วันจันทร์ที่ 09 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ไทยโพสต์: ร่วมใจแก้ปัญหาไฟใต้

 13 พ.ย. 2562 03:58 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาค ใต้ หลังเกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อมจุดตรวจชุดรักษา ความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ตำบลลำพะยา อำเภอ เมืองยะลา จังหวัดยะลา จนทำให้มี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 ราย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 แม้จะไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่องตามมา เพราะเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง เพิ่มความเข้มงวดในมาตรการต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ช่วงนี้ แต่ก็ใช่ว่าจะเงียบสงบอย่างถาวรยั่งยืน เมื่อวันเวลาผ่านไปความเข้มงวดลดลง ทุกอย่างเริ่มผ่อนคลาย เหตุการณ์ความไม่สงบ เหตุการณ์ความรุนแรงรายวันก็จะวนกลับมาซ้ำๆ อีกไม่รู้จบสิ้น หากเราไม่เริ่มต้นนำบทเรียนมาทบทวน มาขบคิด มาพิจารณาหาวิธีแก้ปัญหาร่วมกัน แล้วปล่อยให้รัฐบาล หน่วยงานด้านความมั่นคง ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง แก้ไขแต่เพียงฝ่ายเดียว ก็เชื่อว่าไม่มีวันที่สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสงบลงได้
การที่ทุกภาคส่วนต่างพร้อมใจกันออกมาประณามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านของตำบลลำพะยา ซึ่งเป็นชาวบ้านธรรมดาทั้งชายและหญิง ที่ลุกขึ้นมาปกป้อง คุ้มครองดูแลหมู่บ้านตัวเอง เพียงเพื่อไม่ให้คนในหมู่บ้านตกเป็นเหยื่อ ตกเป็นเป้าหมายความรุนแรง จนเกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ถือเป็นการแสดงพลังของสังคมที่ไม่ยอมรับความรุนแรง และไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้ก่อเหตุได้รับรู้ รับทราบว่าสิ่งที่กระทำลงไปสังคมไม่ได้ให้การยอมรับหรือสนับสนุน มิหนำซ้ำยังต่อต้านและไม่พอใจ ที่สำคัญไม่ต้องการให้เกิดขึ้นอีก
โดยเฉพาะสำนักจุฬาราชมนตรีได้ออกแถลงการณ์ประ ณามการกระทำอันโหดเหี้ยมครั้งนี้ ที่ได้กระทำต่อประชาชนที่อาสามาดูแลความสงบสุขของชุมชน ยิ่งไปกว่านั้นความรุนแรงได้ทำลายความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันของพี่น้องชาวไทย ทั้งพุทธและมุสลิมในพื้นที่และนอกพื้นที่อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งสำนักจุฬาราชมนตรีเห็นว่าการใช้ความรุนแรงอย่างไร้ขอบเขต เป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและละเมิดหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาอย่างร้ายแรง และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบรรดาญาติของผู้สูญเสียทุกคน จึงเรียกร้องให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าใช้สติในการเผชิญกับปัญหาเช่นนี้ ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ก่อเหตุที่มุ่งหวังให้เกิดความกลัวในชีวิตประจำวัน และทำลายความสัมพันธ์ของผู้คนทั้งในและนอกพื้นที่ และขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลและเอกชนทุกภาคส่วนให้เร่งสร้างความเข้าใจต่อประชาชนทุกศาสนา เพื่อให้ตระหนักถึงการรักษาสัมพันธภาพอันดีต่อกันเอาไว้
เช่นเดียวกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ออกมาประณามกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุยิงถล่มชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านตำบลลำพะยา อำเภอเมืองยะลา จังหวัดยะลา จนมี ชรบ.และชาวบ้านเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บอีก 5 รายเช่นกัน โดยบอกว่า "ถือ เป็นเหตุการณ์ที่มีความสูญเสียครั้งใหญ่ของจังหวัดยะลา เป็น การกระทำที่ป่าเถื่อนและไร้มนุษยธรรมต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนและผู้ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนในพื้นที่ ขณะนี้ได้สั่งการหน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งตรวจสอบรักษาความปลอดภัยพื้นที่ และให้ติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุดโดยเร็ว เพื่อสร้างความสันติสุขและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในพื้นที่"
นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ในฐานะคนในพื้นที่ก็แสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมประณามผู้ร้ายที่กระทำการเหี้ยมโหดกับชุด ชรบ.ที่มีแต่อาวุธลูกซองไว้ป้องกันตัวเท่านั้น ถือว่าเป็นการลอบกัดไม่ใช่การสู้แบบสันติภาพ เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขอให้ประชาชนและภาครัฐร่วมมือกันในการหาทางแก้ไขป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกภายหน้าในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ พร้อมขอชมเชย ชรบ.ตำบลลำพะยาชุดนี้มากที่ต่อสู้กับการโจมตีของคนร้ายสุดความสามารถ ขอสดุดีขอให้ดวงวิญญาณหลับสู่สุคติ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการกระทำที่โหดร้าย ขัดต่อ หลักสิทธิมนุษยชน และหลักศีลธรรมอันดีของทุกศาสนา โดย กสม.ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้เสีย ชีวิตและผู้บาดเจ็บ ขอเป็นกำลังใจให้แก่ประชาชนและชุมชน ในพื้นที่ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยว ข้องซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งติดตามกลุ่มผู้กระทำผิดมาลงโทษ
กระนั้นการออกมาร่วมใจกันประณามกลุ่มคนร้ายของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในสังคมก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่เกิดขึ้นปลายเหตุ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือร่วมกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ เหมือนอย่างที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ออกมาเสนอแนะว่าเรื่องปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติ อยากเสนอให้แต่ละฝ่ายตั้งสติ ทำตัวเป็นน้ำไม่เต็มแก้ว เพื่อให้ 15 ชีวิตนี้เป็นการสูญเสียครั้งสุดท้าย เปลี่ยนพื้นที่ให้เกิดสันติภาพ นำเอาบทเรียน 15 ปีไฟใต้นี้มาร่วมพูดคุยกัน ด้วยข้อเท็จจริง สังคายนาวิธีแก้ปัญหาใหม่ ในการดำเนินคดีก็ว่ากันไป แต่ต้องพูดคุยกันว่า 15 ปีที่ผ่านมานี้ ความไม่สำเร็จเกิดจากองค์ประกอบใด เชื่อว่าแต่ละฝ่ายในพื้นที่ต่างก็รู้ปัญหาที่แท้จริง เพียงแต่ไม่มีใครพูดกัน โดยรัฐและประชาชนต้องมาร่วมกันแก้ไข
เราเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประ ธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ ที่บอกเรื่องปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรคหนึ่ง คนใดคนหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งชาติที่จะต้องมาร่วมกันแก้ปัญหา โดยไม่มีอคติ ไม่มีผลประโยชน์ ไม่ใช้ความรุนแรง ใช้เพียงความจริงใจและข้อเท็จจริงมาพิจารณา ยอมรับฟังความคิดเห็นต่างของทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความคิดที่ตกผลึกในการแก้ปัญหาที่ยั่งยืนถาวร ยึดการเมืองนำการทหารตามแนวการแก้ปัญหาที่ทุกฝ่ายให้การยอมรับ เชื่อว่าหากทำได้จริงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ถึงไม่หมดลง ก็น่าจะลดความรุนแรงและลดความสูญเสียลงไปได้อย่างมาก.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 13 พ.ย. 2562
News Code: pol pp art labor g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related