วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ชงครม.ลดค่าเทอมนร.-มหา'ลัย

 15 ก.ค. 2564 02:48 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ช่วยแบ่งเบาผู้ปกครอง 'ป.ตรี-เอก'หย่อน50%
กระทรวงอุดมศึกษาฯ ชงครม.ลดค่าเทอม- ค่าธรรมเนียมการศึกษา 50% มหา'ลัยของ รัฐ ส่วนมหา'ลัยเอกชน ที่มีค่าเรียนสูงจะพิจารณาให้ลดหลั่นกันไปแต่ไม่ถึงครึ่ง หวั่นถูกถล่มเอื้อประโยชน์คนมีฐานะดี ยืนยันนายกฯ ไม่ผลักภาระให้ ผู้ปกครองและนิสิตนักศึกษา ท่ามกลางวิกฤตโควิด ม.ราชภัฏโคราช-ราชมงคลธัญบุรีโอดตลอดช่วงโควิดระบาดได้ลดค่าเทอม 10% แถมให้ผ่อนชำระได้มานานแล้ว หากให้ลดอีกรัฐต้องช่วยสมทบเพิ่ม อีกทั้งพ.ร.บ.งบประมาณเข้าสภาก็ถูกทั้งส.ส.และส.ว.หั่นงบฯ ลงอีก เผยถกรมว.อว.แล้ว รับปากช่วย ด้านสศค.ให้พักส่งเงินสำรองเลี้ยงชีพจากก.ค. ยาวไปถึงธ.ค.นี้ มุ่งช่วยให้แรงงานยังอยู่ในระบบต่อ ศูนย์วิจัยกรุงไทยหนุนมาตรการเยียวยามาถูกทางแล้ว แต่ยังไม่พอกับสภาพเศรษฐกิจโดยรวม เพราะจำกัดแค่ 10 จังหวัด ชี้หากก.ย.คุมระบาดได้ภาพธุรกิจกลับมาเปิดได้ต.ค. ลุ้นไตรมาส 4 เริ่มฟื้น ศบค.แจงคลินิกความงาม-ร้านเสริมสวยนอกห้างพื้นที่ 6 จังหวัด กทม.-ปริมณฑล เป็นอำนาจของกรรมการคุมโรคของแต่ละจังหวัดพิจารณาให้เปิดหรือไม่
ชงครม.-ลดค่าเทอม
จากกรณีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 13 ก.ค.2564 ให้กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พิจารณาหาแนวทางการลดค่าเทอม เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน หลังการยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และประกาศมาตรการเยียวยาลูกจ้างและผู้ประกอบการใน 10 จังหวัดสีแดงเข้ม ได้แก่ กรุงเทพฯ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา โดยมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐานให้กับประชาชนทั่วประเทศ มาตรการความช่วยเหลือบรรเทาค่าใช้จ่ายของประชาชนด้านอื่นๆ และมาตรการให้ความช่วยเหลือ ลูกหนี้ ตามข่าวที่เสนอมานั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 14 ก.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับรู้ปัญหาของทุกกลุ่ม และได้ประชุมหารือหน่วยงานด้านเศรษฐกิจเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือประชาชนในทันที ต่อมาครม.ได้สั่งการให้ ศธ.และสถานศึกษาหาแนวทางลดค่าเทอมในภาคเรียนที่ 1 /2564 และวางแผนร่วมกันในการเสนอโครงการที่รัฐจะร่วมสมทบส่วนลดบางส่วนให้แก่สถานศึกษา ให้เสนอครม. ภายใน 1 สัปดาห์ รวมถึงแนวทางการช่วยเหลือปัญหาทางการเงินแก่สถานศึกษาเอกชนด้วย เพื่อเราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน
ราชภัฏโอดถูกหั่นงบ-จี้รัฐช่วย
ด้านนายอดิศร เนาว์นนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มร.นม.) กล่าวว่า ตั้งแต่โควิด-19 ระบาด ระลอกแรก มร.นม. ได้ออกมามาตรการช่วยเหลือ เช่น ลดค่าเทอมให้นักศึกษา 10% ผ่อนจ่ายได้ 2 งวด ลดค่าธรรมเนียมหลักสูตรเฉพาะที่นักศึกษาต้องเรียน ลดค่าปรับลงทะเบียบเรียนช้า ลดค่าหอพักนักศึกษา 50% พร้อมจัดโครงการราชภัฏคืนโอกาส โดยหางานให้นักศึกษาได้ทำเพื่อหาเงินพิเศษ จัดหาทุนให้กับนักศึกษา และจัดคอมพิวเตอร์ให้นักศึกษาเรียนออนไลน์กว่า 300 เครื่อง ซึ่งปัจจุบันนี้ยังยึดมาตรการเหล่านี้ในการช่วยเหลือนักศึกษา
