วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ครม.เคาะเยียวยา'โควิด' แจกคนละ7พัน

 13 ม.ค. 2564 02:50 น. | หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ลดค่าน้ำไฟ-พักหนี้-กู้ดบ.ต่ำคนละครึ่งอีก1ล.สิทธิ20ม.ค.แท็กซี่-ท่องเที่ยวร้องอุ้มด้วย
'บิ๊กตู่'ลั่น รบ.มีเงินเพียงพอ ครม.เคาะเยียวยาลดค่าน้ำ-ค่าไฟ พร้อมแจกเงิน 3.5 พัน 2 ด.เข้า ครม.สัปดาห์หน้า เตรียมตำแหน่งงานเกือบ 6 หมื่นตำแหน่ง รอรับจบใหม่/ว่างงาน ท่องเที่ยววอนตั้งกองทุน-พักชำระหนี้
'บิ๊กตู่'เผยเคาะมาตรการเยียวยา
เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ว่า ได้หารือกับรองนายกฯ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงบประมาณและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในมาตรการเศรษฐกิจที่จะช่วยบรรเทาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ โดยมีมาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน ตัดสินใจร่วมกับ ครม.ให้มีส่วนลดค่าไฟฟ้าในระยะเวลา 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 2564 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้ไฟฟ้าฟรี 90 หน่วยแรก แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 150 หน่วยต่อเดือน จะมีส่วนลดค่าไฟฟ้าตามเงื่อนไขที่กำหนด
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทกิจการขนาดเล็กไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจให้สิทธิใช้ไฟฟ้าฟรี 50 หน่วยแรก และลดค่าน้ำประปาลงร้อยละ 10 สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและกิจการขนาดเล็ก ไม่รวมส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ เป็นระยะเวลา 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม 64 สำหรับค่าอินเตอร์เน็ต โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (เอ็มดีอีเอส) กสทช.และผู้ประกอบการ โดยมีมติให้เพิ่มความเร็วและความแรงของเน็ตบ้านและมือถือพร้อมลดค่าใช้จ่ายให้ผู้ใช้บริการได้ใช้อินเตอร์เน็ตได้ดียิ่งขึ้นเพื่อสนับสนุนการ work from home และให้ประชาชนสามารถโหลดแอพพลิเคชั่นหมอชนะฟรีไม่คิดค่าดาต้าระยะเวลา 3 เดือน
แจกเงินคนละ3.5พัน2เดือน
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ขณะที่โครงการคนละครึ่งจากการประเมินผล ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้มีการเปิดลงทะเบียนเพิ่มอีก 1 ล้านสิทธิ ปลายเดือนมกราคมนี้ ขณะที่เรื่องอื่นมีนโยบายให้เยียวยารายได้กับผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มครอบคลุมเหมือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นแรงงานนอกระบบ ผู้ประกอบอาชีพอิสระและเกษตรกร โดยเบื้องต้นให้ไปพิจารณาจำนวนเงินที่เหมาะสมอยู่ที่ประมาณ 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ซึ่งให้กระทรวงการคลังเสนอ ครม.พิจารณาในสัปดาห์หน้า โดยให้คำนึงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและแนวโน้มในอนาคต ดังนั้น วันนี้จึงขอแค่ 2 เดือนก่อน นอกจากนี้ ในเรื่องการช่วยเหลือผู้ประกอบการและประชาชนทั่วไป ปัจจุบันสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเสริมสภาพคล่อง ของธนาคารของรัฐยังมีวงเงินเหลืออยู่ประมาณกว่า 2 แสนล้านบาท โดยให้ กระทรวงการคลังประสานธนาคารแห่งประเทศ ไทยช่วยเหลือในเรื่องหนี้สินและการเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการและประชาชนโดยเร็ว เช่น สินเชื่อธนาคารออมสิน 10,000-15,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยต่ำ 0.1-0.35 ต่อเดือน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือต่างๆ อาจจะไม่มากนัก แต่อย่างน้อยก็บรรเทาความเดือดร้อนไปได้ระยะหนึ่งจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
