วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์ จดหมายถึงเดลินิวส์

 04 ต.ค. 2562 02:04 น. | หมวดหมู่ การเจรจาเพื่อสันติ
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เอก วิภาวดี ake_Vipavadee@dailynews.co.th
เสนอแนะแนวทางดับไฟใต้
เรื่อง ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้
เรียน คุณเอก วิภาวดี
สืบเนื่องจากประมาณ 1 เดือนที่ผ่านมา ชุมชนคนไทยอาวุโส กรุงเทพมหานคร ได้เดินทางลงพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน เพื่อน ๆ และญาติ ข้าราชการตำรวจ ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปราบปรามพวกก่อการร้าย จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต จากการถูกลอบยิง ถูกลอบวางระเบิด รวมทั้งได้เดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุหลายแห่ง ทั้งสถานที่เกิดเหตุเก่าและสถานที่เกิดเหตุใหม่ และได้พบกับชาวบ้าน ราษฎรที่ทำมาหากินอยู่ในพื้นที่ พบว่ายังคงมีความหวาดผวากับการดำรงชีพในปัจจุบัน เพราะไม่กล้าให้ข่าวสารอะไรที่ชัดเจนมากนัก เนื่องจากเกรงจะได้รับผลกระทบต่อการดำรงชีพ
จากการตรวจสอบพบว่า ขณะนี้มีราษฎรในพื้นที่จริง ๆ เพียง 2-3 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น เนื่องจากไม่ค่อยมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้ามาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนได้อุ่นใจ ว่ามีตัวแทนของรัฐบาลหรือผู้บริหารประเทศ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อยู่กันอย่างอบอุ่นใจ
นอกจากนี้รัฐบาลย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่า มีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบแฝงตัวอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นตัวการสร้างปัญหาแบ่งแยกดินแดนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงพยายามก่อเหตุความรุนแรง ทำร้ายผู้บริสุทธิ์ เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ จึงอยากให้ฝ่ายปกครองร่วมกันปกป้องประเทศด้วย เพราะเหตุการณ์เกิดต่อเนื่องมายาวนานหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลที่ผ่าน ๆ มา ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะไม่ค่อยกล้าลงพื้นที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง เพียงแต่ส่งลูกน้องลงไปเท่านั้น
ดังนั้น จึงขอให้รัฐบาล รีบจัดส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว พร้อมทั้งเชิญนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และฝ่ายปกครองของประเทศเพื่อนบ้าน พบปะพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เพื่อปรึกษาหารือและทางออกร่วมกัน เพื่อคืนความสุขให้กับพี่น้องประชานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
ขอแสดงความนับถือ
คนไทยโบราณอาวุโส
ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย หรือ ไฟใต้ เป็นความขัดแย้งมาอย่างยาวนาน เป็นปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มก่อความไม่สงบหลายกลุ่มในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานีและนราธิวาส ลุกลามมาถึงบางอำเภอของจังหวัดสงขลามาอย่างต่อเนื่อง จนมีการเรียกร้อง ให้มีการเจรจาสันติภาพ เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่พี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยเร็ว
ประชาชนชุมชนคนไทยโบราณอาวุโส กรุงเทพมหานคร ส่งจดหมายมาถึงคอลัมน์จดหมายถึงเดลินิวส์ เรียกร้องขอให้รัฐบาล จัดส่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไปพบกับผู้นำของประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อปรึกษาหารือและทางออกร่วมกัน ในการคืนความสุขให้กับพี่น้องประชานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเร็ว
ถือเป็นข้อเสนอแนะแนวทางที่ดีเลยทีเดียว หากได้มีการพบปะพูดคุยกันทุกฝ่าย และเชื่อว่าน่าจะเป็นทางออกหนึ่งในการคืนความสงบสุขให้กับพี่น้องใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้และอีกส่วนหนึ่งของจังหวัดสงขลา
หนุนไทยห้ามบุหรี่ไฟฟ้า
เรื่อง อันตรายจากบุหรี่ไฟฟ้า
เรียน คุณเอก วิภาวดี
จากกรณีที่มีข่าวการป่วยและตายจากบุหรี่ไฟฟ้าในสหรัฐ อเมริกา เนื่องจากปัจจุบันมียอดตายพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง โดยประเทศไทยมีมาตรการที่ดี เพื่อคุ้มครองสุขภาพคนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า โดยห้ามนำเข้า ห้ามขาย และห้ามครอบครองบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ในหลายประเทศต่างเริ่มกังวลกับปัญหาสุขภาพที่เกิดจากบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเช่น ประเทศอินเดีย ประกาศห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2562
เนื่องจากนักวิชาการของอินเดีย ได้นำเสนอประเด็นข้อเท็จจริงถึงเหตุผลการห้ามบุหรี่ไฟฟ้า ประกอบด้วย 1. การที่กลุ่มบุหรี่ไฟฟ้ามักอ้างถึงรายงานของอังกฤษ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ.2558 ที่ระบุว่า บุหรี่ไฟฟ้าปลอดภัยกว่าบุหรี่ 95% แต่งานวิจัยไม่มีหลักฐานทางคลินิกและระบาดวิทยา แต่เป็นเพียงแบบจำลองกึ่งสมมุติฐานและเป็นเพียงการคาดเดาโดยเป็นแค่ความคิดเห็นของผู้เขียน 12 คน และ 1 ใน 3 มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยาสูบ
2.เหตุผลที่ไม่ควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าเหมือนบุหรี่ เพราะบุหรี่ไฟฟ้ากำลังช่วยอุตสาหกรรมยาสูบหานักสูบหน้าใหม่ เพื่อนำไปสู่การเสพติดนิโคติน การเพิ่มการเสพติดใหม่ จะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก และ 3.อินเดียไม่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพื่อการเลิกบุหรี่ เพราะ 80% ของผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้าในการเลิกบุหรี่ยังคงติดนิโคตินเช่นเดิม ขณะที่ นิโคตินเป็นสารเคมีที่เป็นอันตรายและอาจก่อมะเร็งอีกด้วย ที่สำคัญประสบการณ์จากสหรัฐอเมริกาชัดเจนว่าบุหรี่ไฟฟ้าทำให้เยาวชนเสพติด
ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ (ศจย.) ได้มีข้อเสนอเชิงนโยบายสนับสนุนคงมาตรการห้ามนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า แก่กระทรวงพาณิชย์ และเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จะตระหนักถึงภัยบุหรี่ไฟฟ้าที่คุกคามสุขภาพของพี่น้องประชาชนชาวไทย.

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 4 ต.ค. 2562
News Code: crim terr labor g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

Comment
Related