วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

คอลัมน์ พระพุทธ

 11 ก.ย. 2564 05:03 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ผศ.รังสรรค์ ต่อสุวรรณ
พระเครื่องที่มีอาวุโสและมีคุณค่าสูงสุดในจังหวัดภาคใต้ คือ พระหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี มีทั้งหมดหลายรุ่นหลายปี พระหลวงปู่ทวดสร้างครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2497 สมัยที่หลวงปู่ทิม ท่านเจ้าอาวาสวัดช้างให้ได้นิมิตรถึงหลวงปู่ทวด ซึ่งอยู่ในสมัยอยุธยา หลวงปู่ทวดได้ธุดงค์ไปยังภาคใต้สุดของประเทศไทย และสูญหายไปตั้งหลายร้อยปี จากนิมิตของ หลวงปู่ทิม จึงได้เดินทางไปขุดนำอังคารของหลวงปู่ทวดกลับ มาอาราธนาบรรจุในพระเจดีย์ที่หน้าวัดช้างให้ จังหวัดปัตตานี และในปี พ.ศ. 2497 หลวงปู่ทิมได้นิมิตถึงหลวงปู่ทวดอนุญาตให้สร้างพระหลวงปู่ทวดขึ้นเป็นครั้งแรก
โดยสร้างเป็นรูปหลวงปู่ทวดประทับบนฐานบัวสองชั้น โดยนำมวลสารของกากยายักษ์ที่กองไว้หลังกุฏิท่านเจ้าอาวาส หลวงปู่ทิมเป็นคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางการรักษาชาวบ้านที่ เจ็บไข้ได้ป่วย หลวงปู่จะปรุงยาสมุนไพรที่เหลือ นำไปเทกองเป็นภูเขาที่หลังกุฏิ เวลานานหลายสิบปี กากยาที่กองเป็นภูเขาจะเน่าเปื่อยเหมือนมูลดินผุๆ หลวงปู่ทิมได้รับนิมิตจากหลวงปู่ทวดให้สร้างพระหลวงปู่ทวดจากดินกากยายักษ์ ผสมกับมวลสารการสร้างพระคือผสมของปูนขาว กล้วย และน้ำอ้อย เป็นหลวงปู่ทวดพิมพ์ต่างๆ ตั้งแต่พิมพ์ใหญ่ พิมพ์กลาง และพิมพ์พระรอด
เนื่องจากการสร้างพระหลวงปู่ทวดเนื้อว่าน ปี พ.ศ. 2497 หลวงปู่ทิม ตั้งใจจะสร้างเป็นจำนวน 84,000 องค์ มีฤกษ์และกำหนดเวลาเทสร้างพระที่จำกัดเวลา จึงต้องใช้แม่พิมพ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก พิมพ์ใหญ์ พิมพ์กลาง และพิมพ์พระรอด หรือ พิมพ์เล็ก จึงมีอยู่หลายพิมพ์ ตำหนิการดูพระหลวงปู่ทวด นอกจากจะกดที่พุทธพิมพ์แล้ว พระผงหลวงปู่ทวดจะมีราผงว่านที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ที่แปลกปลอมไม่ได้ เป็นราว่านสีขาว อมเหลือง หรือสีขาวที่งอกออกมาจากเนื้อพระ ซึ่งพระ หลวงปู่ทวดที่สร้างในวัดอื่นๆ จะมีผิวและไม่ปรากฏราว่าน แต่ประการใด พระผงหลวงปู่ทวดที่สร้างจากผงยากากยายักษ์ เริ่มต้นจะเป็นสีเทาๆ และเมื่อกากยายักษ์ลึกลงไป สีของพระ เป็นสีดำขึ้น จนกระทั่งกากยายักษ์หมด เนื้อผงกากยายักษ์ จะเป็นส่วนผสมของดินมากขึ้น เนื้อพระจะเป็นสีดำ และมีส่วนผสมของดินมากขึ้น เนื้อพระจะแน่นเหมือน พระหลวงปู่ทวด พิมพ์กรรมการที่มีพุทธศิลป์ และเนื้อมวลสารแตกไปจากพระผงหลวงปู่ทวดที่สร้างในยุคต้นๆ ทั้งหมดจะสร้างในปี พ.ศ. 2479 ในคราวเดียวกันครับ.
* พระหลวงปู่ทวด เนื้อผงว่าน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่มีขีดข้างหูและมีตุ่มที่ไหล่ซ้าย ที่เราเรียกว่าพิมพ์ A วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2479 จังหวัดปัตตานี ของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ
พระหลวงปู่ทวด พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ A ตำหนิข้างหูมีขีดและมีตุ่มบนไหล่ซ้าย เป็นพระที่กดแม่พิมพ์ได้ลึกและสวยคมชัดยิ่ง เนื้อพระเป็นสีเทาค่อนข้างแน่น เพราะพระหลวงปู่ทวดส่วนใหญ่จะเป็นเนื้อฟ่ามๆ และมักจะมีรอยปริของเนื้อ แต่ พระหลวงปู่ทวด เนื้อว่านๆ ปี พ.ศ. 2479 องค์นี้ เป็นพระสวยที่สุด องค์หนึ่งเท่าที่พบมา ตำหนิแม่พิมพ์ที่บ่งชัดถึงความสวยงามคือ
1. หูข้างซ้ายขององค์พระจะเป็นขีดปลายแหลมทางนอนไปจนถึงเกือบขอบขององค์พระ คมชัดมาก
2. ที่ไหล่ซ้ายนอกองค์พระเล็กน้อย จะมีตุ่มกลมๆ นูน แลชัดเจนมากที่สุด