เลื่อนสอบกพ.เร็วขึ้น-รับจบใหม่
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส่วนการช่วยเหลือประชาชนผู้ใช้แรงงานในระบบประกันสังคม เช่น การลดหย่อนเงินสมทบนายจ้างและผู้ประกันตน การเยียวยากรณีว่างงานให้ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษารวมถึงค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องสำรองเงินไปก่อน เพราะมาตรการส่งเสริมการจ้างงานรักษาระดับการจ้างงานโดยมอบหมายกระทรวงแรงงานไปแล้ว และการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยต้องเร่งพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ รวมถึงพิจารณามาตรการดูแลแรงงานนอกระบบประกันสังคมด้วย นอกจากนี้ การสอบราชการประจำปี ได้ให้สำนักงาน ก.พ.ให้มีการจัดสอบเร็วขึ้นจากทุกครั้ง เพื่อทดแทนข้าราชการที่เกษียณอายุไป และในส่วนของน้องๆ หลานๆ ที่จบจากมหาวิทยาลัยที่ยังไม่มีงานทำได้มีโอกาสมาสอบคัดเลือกในส่วนนี้ ซึ่งมี 2 ส่วน ได้แก่ การสอบทั่วไปจำนวนหนึ่ง และอีกส่วนก็จะมีสัดส่วนในการสอบเฉพาะคุณสมบัติตามวิชาชีพ จึงขอให้ทุกคนเตรียมกันไว้ด้วย และให้รอฟังการประกาศจากสำนักงาน ก.พ.ต่อไปเมื่อมีความพร้อม ซึ่งตนคิดว่าหลายคนก็มีความคิดอยากเป็นข้าราชการอยู่ รวมถึงคนรุ่นใหม่
"รัฐบาลผลักดันให้มีการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายประชาชนเพิ่มเติม เห็นถึงความเดือดร้อนของประชาชน และอีกเรื่องที่ได้มีการอนุมัติไปแล้วคือการขยายเวลาการลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจากปีที่ผ่านมา โดยลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 90% และยกเว้นการโอนค่าธรรมเนียมอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังและกระทรวงมหาดไทย (มท.) เร่งเสนอกฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกับ ครม.ต่อไป" นายกฯกล่าว
ย้ำรัฐบาลมีเงิน6แสนล.สู้โควิด
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความผ่าน เฟซบุ๊ก ตอนหนึ่งว่า ครม.มีมติอนุมัติมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ 1.มาตรการเสริมสภาพคล่อง บรรเทาภาระหนี้สินของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและประชาชน 2.มาตรการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนผู้ใช้แรงงาน การลดหย่อนเงินสมทบนายจ้าง และผู้ประกันตน เพิ่มสิทธิประโยชน์การว่างงาน ฯลฯ 3.มาตรการลดค่าใช้จ่ายประชาชน โดยการลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา และค่าอินเตอร์เน็ต
"ต้องขอย้ำรัฐบาลมีเงินเพียงพอสำหรับการดูแลเศรษฐกิจ ในรอบการระบาดใหม่นี้ เพราะเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผล กระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา เราใช้ไป 5 แสนกว่าล้านบาท ยังเหลือประมาณ 4.9 แสนล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีงบกลางของงบประมาณปี 2564 อีกประมาณ 1.3 แสนล้านบาท ซึ่งใช้ในกรณีฉุกเฉินและเร่งด่วน รวมกันแล้ว 6 แสนล้านบาท เรื่องเงินเราไม่มีปัญหา จะใช้เงินอย่างมีประสิทธิภาพ ตรงจุด และทันการณ์นั่นคือสิ่งสำคัญกว่า" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
คลังชงเราชนะเข้าครม.19 ม.ค.
ที่กระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจะจ่ายเงินให้ประชาชน 3,500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลา 2 เดือน ว่า ตัวเลขของผู้ที่จะได้รับสิทธิในโครงการนี้ยังไม่นิ่ง กำลังพยายามแจกจ่ายเงินส่วนนี้ให้ได้มากที่สุด จะมีความชัดเจนและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในวันที่ 19 มกราคมนี้ ทั้งนี้กลุ่มคนที่ได้รับสิทธิได้รวมกลุ่มประชาชน และกลุ่มเกษตรกรด้วย
นายอาคมกล่าวว่า การรับสิทธิในโครงการนี้จะแตกต่างกับโครงการคนละครึ่งที่ใครลงทะเบียนได้ก่อนก็จะได้รับสิทธิ แต่ในโครงการเราชนะนั้น ผู้ที่มีสิทธิไม่ได้เร่งรัดที่จะต้องลงทะเบียน จะได้รับเวลาสำหรับในการลงทะเบียน หากเป็นผู้ที่มีฐานข้อมูลอยู่แล้วจะถูกคัดกรองว่าผ่านเกณฑ์หรือไม่ หากผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ส่วนกลุ่มเกษตรกรอาจจะต้องลงทะเบียนเพิ่มเติม เพราะไม่มีฐานข้อมูลอยู่บนแอพพลิเคชั่น เราชนะ เบื้องต้นผู้ได้สิทธิน่าจะใกล้เคียงกับตัวเลข 40 ล้านคน ประมาณการจากโครงการเราไม่ทิ้งกัน
20มค.ลงทะเบียน'คนละครึ่ง'
นายอาคมกล่าวว่า มาตรการคนละครึ่ง จะเปิดให้ลงทะเบียนรอบเพิ่มเติม ในวันที่ 20 มกราคม หลังผ่านความเห็นชอบจาก ครม.ในวันที่ 19 มกราคม โดยมีสิทธิคงเหลือจากโครงการคนละครึ่ง เฟส 1 ประมาณ 5 แสนคน และเฟส 2 ประมาณ 5 แสนคน รวมเป็นประมาณ 1 ล้านคน ทั้งนี้ จำนวนสิทธิในเฟส 2 ต้องรอสรุปอีกครั้ง ว่าจะมีจำนวนผู้ไม่ใช้สิทธิภายใน 14 วันเท่าไรอีกครั้ง โดยผู้ที่ลงทะเบียนรอบเพิ่มเติมนั้น จะเริ่มใช้จ่ายได้ภายในวันที่ 25 มกราคม
พนง.รัฐ-ผู้มีรายได้สูงอด
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการเราชนะและโครงการคนละครึ่งนั้น สิทธิจะไม่ซ้ำซ้อนกัน รัฐบาลจะนำข้อมูลของประชาชนทั่วประเทศ มาคัดกรองว่าจะมีใครไม่ควรได้รับสิทธิ แล้วนำส่วนนี้มาตัดออกจากประชาชนทั้งหมด ผู้ที่อาจจะไม่ได้รับสิทธิ คือผู้ที่ได้รับการดูแลอยู่จากหน่วยงานอื่น อาทิ ผู้ที่อยู่ในประกันสังคม ตามมาตร 33 พนักงานราชการ ข้าราชการ หรือ พนังงานรัฐวิสาหากิจเป็นต้น หรือเป็นกลุ่มที่มีรายได้สูง
นายกฤษฎากล่าวว่า การลงทะเบียนหรือการรับสิทธินั้น รัฐบาลจะใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ในการพิจารณาผู้ได้รับสิทธิโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องมีการลงทะเบียนเพิ่มเติมแต่อาจจะมีการแจ้งเตือนเมื่อเป็นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ อาทิ กรณีผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าได้รับสิทธิเงินจากโครงการเราชนะจะถูกโอนเข้าในบัตรทันทีที่มีการแจกจ่าย หรือ กรณีผู้ที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ที่ได้ผูกบัญชีกับแอพพลิเคชั่น เป๋าตังแล้ว หากอยู่ในเกณฑ์ผู้ที่ได้รับสิทธิก็จะโอนเงินเข้าสู่ แอพพ์เป๋าตังให้อัตโนมัติ นอกจากนี้ กรณีผู้ที่ไม่มีฐานข้อมูลอยู่ในระบบ จะต้องทำการลงเบียน ช่องทางที่โครงการเราชนะกำหนด แล้วผูกบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อรับเงิน 3,500 บาท
ธปท.ช่วยลูกหนี้ฟุบจากโควิด
นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ กล่าวว่า ธปท.ได้ขอให้สถาบันการเงิน สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และผู้ประกอบธุรกิจที่มิใช่สถาบันการเงิน (ผู้ให้บริการทางการเงิน) เร่งช่วยเหลือลูกหนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว มีแนวทางให้ความช่วยเหลือดังนี้ 1.ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ เช่น ลดค่างวด ต่ออายุวงเงิน ลดอัตราดอกเบี้ย เป็นต้น 2.เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน และเสริมสภาพคล่อง 3.ผ่อนปรนเงื่อนไขอื่น สำหรับลูกหนี้เอสเอ็มอี ที่มีวงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100 ล้านบาท ภายใต้ พ.ร.ก.ซอฟต์โลน จะให้มีการชะลอการชำระหนี้ออกไปก่อน
นางวิเรขา สันตะพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกำกับและตรวจสอบสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธปท. กล่าวว่า มีการขยายเวลาให้ลูกหนี้รายย่อยสมัครรับความช่วยเหลือได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 จากเดิมที่ครบกำหนดในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยลูกหนี้สามารถสมัครขอรับความช่วยเหลือด้วยตนเอง หรือนายจ้างหรือเจ้าของกิจการสมัครขอรับความช่วยเหลือแทนลูกหนี้ได้ เช่น ในกรณีสินเชื่อสวัสดิการ โดยต้องได้รับความยินยอมจากลูกหนี้ที่เป็นพนักงานหรือลูกจ้าง เพื่อให้การขอรับความช่วยเหลือของลูกหนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทันเหตุการณ์
นางวิเรขากล่าวว่า สำหรับลูกหนี้รายย่อยได้แบ่งความช่วยเหลือออกเป็นดังนี้ 1.บัตรเครดิต เปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือ ขยายเวลาชำระหนี้ดอกเบี้ยไม่กิน 12% 2.บัตรกดเงินสด ลดอัตราผ่อนขั้นต่ำ ตามความสามารถในการชำระหนี้ หรือเปลี่ยนเป็นสินเชื่อระยะยาว 48 งวด หรือขยายเวลาชำระหนี้ ดอกเบี้ยไม่เกิน 22% 3.สินเชื่อส่วนบุคคลที่ผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% 4.สินเชื่อเช่าซื้อ (ไม่จำกัดวงเงิน) เลื่อนชำระค่างวด (เงินตันและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้ 5.สินเชื่อบ้าน (ไม่จำกัดวงเงิน) เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) 3 เดือน หรือ เลื่อนชำระเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ตามความเหมาะสม หรือลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้
ลดค่าไฟ2เดือนยึดบิลธ.ค.63
แหล่งข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถึงมาตรการทางเศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในส่วนของการลดค่าไฟฟ้า 2 เดือน ตามใบแจ้งหนี้เดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม 2564 ว่า มาตรการลดค่าไฟฟ้ารอบนี้จะช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยไม่เก็บค่าไฟสำหรับผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วย ขณะที่กลุ่มบ้านอยู่อาศัยขนาดใหญ่จะแบ่งเป็น 2 กรณี ประกอบด้วย 1.กรณีการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนน้อยกว่าหรือเทียบเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าตามบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ให้คิดค่าไฟฟ้าตามหน่วยการใช้ไฟฟ้าจริงประจำเดือนนั้นๆ
แหล่งข่าวกล่าวว่า 2.กรณีการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าตามบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 จะแบ่งเป็น 3 กลุ่มย่อยคือ กลุ่มแรก หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนไม่เกิน 500 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 กลุ่มสอง หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่า 500 หน่วย แต่ไม่เกิน 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อย 100 บวกด้วย หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อยละ 50 และกลุ่มสาม หากการใช้ไฟฟ้าประจำเดือนมากกว่า 1,000 หน่วย ให้คิดค่าไฟฟ้าเท่ากับหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อย 100 บวกด้วย หน่วยการใช้ไฟฟ้าที่มากกว่าหน่วยการใช้ไฟฟ้าของบิลค่าไฟฟ้าประจำเดือนธันวาคม 2563 ในอัตราร้อยละ 70
สทท.วอนตั้งกองทุน-พักหนี้
นายชำนาญ ศรีสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า มติของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่องและลูกหนี้ของธนาคารพาณิชย์ออกมา ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือในเงื่อนไขของกระทรวงการคลังและประสานธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น มองว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องการให้ช่วยเหลือ เนื่องจากขณะนี้รายได้ของธุรกิจไม่มี แต่รายจ่ายมีเท่าเดิม ทำให้ต้องมีสภาพคล่องมาเติม เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินต่อได้ ที่ผ่านมามองว่า การกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ อาจไม่ง่ายนักในภาวะวิกฤต แต่หากมีวัคซีนต้านไวรัสเข้ามา ภาคการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วแน่นอน จึงขอวิงวอนให้ช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในรูปแบบการจัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือธุรกิจในภาคการท่องเที่ยวโดยเฉพาะ หรือการหยุดพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 1 ปี ส่วนนี้ถือว่าเป็นแนวทางการช่วยเหลือที่ทำให้ธุรกิจยังยืนต่อไปได้ แม้จะไม่มีเงินเติมเข้ามาช่วยก็ตาม
นายชำนาญกล่าวว่า ด้านมาตรการช่วยเหลือในส่วนของแรงงาน ที่กระทรวงแรงงานจะเร่งรัดดำเนินโครงการส่งเสริมการจ้างงานใหม่สำหรับผู้จบการศึกษาใหม่โดยภาครัฐและเอกชน รวมทั้งพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและผลกระทบที่เกิดขึ้น มองว่าเป็นแนวทางที่ดี เนื่องจากแรงงานในภาคการท่องเที่ยวกว่า 20 ล้านคน เมื่อเกิดการระบาดโควิด-19 ขึ้นรอบแรก เกิดการเลิกจ้าง มีแรงงานตกงานค่อนข้างมาก การจ้างแรงงานจบใหม่เพิ่มเติมถือเป็นการช่วย อย่างไรก็ตาม อยากให้ช่วยแรงงานที่ตกงานไปก่อนหน้านี้ด้วย หากรัฐเข้ามาแนะนำให้แรงงานเหล่านี้มีงานอื่นทำ หรือปรับเปลี่ยนสายงานได้ จะเป็นการช่วยเหลือที่ดีมากขึ้น
หามาตรการช่วยในอีก3เดือน
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกฯ แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ครม.แจ้งให้แต่ละหน่วยงานดำเนินการเพิ่มเติม เพื่อเตรียมมาตรการอื่นๆ ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมในช่วง 3 เดือนจากนี้ โดยเบื้องต้นจะเป็นการบรรเทาภาระหนี้สินที่จะมีสถาบันการเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง และมาตรการช่วยเหลือด้านแรงงาน และนายจ้างที่ได้รับผลกระทบ การบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน ฯลฯ
"ครม.เห็นชอบการยกเว้นภาษีให้ประชาชนที่ได้รับประโยชน์จากมาตรการของรัฐ เช่น มาตรการชดเชยรายได้ให้แก่ลูกจ้างสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการกำลังใจ โครงการคนละครึ่ง ฯลฯ ซึ่งกระทรวงการคลังประเมินตัวเลขที่จะทำให้ตัวจัดเก็บหายไปจากระบบอยู่ที่ 30,360 ล้านบาท" โฆษกฯกล่าว
พณ.เดินหน้าลดราคาสินค้า
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนของ พณ.ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ว่าจะเดินหน้าโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน ตอนนี้อยู่ในล็อตที่ 8 จะหมดอายุวันที่ 31 มกราคมนี้ มีสินค้าจำนวนมากเข้าร่วมลดสูงสุดถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ประชาชนสามารถไปเลือกซื้อได้ หลังจากช่วงดังกล่าวแล้วให้อธิบดีกรมการค้าภายใน ไปดูอยู่ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไปได้อีกบ้าง โดยจะปรึกษากระทรวงการคลัง อย่างไรก็ตาม โครงการดังกล่าวไม่ได้ใช้งบประมาณ แต่อาศัยความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อลดราคาสินค้าและค่าบริการประชาชนยามยาก
"สถานการณ์การระบาดโควิด-19 ระลอกใหม่ กระทบการค้าขายอย่างไรบ้าง ที่เห็นชัดคือการค้าชายแดนกระทบการส่งออกผ่านแดน อย่างชายแดนเมียนมาลดลงไป 30-40 เปอร์เซ็นต์ ลาว กัมพูชา เฉลี่ยที่ 10-20 เปอร์เซ็นต์ เป็นภาวะวิกฤตที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งส่งผลกระทบไปถึงตัวเลขการส่งออกด้วย นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ที่มีออเดอร์แต่ไม่มีตู้ใส่ ซึ่งเป็นปัญหาของหลายประเทศ เนื่องจากตู้ไปค้างที่สหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปเป็นจำนวนมาก ตอนนี้เร่งแก้ปัญหาอยู่ร่วมกับภาคเอกชน" นายจุรินทร์กล่าว
เตรียม5.8หมื่นตำแหน่งรับมือ
นายสุชาติ พรชัยวิเศษกุล อธิบดีกรมการจัดหางาน (กกจ.) กล่าวว่า ตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เดือนธันวาคม 2563 ถือว่ามีผู้ที่ขึ้นทะเบียนขอใช้สิทธิ และรายงานตัวกรณีว่างงานจำนวนน้อยที่สุด โดยไตรมาสสุดท้ายของปี 2563 เดือนธันวาคม มีผู้ขึ้นทะเบียนว่างงาน 82,238 คน รายงานตัว 539,474 คน กกจ.คาดการณ์ว่าอาจจะมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงได้รวบรวมตำแหน่งงานว่างจากนายจ้าง/สถานประกอบการที่ยังมีความต้องการจ้างงาน จำนวน 58,151 อัตรา มีตำแหน่งงานรองรับทุกระดับการศึกษา และอัตราค่าจ้างเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยตำแหน่งงานว่างทั่วประเทศ 10 อันดับแรก ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ได้แก่ 1.แรงงานในด้านการผลิตต่างๆ แรงงานทั่วไป 2.แรงงานด้านการประกอบอื่นๆ 3.แรงงานด้านการผลิต 4.พนักงานขาย และผู้นำเสนอสินค้าอื่นๆ 5.ตัวแทนนายหน้าขายบริการธุรกิจอื่นๆ 6.พนักงานจัดส่งสินค้าอื่นๆ 7.เจ้าหน้าที่เก็บเงิน, แคชเชียร์ 8.พนักงานบริการอื่นๆ 9.พนักงานขายสินค้า (ประจำร้าน), พนักงานขายของหน้าร้าน และ 10.ตัวแทนขายผลิตภัณฑ์
แท็กซี่-รถบัสยื่นหนังสือร้องรบ.
ที่ศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล สมาพันธ์แรงงานแท็กซี่ไทย ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการรถยนต์รับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 เนื่องจากได้รับผล กระทบกับรายได้ในการทำมาหากินของสมาชิกสมาพันธ์ฯที่มีความยากลำบากมากขึ้นในการแพร่ระบาดรอบนี้ทั้งที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่การระบาดระลอกแรก ขอความเห็นใจและความอนุเคราะห์จากนายกฯให้ช่วย อาทิ การพักชำระหนี้ เป็นเวลา 3-6 เดือน หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย, ให้จ่ายค่างวดน้อยลงประมาณ 25% ของค่างวดเดิม ขอให้ผู้ประกอบการแท็กซี่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งของภาครัฐ ฯลฯ นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ประกอบการรถบัสไม่ประจำทาง ยื่นขอให้ช่วยเหลือ ดังนี้ 1.