นายอดิศรกล่าวต่อว่า ขณะนี้มีกระแส เรียกร้องคืนค่าเทอมจากนักศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเข้าใจและเห็นใจ โดยเฉพาะนักศึกษาที่เรียนในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้เรียนที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจอย่างมาก เพราะผู้ปกครองได้รับผล กระจากสถานการณ์โรคโควิด-19 โดยตรง ประกอบกับช่วงนี้มีนักศึกษาส่วนใหญ่มาขอผ่อนผันจ่ายค่าเทอม หรือขอดร็อปเรียนเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องหาทางช่วยเหลือนักศึกษาเพิ่มเติม โดยยึดหลักว่ามหาวิทยาลัยต้องอยู่ได้ และนักศึกษาต้องได้รับช่วยเหลือ เยียวยา เพิ่มเติม โดยได้ข้อสรุปมาว่าจะคงมาตรการช่วยเหลือไว้ และจะลดค่าเทอมให้ 15%
"ผมอยากจะอธิบายให้ประชาชนและนักศึกษาเข้าใจว่า สถานการณ์โควิด-19 ไม่ได้สร้างผลกระทบให้กับผู้เรียน และผู้ปกครองเท่านั้น มหาวิทยาลัยก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในกลุ่มราชภัฏ ที่ถูกรัฐปรับลดงบประมาณไปครึ่งหนึ่งจากที่ยื่นของบประมาณไป และเมื่อเข้าสู่กระบวนการชี้แจงงบประมาณต่อคณะกรรมา ธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ก็จะมาขอปรับลดงบฯ ลงอีก ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยได้รับอุดหนุนจากรัฐ ลงลดมาก แต่ต้นทุนของมหาวิทยาลัยยังคงมี โดยเฉพาะการจ่ายเงินเดือนและเงินสวัสดิการของบุคลากร" นายอดิศรกล่าว
นายอดิศรกล่าวต่ออีกว่า ในสถานการณ์โควิด-19 มหาวิทยาลัยไม่ได้ไล่พนักงานหรืออาจารย์ออกเลย ซึ่งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด แม้จะมีพนักงาน หรืออาจารย์ส่วนหนึ่งที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐ แต่สัดส่วนที่มหาวิทยาลัยต้องจ่ายนั้น คิดเป็นครึ่งต่อครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือน ค่าสวัสดิการ ค่าตอบแทนอื่นๆ พร้อมกับต้องสนับสนุนสื่อการสอนในรูปแบบออนไลน์ให้อาจารย์ใช้สอนมากขึ้น จึงมองว่ารัฐบาลควรต้องเข้ามาช่วยเหลืออุ้มชูเด็กที่เป็นอนาคตของประเทศด้วย ดังนั้นการช่วยเหลือค่าเทอมของนักศึกษา แม้มหาวิทยาลัยช่วยลดค่าเทอมแล้ว รัฐก็ควรเข้ามาช่วยด้วย เงินที่รัฐกู้มากว่า 5 แสนล้านบาท ควรนำมาสนับสนุนเด็ก อย่าโยนภาระให้เด็กมาเรียกร้องกับมหาวิทยาลัยเพียงฝ่ายเดียว เพราะมหาวิทยาลัยอยู่กันอย่างยากลำบากมาก
มทร.เพิ่มทุน-รอ'อว.'ช่วย
ขณะที่นายสมหมาย ผิวสอาด อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี ในฐานะประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (ทปอ.มทร.) กล่าวว่า จากการหารือร่วมกับนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. ถึงการสนับสนุนช่วยเหลือค่าเทอมนักศึกษา ซึ่งทางภาครัฐยินดีช่วยเหลือเพิ่มเติม แต่ต้องรอประกาศอย่าง เป็นทางการจาก อว.อีกครั้ง อย่างไรก็ตามที่ประชุม ทปอ.มทร. จะหารือกันอีกครั้ง
นายสมหมายกล่าวต่อว่า ในส่วนของ มทร.ธัญบุรี ได้ลดค่าเทอมให้กับนักศึกษาปริญญาตรีทุกคนจำนวน 10% พร้อมกับจัดทุนการศึกษาให้ จากเดิมที่จัดทุนให้เด็กที่ยากจน3-5 ล้านบาท ก็จะเพิ่มเป็น 30 ล้านบาท ซึ่งจะช่วยเหลือเด็กยากจนที่ได้รับผล กระทบจากโรคโควิด นอกจากนี้มหาวิทยาลัย ยังมีกองทุนให้นักศึกษากู้ยืม 10 ล้านบาท ไม่เก็บค่าปรับที่นักศึกษาลงทะเบียนเรียนช้า และเพิ่มระยะเวลาช่วยเหลือในการผ่อนจ่าย ค่าเทอม เพราะแม้ว่าจะจัดการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ แต่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายไม่ต่างจากเดิม และที่ผ่านมาตั้งแต่ โควิด-19 ระบาดระลอกแรกมหาวิทยาลัย ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาทุกอย่าง ให้บุคลากรและนักศึกษาที่ติดโควิดทุกคน
อว.ชงลดค่าเทอมป.ตรี-เอก50%