3. ตำหนิเอ็นคอด้านขวาจะคมชัดมาก
4. คราบราว่านสีเหลืองจะผุดงอกออกมาจากเนื้อพระ เป็นตำหนิที่สำคัญที่สุด องค์นี้ราจะงอกขึ้นทั่วทั้งองค์พระ ดูสวยงามมากที่สุด
พระหลวงปู่ทวดนั้น เป็นพระที่กดแม่พิมพ์และไม่มีการตัดขอบ องค์พระองค์นี้ขอบพระสมบูรณ์และสวยงาม มีส่วน ล้นพิมพ์เล็กน้อย องค์พระตั้งตรงสมดุลมาก เนื้อค่อนข้างแน่น สีเทาแห้งไม่มีรอยปริแยก พระเศียรกลมรีและตรง พระเนตรคมลึก มีจมูกขึ้นเป็นสัน ปากเป็นทรงกระจับที่คมชัด เส้นจีวรขนานกับเส้นสังฆาฏิเป็นแผ่นยาวลงมาที่ฝ่ามือ
มือขวาวางซ้อนบนมือซ้าย นั่งขัดสมาธิเพชร ขาซ้าย จะซ้อนใต้ขาขวา และชอนขึ้นบนตัก ฐานบัวสองชั้น มีราสีเหลืองผสมราสีขาวที่งอกผุดออกมาจากองค์พระเป็นจุดๆ พิมพ์หลังปั้นโค้งเล็กน้อย กลางองค์พระโรยด้วยแร่เป็นบางจุด ผิวมี ราเหลืองงอกจับบนผิวกระจัดกระจายโดยทั่ว เป็นเอกลักษณ์การดูพระแท้และสวยงามครับ
* พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 ลงชาดสีแดงแต่หลุดลอกออกเกือบหมดท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตารามองค์นี้แต่เดิมได้ลงชาด สีแดง แต่ได้หลุดลอกออกจนเกือบหมด ซึ่งเป็นองค์ที่กด แม่พิมพ์ได้ลึกมาก ลึกจนกระทั่งซุ้มเรือนแก้วดูล่ำใหญ่ ดูคล้ายจะเป็นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 1 แต่รูปทรงของพระสูงผอมจึงวินิจฉัยว่าเป็นพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 โดยเฉพาะไหล่ที่ตั้งฉากตรงไม่เว้าเป็นอกตัววี ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของพิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 4 เนื้อขององค์พระสีเหลือง มีมวลสารมาก นุ่มตุ๊บตั๊บ มีรอยรูพรุนเข็ม รอยหนอนด้น และเม็ดพระธาตุมีน้อย พระเศียรกลมรี พระกรรณคมชัดทั้งสองข้าง ใต้ซอกแขนจะเป็นชาดสีแดงและหนา ถือเป็นพระสมเด็จที่สมบูรณ์และสวยทีเดียว พิมพ์หลังเรียบ มวลสารสะเก็ดเป็นเม็ดๆ เหมือนแตกลายงาครับ.
* พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์ผอม เนื้อสีแดง วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก
พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์อ้วน และพิมพ์ผอม พิมพ์ผอมจะมีหน้ามีตาสมบูรณ์ สำหรับ พระนางพญาพิมพ์อกนูนใหญ่ องค์นี้ เป็นพระที่สวยสมบูรณ์ พุทธศิลป์เป็นพิมพ์ผอมที่ถูกต้อง แต่มีการล้างผิวจนไม่มีดินขี้กรุเลย และผิวตึงไม่มีรอยผดบนองค์พระเลย จะทำให้ดูไม่เหมือนพระวัดนางพญาที่จะต้องมีผิวผดซึ่งเป็นเม็ดกรวดทรายที่ฝังในองค์พระผิวดินที่หดตัวเป็นเม็ดๆ เราเรียกเป็นผดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของการดูพระนางพญาวัดนางพญาครับ.
* พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูมท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม มี 2 พิมพ์ คือ พิมพ์ของวัดระฆังโฆสิตารามเป็นพิมพ์ที่พระบาทข้างซ้าย ซ้อนใต้ตัก กับพิมพ์ของทางวัดบางขุนพรหม ซึ่งพระบาทข้างซ้ายจะห้อยใต้ตัก สำหรับพระสมเด็จวัดบางขุนพรหมองค์นี้ เป็นพิมพ์ของวัดระฆังโฆสิตาราม เป็นพิมพ์ที่ซ้อนใต้ตัก แต่กด แม่พิมพ์ได้ตื้นมาก แต่ก็เป็นเอกลักษณ์ของพระสมเด็จวัด บางขุนพรหม ที่แม่พิมพ์จะกดตื้นเป็นส่วนใหญ่ องค์พระมี รายละเอียดที่สมบูรณ์ ยกเว้นเส้นซุ้มเรือนแก้วด้านซ้ายขององค์พระที่ติดไม่เต็ม ผิวสะอาดมากมีเกล็ดและคราบขี้กรุแคลซียมเป็นเกล็ดเล็กๆ และเป็นคราบแคลเซียมที่ขาวโพลน องค์พระติดสมบูรณ์แต่ติดตื้นเท่านั้น พิมพ์หลังเป็นหลังเรียบ มีคราบแคลเซียมขี้กรุทั้งพิมพ์หลัง เป็นพระขอบตัดจากพิมพ์หน้าและมีรอยครูดเกิดขึ้นตามทฤษฎีของพระสมเด็จวัดบางขุนพรหม.

บรรยายใต้ภาพ
พระหลวงปู่ทวด เนื้อผงว่าน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่มีขีดข้างหูและมีตุ่มที่ไหล่ซ้าย ที่เราเรียกว่าพิมพ์ A วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2479 จังหวัดปัตตานี ของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ
พระนางพญา พิมพ์อกนูนใหญ่ พิมพ์ผอม เนื้อสีแดง วัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก ของ ส.พ.ธนัทกฤต กฤตกมลโรจน์
พระสมเด็จวัดบางขุนพรหม พิมพ์เกศบัวตูม ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ของคุณพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ
พระหลวงปู่ทวด เนื้อผงว่าน พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่มีขีดข้างหูและมีตุ่มที่ไหล่ซ้าย ที่เราเรียกว่า พิมพ์ A วัดช้างให้ ปี พ.ศ. 2479 จังหวัดปัตตานี ของอาจารย์รังสรรค์ ต่อสุวรรณ
พระสมเด็จวัดระฆังโฆสิตาราม พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ที่ 2 ลงชาดสีแดงแต่หลุดลอกออกเกือบหมด ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต พรหมรังสี ของคุณพรรษิษฐ์ ต่อสุวรรณ

ที่มา: นสพ.ผู้จัดการสุดสัปดาห์ 360 องศา ฉบับวันที่ 11 - 17 ก.ย. 2564
News Code: art g:manager g:agency g:paper p:asms v:paperl

Comment