พักชำระหนี้ไฟแนนซ์ ธนาคารสินเชื่อส่วนบุคคล เจ้าหนี้ในและนอกระบบ 2.ขอให้ลดดอกเบี้ย จากไฟแนนซ์ธนาคารสินเชื่อส่วนบุคคล เจ้าหนี้ในและนอกระบบ 3.ขอให้รัฐจัดหาแหล่งเงินทุนสำรอง 4.ขอให้ลดอัตราค่าต่อภาษี ลดเบี้ยประกันภัยและพระราชบัญญัติ 5.ให้รัฐบาลลดอัตราค่าปรับ เนื่องจากการกระทำผิดกฎจราจร เช่น ตรวจควันดำ
ระยองจี้ช่วยพักหนี้-ซอฟต์โลน
ที่ จ.ระยอง นายนพดล ตั้งทรงเจริญ ประธานหอการค้า จ.ระยอง กล่าวว่า มาตรการเยียวยาธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รอบใหม่ครั้งนี้ ว่าการปรับเกณฑ์เพื่อให้เข้าถึงแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ตามข้อเสนอจากกระทรวงท่องเที่ยว เรื่องนี้เห็นด้วยเรื่องซอฟต์โลน ทางหอการค้าระยองกำลังจะพูดคุยกันเพื่อยื่นต่อทาง จ.ระยอง คือเรื่องการพักชำระหนี้ สถานการณ์โควิดคราวที่แล้วพักชำระหนี้ไป 6 เดือน เอากลับมาคิดดอกเบี้ย แล้วรวมทั้งดอกเบี้ยของเก่าด้วย เศรษฐกิจแบบนี้ไม่มีจะจ่าย โดนปิดสถานประกอบการหลายๆ แห่ง อยากให้ภาครัฐดูแลเรื่องของซอฟต์โลน กับเรื่องการพักชำระหนี้ เป็นเรื่องสำคัญ มาตรการเรื่องการท่องเที่ยว ตอนนี้ช่วยอย่างไรก็แล้วแต่ มันไม่มีคนมาเที่ยว ส่วนกรณีภาครัฐและเอกชนหรือโคเพย์ ร่วมกันจ่ายคนละครึ่งฝ่ายละ 50% ยังไม่รู้ว่ามาตรการนี้มันจะไหวไหม เพราะว่าวันนี้มันเหลือนักท่องเที่ยวแค่ 10% ถ้าช่วยครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งก็ยังต้องควักทุนคือมันจะต้องออกมาตรการช่วย แต่การช่วย มันต้องเอาเรื่องการพักชำระหนี้ คือต้องทำหลายอย่างพร้อมๆ กันทั้งพักชำระหนี้ ทั้งกู้ถูก หรือกู้แบบไม่มีดอกเบี้ย โดยแบ่งเป็นภาค ภาคท่องเที่ยวช่วย 100% ภาคธุรกิจค้าปลีก 70-80% อันไหนหนักช่วยมาก มันกระทบกระเทือนกันไปหมด ไม่มีธุรกิจไหนที่ตอนนี้อยู่ได้เลย สำหรับข้อเสนอคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เสนอให้เพิ่มวงเงินโครงการคนละครึ่งจาก 3,500 บาทต่อคน เป็น 5,000 บาทต่อคน ขยายเวลาออกไปอีก 3 เดือน และลดค่าไฟ เป็นเรื่องดี
โต๊ะลาวถูกยกเลิกสูญหลายแสน
ที่ จ.นครราชสีมา นางจรัส การถาง เจ้าของร้านโต๊ะลาว ต.บัวใหญ่ อ.บัวใหญ่ กล่าวว่า หลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นทำให้ทางจังหวัดมีมาตรการคุมเข้มร้านอาหาร สถานบริการต่างๆ ทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะนั่งรับประทานที่ร้านอาหาร เช่นเดียวกับร้านของตน ที่รับบริการจัดโต๊ะลาว เป็นการจัดบริการอาหารเคลื่อนที่ แบบโต๊ะจีน แต่จะใช้อาหารอีสานทั้งหมด ปกติตนจะรับจัดงานกลางแจ้ง เช่น การบวช งานแต่ง งานขึ้นบ้านใหม่ หรืองานบุญต่างๆ ซึ่งหลังจากมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ลูกค้ามายกเลิกงานจำนวนมากกว่า 10 งาน ทำให้ขาดรายได้ไปจำนวนกว่า 7 แสนบาท ส่งผลกระทบต่อทางร้านและลูกจ้างจำนวนกว่า 10 คน ที่ต้องตกงาน ไม่มีงานทำ
เทกระจาดสินค้า-ลดต้นทุนค่าเช่า
