วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

กยท.ลุ้นราคายางพุ่งยาวถึงปีหน้า

 27 พ.ย. 2562 02:50 น. | หมวดหมู่ เหตุร้ายรายวัน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

กรุงเทพธุรกิจ กทย. ระบุแนวโน้มราคายางปรับตัวสูงถึงปีหน้า หลังโรคระบาดลุกลามทำน้ำยางหายจากตลาด กว่า1 ล้านตัน สต็อกโลกลด ขณะความต้องการมากขึ้น
นายสุนันท์ นวลพรหมสกุล รักษาการผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย. (กยท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันผลผลิตยางในตลาดโลกอยู่ที่ 12.9 ล้านตัน น้อยกว่า ความต้องการใช้ที่ 13.1 ล้านตัน เนื่องจาก โรคใบร่วงระบาด ในมาเลเซีย อินโดนีเซียและทางภาคใต้ไทย คาดว่าจะส่งผล น้ำยางในตลาดหายไป 1 ล้านตัน ในจำนวนนี้ เป็นยางของไทย 6-7 แสนตัน
อีกทั้งตั้งแต่ ปี 2560 เป็นต้นมา รัฐบาลไทยส่งเสริมให้ลดพื้นที่การปลูกยางอย่างจริงจัง เกษตรกรบางส่วน เข้าร่วมโครงการโค่นยางเก่า ปีละ 4 แสนไร่ และหันไปปลูกพืชนิดอื่นแทน ส่งผลให้ ปริมาณน้ำยางที่ออกสู่ตลาดลดลง โดยจีน ซึ่งเป็นผู้ซื้อยางรายใหญ่ได้ระบายสต็อก ทำให้สต็อกยางโลกลดลงจาก 13 ล้านตัน ทำให้ราคายางในตลาดโลกปรับเพิ่มและดึงราคาในประเทศไทยสูงตาม
ประกอบกับปัจจุบันกยท.ได้ซื้อ และส่งออกยางได้เอง เบื้องต้นมีบันทึกข้อตกลงไว้กับ จีน อินเดีย และตุรกี รวมทั้งมีเป้าหมายจะเจาะตลาดตะวันออกกลาง แอฟริกา ผ่านช่องทางทูตพาณิชย์ทั่วโลก คาดว่าจะผลักดันให้ราคายางในประเทศปรับเพิ่มขึ้นจนถึงปีหน้า
โดยคาดว่าปี 2562 นี้ไทยจะผลิตยางได้ 5 ล้านตัน จากพื้นที่ 25 ล้านไร่ เป็นพื้นที่กรีด จำนวน 19-20 ล้านไร่ โดยกยท.ได้ส่งเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังโรคระบาด ทุกจุด พร้อมให้คำแนะนำเกษตรกรเพื่อลดผลกระทบจากโรคระบาด
ส่วนราคากลางเปิดตลาด เมื่อวันที่ 26 พ.ย. ราคาน้ำยางสดกิโลกรัมละ 38.30 บาท ยางแผ่นดิบคุณภาพดี ความชื้นไม่เกิน 3% กก.ละ 39.86 บาท และ ยางแผ่นรมควันชั้น 3 ไม่อัดก้อน 41.59 บาท ราคายางทุกชนิดเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับวันที่ 25 ต.ค. ที่น้ำยางสด 37.20 บาท ยางแผ่นดิบ 37.57 บาท และยางแผ่นรมควัน 39.70 บาท
นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่าจากการ ติดตาม ตรวจสอบและประเมินสถานการณ์โรคใบยางร่วง ขณะนี้มีการระบาด ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดตรังรวม 365,883 ไร่ หรือ 17% ของเนื้อที่กรีดได้ หากผลผลิตลดลง 30-50% ในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. 2562 จะส่งผลให้เกษตรกรสูญเสียรายได้รวม 253 - 423 ล้านบาทหรือเฉลี่ยเดือนละ 126 -211 ล้านบาท
หากไม่สามารถควบคุมและ ป้องกันการระบาดของโรคได้ จะทำให้ผลผลิต ของ 2 จังหวัด ในปี 2563 ลดลง 27,991 - 46,652 ตัน และเกษตรกรจะสูญเสียราย รวม 1,255 - 2,093 ล้านบาท ต่อปี หรือ เฉลี่ยเดือนละ 104 - 174 ล้านบาท

ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 27 พ.ย. 2562
News Code: eco agri g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related