รายงานข่าวจากอว.แจ้งว่า แนวทางการลดค่าเทอมที่ นายเอนก รมว.อว. จะเสนอต่อ ที่ประชุมครม.ในสัปดาห์หน้านั้น จะขอให้พิจารณาลดค่าเทอม และค่าธรรมเนียมการศึกษาของนักศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี โท และเอก ลง 50 เปอร์เซ็นต์ในส่วนของมหาวิทยาลัยของรัฐ แต่ในส่วนมหาวิทยาลัยเอกชนนั้นจะลดไม่ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ โดยจะได้ลดหลั่นกันมา เพราะเกรงว่าจะถูกครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับคนมีฐานะดี ซึ่งอว.กำลังพิจารณาดูตัวเลขในภาพรวมอยู่ เนื่องจากบางแห่งค่าเทอมสูงมาก ซึ่งทางอว.ยืนยันว่า นายกฯได้ให้นโยบายช่วยเยียวยาผู้ปกครองและนักศึกษาอยู่แล้ว ไม่ผลักภาระให้แน่นอน ซึ่งรัฐบาลยืนยันมีงบประมาณช่วยสนับสนุน
ทั้งนี้ ช่วงโรคโควิดระบาดเมื่อปี 2563 ทางนิสิตนักศึกษาและเครือข่ายผู้ปกครองก็ได้ยื่นเรื่องขอลดค่าเทอมลง 50 เปอร์เซ็นต์มาแล้ว และมาปีนี้นิสิตและนักศึกษาหลายสถาบันก็ออกมาเรียกร้องในเรื่องนี้เช่นกัน
พักส่งเงินสำรองเลี้ยงชีพถึงสิ้นปี
ด้านน.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้มีมาตรการขยายระยะเวลาการช่วยเหลือนายจ้างและลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด -19 จากเดิมที่ผ่อนผันให้ถึงงวดนำส่งเงินของเดือนมิ.ย. ให้หยุดหรือเลื่อนการนำส่งเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพชั่วคราวตั้งแต่งวดเดือนก.ค. จนถึงงวดเดือนธ.ค.2564 โดยนับอายุการเป็นสมาชิกกองทุนฯ ต่อเนื่อง และคงสมาชิกภาพไว้ภายใต้หลักการและแนวปฏิบัติเดิม โดยมุ่งหวังให้คงสถานะการเป็นสมาชิกกองทุน และสามารถออมผ่านกองทุน หลังจากที่สถานการณ์โรคคลี่คลาย เพื่อเป็นหลักประกันรายได้และนำไปสู่ความมั่นคงทางการ เงินเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ
ลุ้นคุมโควิดได้ศก.ฟื้นต.ค.
นายพชรพจน์ นันทรามาศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ศูนย์วิจัย กรุงไทย คอมพาส ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า มาตรการช่วยเหลือในระยะเร่งด่วนสำหรับ 10 จังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ มองว่าเป็นมาตรการเยียวยาที่ถูกต้องแล้ว เพียงแต่อาจยังไม่พอและมีผลไม่มากนักกับภาพเศรษฐกิจโดยรวม เพราะจำกัดแค่ 10 จังหวัด และหากภาครัฐจะมีมาตรการใดที่ออกมาในลักษณะที่ชักชวนให้ประชาชนออกมาใช้จ่ายในช่วงนี้ คงยังไม่เหมาะกับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่คาดหวังว่าหลังจากนี้เมื่อสถานการณ์ผู้ติดเชื้อ โควิดเริ่มดีขึ้น จะได้เห็นมาตรการในลักษณะวงกว้าง ซึ่งจะช่วยเข้ามาพยุงเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 4 โดยคาดหวังว่าภาครัฐจะมีมาตรการสนับสนุนให้ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอย ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเงินมาตรการคนละครึ่งจาก 3,000 บาท เป็น 6,000 บาท หรือมาตรการเราชนะ ที่จะช่วยให้เกิดบรรยากาศของการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน ที่ได้รับความนิยมมากในปีที่แล้ว ซึ่งถ้าเป็นไปตามที่ธนาคารคาดการณ์ โดยประมาณเดือนก.ย. สามารถควบคุมการระบาดของโควิดได้ และในเดือนต.ค. เริ่มเปิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้ ก็คาดว่าหลายๆ มาตรการของภาครัฐจะต้องเริ่มนำมาใช้ เพื่อให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้ในไตรมาส 4