ที่ จ.ภูเก็ต บริเวณพูนผลไนท์พลาซ่า อ.เมือง พบว่ามีประชาชนจากหลากหลายสาขาอาชีพ ต่างมาเดินเลือกซื้อสินค้าที่เนื่องจากมีราคาลดกว่าปกติ และสินค้าบางอย่างไม่มีขายในพื้นที่ โดยสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าเครื่องครัว ที่ผลิตจาก สแตนเลสทั้งหมด อาทิ กระทะสแตนเลส หม้อ สแตนเลส กาต้มน้ำขนาดต่างๆ และสินค้าเครื่องครัวมากมายหลายชนิด ทั้งนี้ เจ้าของสินค้ากล่าวว่า ได้มีการนำสินค้ารับตรงจากโรงงานจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา มาขายในบริเวณนี้ได้ 3 วันแล้ว โดยเป็นสินค้าที่เปลี่ยนรุ่นไปบ้างก็เลยลดราคาแก่ผู้ที่มาชื้อ โดยผู้ซื้อสามารถมาเลือกดูสินค้าตามที่ตนต้องการ และสินค้าทุกชิ้นจะมีการลดราคาให้ตลอด ทั้งนี้ ได้นำสินค้ามาวางขายตรงนี้ เนื่องจากเป็นการลดค่าใช้จ่าย หากไปเช่าตามแผงตลาดนัด หรือตามตลาดต่างๆ ทำให้มีค่าใช้จ่ายมากขึ้น สู้ค่าที่ไม่ไหว ทางร้านจึงได้มาขายตรงนี้ก็เสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก
หุ้นปิดบวก3.36จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานภาวะหุ้น วันที่ 12 มกราคม ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในแดนลบสลับบวก เปิดตลาดภาคเช้าระดับ 1,536.49 จุด ปิดตลาดภาคบ่ายระดับ 1,539.85 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 3.36 จุด หรือ 0.22% โดยดัชนีทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,542.65 จุด ทำจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,528.50 จุด มูลค่าการซื้อขายที่ 90,163.85 ล้านบาท
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทย ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในกรอบแคบ ไร้ปัจจัยใหม่เข้าสนับสนุน และมีแรงกดดันจากจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 รายใหม่ภายในประเทศ ที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดัชนียืนหลุดลงไปเคลื่อนไหวในแดนลบกว่า 7.99 จุด ก่อนกลับมาเคลื่อนไหวและปิดในแดนบวกได้ แม้จะเป็นภาพของการบวก แต่ช่วงบวกค่อนข้างลดลง เริ่มเห็นหุ้นขนาดกลางกลับมาโดดเด่น สวนทางกับหุ้นขนาดใหญ่ที่เริ่มพักตัว เป็นสัญญาณของการพักฐานในระยะถัดไป
ทองคำดีดบาทละ150บาท
ด้านราคาทองคำในประเทศตลอดวันปรับเพิ่มขึ้น 150 บาท สมาคมค้าทองคำมีการปรับเปลี่ยนราคาทองคำ 5 ครั้ง ปรับราคาเพิ่มขึ้น 4 ครั้ง ครั้งละ 50 บาท และปรับลดลง 1 ครั้ง 50 บาท ทำให้ราคาทองแท่งขายออก อยู่ที่ 26,550 บาท รับซื้อ 26,450 บาท ส่วนทองรูปพรรณ ขายออก 27,050 บาท รับซื้อ 25,969.08 บาท
น.ส.ศิริลักษณ์ ปโกฏิประภา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัท ฮั่ว เซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมตลาดทองคำปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่เริ่มอ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับความวุ่นวายทางการเมือง เนื่องจากพรรคเดโมแครตวางแผนที่จะฟ้องร้องนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ หลังจากถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ปลุกระดมให้เกิดการจลาจลก่อนม็อบสนับสนุน ทรัมป์บุกเข้าไปก่อเหตุรุนแรงในทำเนียบขาว คาดว่าสภาผู้แทนราษฎรจะเริ่มการพิจารณาถอดถอนนายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งในวันที่ 13 มกราคมนี้ จึงอาจส่งผลต่อการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ให้มีความล่าช้ามากขึ้น

ที่มา: นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 13 ม.ค. 2564
News Code: jwl sme bus ret comm tran food it tel fin eco sto pol trav labor infra frnt g:matichon g:agency g:paper g:mati p:mtcd v:paperl

Comment