสุนและอุปกรณ์ประกอบระเบิด หลังจากได้ยอมรับสารภาพว่าเคยนำอาวุธมาฝังดินไว้บริเวณป่าละเมาะบ้านบือแนลาแล ม.8 ต.ปล่องหอย อ.กะพ้อ
เมื่อมาถึงจุดดังกล่าว นายมะนัศรีชี้จุดที่ฝังอาวุธ เจ้าหน้าที่จึงขุดพบถังพลาสติกสีน้ำเงินฝังปิดฝาไว้ เมื่อเปิดฝาออก พบของกลางจำนวนมาก จึงนำขึ้นมาตรวจสอบ ประกอบด้วย 5 รายการ คือ 1.อาวุธปืนลูกซอง 1 กระบอก พร้อมกระสุน 13 นัด 2.กระสุนปืน ขนาด 5.56 ม.ม. บรรจุในขวดน้ำ 8 ขวด จำนวน 1,537 นัด 3.กระสุนปืน ขนาด 7.62 ม.ม. 28 นัด 4.ส่วนผสมสารระเบิดบรรจุในโหลพลาสติก 1 โหล ซึ่งหากประกอบระเบิด อาจจะได้ระเบิดแสวงเครื่อง 5 ลูก และ 5.ซองกระสุนปืนยาว 2 ซอง ภายในบรรจุกระสุน 73 นัด
หลังจากตรวจพิสูจน์ของกลางทั้งหมดแล้ว จึงนำไปมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบหาที่มาที่ไปว่าของกลางทั้งหมดนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มใด คาดว่าน่าจะรู้ผลในอีก 2-3 วัน
วันเดียวกัน เวลา 09.10 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พ.อ.ธนาวีร์ สุวรรณรัตน์ รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กำหนดนโยบายงานเร่งด่วนสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย การแก้ไขปัญหายาเสพติด และการส่งเสริมการอยู่ร่วมกันภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมที่เข้มแข็งนั้น สำหรับการปฏิบัติในงานการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัยจะใช้การปฏิบัติเชิงรุก และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ด้วยการจัดกำลังเชิงรุก จำนวน 735 ชุดปฏิบัติการ เข้าไปอยู่ในบ้านตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อกดดัน จำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรงทั้งในหมู่บ้านเชิงเขา และหมู่บ้านเพ่งเล็ง เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ครอบคลุมพร้อมกันทุกพื้นที่ โดยปฏิบัติร่วมกับกำลังภาคประชาชน ซึ่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านต้องออกมาปฏิบัติงานร่วมกัน การจัดตั้งด่านตรวจ 1 ด่านตรวจต่อ 1 หมู่บ้าน เพื่อกดดันไม่ให้ผู้ก่อเหตุรุนแรงอาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ต้องหลบหนี ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้พี่น้องประชาชนในห้วงเดือนรอมฎอนอันประเสริฐที่ต้องการความสงบ ปราศจากเหตุรุนแรง สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างราบรื่น ทั้งนี้ ยังคงเปิดโอกาสให้เข้ารายงานตัว เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมตามโครงการพาคนกลับบ้าน
"จากการดำเนินการตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของแม่ทัพภาคที่ 4 ในการจัดชุดปฏิบัติการเชิงรุก จำนวน 735 ชุดปฏิบัติการ เข้ากดดันจำกัดเสรีผู้ก่อเหตุรุนแรง ครอบคลุมทุกพื้นที่ในห้วงที่ผ่านมาจะเห็นผลได้อย่างชัดเจนว่า สามารถควบคุม และลดการก่อเหตุรุนแรงลงได้อย่างเห็นได้ชัด เมื่อเทียบจากสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนใน 3 ปี ย้อนหลัง โดยเฉพาะห้วง 10 วันแรก และ 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน พบว่า ในปี 2559 มีการลอบวางระเบิดและการสูญเสียมากที่สุด และลดลงมาตามลำดับ โดยปี 2562 พบว่าสถิติการก่อเหตุรุนแรงในห้วงเดือนรอมฎอนลดลงจากปี 2561 กว่า 66 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ตอบรับตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของแม่ทัพภาคที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ยังคงเพิ่มมาตรการควบคุมพื้นที่ให้ปลอดภัย ควบคู่ไปกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเฉพาะห้วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน จึงขอให้พี่น้องประชาชนได้ปฏิบัติศาสนกิจ ในห้วงเดือนรอมฎอน แห่งความบริสุทธิ์อย่างเต็มที่ และขอความร่วมมือให้ช่วยกันเฝ้าระวัง เป็นหูเป็นตาหากพบสิ่งผิดปกติ หรือบุคคลที่ต้องสงสัยเข้ามาในพื้นที่ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครอง ในพื้นที่ หรือโทร.สายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งสามารถ แจ้งเบาะแสได้ที่ ตู้ ป.ณ.41 ป.ณ.ยะลา 95000" พ.อ.ธนาวีร์กล่าว
--จบ--

--ข่าวสด ฉบับวันที่ 26 พ.ค. 2562 (กรอบบ่าย)--
News Code: das frnt g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment
Related