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง มองว่า มาตรการเยียวยาในพื้นที่ 10 จังหวัด ถือเป็นมาตรการที่ต่อยอดขยายขอบเขตความช่วยเหลือที่กว้างขึ้น แต่ในทางกลับกันหากประเมินผลกระทบเชิงลบจากการแพร่ระบาดระลอกใหม่ และยกระดับมาตรการคุมโควิด ก็ถือว่ารุนแรงขึ้นเช่นกัน ดังนั้น มาตรการรอบนี้อาจไม่มีผลช่วยฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างมีนัยสำคัญ หากแต่น่าจะเข้ามาช่วยเชิงบรรยากาศการลงทุน ในภาวะที่ตลาดตอบรับเชิงลบไปแล้วมากพอสมควร รวมทั้งอาจ ส่งผลดีต่อบางกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
เสริมสวยนอกห้างเปิดได้
ที่ทำเนียบรัฐบาล พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) ตอบข้อซักถามถึงกรณีข้อสงสัย คลินิกเสริมความงาม ร้านตัดผม ร้านทำเล็บ ร้านสัก ในพื้นที่ล็อกดาวน์เปิดได้หรือไม่ว่า ตามข้อกำหนดฉบับที่ 27 ที่ได้ประกาศระบุ 6 จังหวัด คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี นครปฐม ปทุมธานี สมุทรสาคร สมุทรปราการ เท่านั้น ส่วนพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดใน 4 จังหวัดทางภาคใต้นั้นไม่ได้อยู่ในหลักการเดียวกันนี้
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า ในส่วนของที่ตั้งอยู่ภายในห้างสรรพสินค้า และนอกห้าง หรือคอมมูนิตี้มอลล์ ซึ่งส่วนที่อยู่ภายในห้างสรรพสินค้า เช่น ร้านตัดผม ร้านเสริมสวย ร้านทำเล็บ สักผิวหนัง คลินิกทันตกรรม คลินิกรักษาผู้มีบุตรยาก คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม รวมไปถึง ร้านบริการล้างรถ ซักรีด จะต้องปิดทั้งหมด ซึ่งโดยรวมแล้วกรมควบคุมโรคมี คำแนะนำว่าห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ จะเป็นที่รวมกลุ่มของคนจำนวนมาก แต่ถ้าร้านหรือคลินิกเหล่านั้นเปิดอยู่นอกห้าง ขอให้เป็นอำนาจการตัดสินใจของคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร หรือคณะกรรมการโรคติดต่อแต่ละจังหวัด ขอเน้นย้ำว่าหากเปิดดำเนินการแล้วมีรายงานผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น ก็เป็นไปได้ที่จังหวัดนั้นๆ จะพิจารณาสั่งปิดในโอกาสต่อๆไป อย่างไรก็ตามทราบว่ามีเจ้าของกิจการคลินิกหลายที่ได้ปิด ดำเนินการชั่วคราวเพื่อช่วยกันเวิร์กฟรอมโฮม ซึ่งต้องขอขอบคุณที่มีความเป็นห่วงและ ช่วยกัน แม้ต้องสูญเสียรายได้
เร่งช่วยไกล่เกลี่ยหนี้
นางอรัญญา ทองน้ำตะโก อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า กรมบังคับคดีได้เร่งให้ความช่วยเหลือ ผ่านโครงการ "บังคับคดีร่วมใจไกล่เกลี่ยช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้า และร้านค้า ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19" จัดขึ้นวันที่ 1 ก.ค.- 31 ส.ค.2564 ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท กรมบังคับคดี และสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ จำนวน 116 แห่ง
นางอรัญญากล่าวว่า กระทรวงยุติธรรม อยากเชิญชวนประชาชนที่ประสบปัญหาหนี้สินซึ่งศาลมีคำพิพากษาแล้ว และอยู่ระหว่างการบังคับคดี เข้าร่วมการไกล่เกลี่ยได้ โดยยื่นคำร้องขอไกล่เกลี่ยข้อพิพาทผ่านระบบออนไลน์ได้ทางเว็บไซต์กรมบังคับคดี www.led.go.th และแอพพลิเคชั่น Session call หรือ สอบถามได้ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท กรมบังคับคดี โทร.0-2881-4840, 0-2887-5072 หรือสายด่วนกรมบังคับคดี 1111 กด 79 และสำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ

ที่มา: นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 15 ก.ค. 2564
News Code: med cosm fin eco pol edu crim heal outb frnt g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment