วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

'บิ๊กตู่'นั่งผู้บัญชาการ ตั้งศูนย์แก้วิกฤติภัยแล้ง

 06 ม.ค. 2563 05:10 น. | หมวดหมู่ การช่วยเหลือประชาชน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ทั่วประเทศระส่ำหนัก กรมบาดาลเจาะน้ำช่วย
ภัยแล้งทวีความรุนแรง รัฐบาลชงเข้า ครม. จ่อตั้ง "ศูนย์เฉพาะกิจรับมือวิกฤติภัยแล้ง" รับมือ "บิ๊กตู่" คุมบัญชาการเอง ย้ำสถานการณ์มีแนวโน้มวิกฤติกว่าทุกปี "กรมชลฯ" ระบุเขื่อนใหญ่ 14 แห่ง น้ำใช้การต่ำกว่าร้อยละ 30 สุดอึ้ง "แม่น้ำโขง" ระดับน้ำต่ำสุดรอบ 10 ปี "แม่น้ำปิง-วัง-ยม-น่าน" แห้งขอด กระทบ เกษตรกร-ประชาชน ขาดน้ำตั้งแต่ต้นปี "กรมน้ำบาดาล" เร่งเดินเครื่อง เจาะบ่อบาดาลช่วยเหลือทั่วประเทศ 526 บ่อ เริ่มลงมือ กลางเดือน ม.ค. ส่วน กปน. แก้ปัญหาผลิต "น้ำประปา" ขอเจาะน้ำบาดาล ใน 4 พื้นที่ด่วน ช่วยเหลือ คนกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทั้ง บ่อบางเขนมีนบุรี-ลาดกระบัง-สมุทรปราการ ถือเป็นครั้งแรกในหน้าประวัติศาสตร์ เตือนสำรองน้ำไว้บริโภค เหตุ 7-8 ม.ค. ปิดสูบน้ำเข้าคลองประปา เหตุน้ำทะเลหนุนสูง
ในช่วงนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้าวิกฤติภัยแล้ง ในช่วงเวลาเดียวกับที่น้ำทะเลหนุนรุนแรงสูงสุดในรอบ 50 ปี ความรุนแรงส่งผลกระทบต่อประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ต่างเตรียมมาตรการเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติดังกล่าวอย่างเต็มที่ สำหรับในส่วนของ กรุงเทพฯ และปริมณฑล จากภัยแล้งดังกล่าว ส่งผลกระทบให้น้ำประปามีรสชาติกร่อยและเค็มขึ้น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพหากบริโภคเข้าไปนั้น
ตั้งศูนย์รับมือวิกฤติแล้ง
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 5 ม.ค. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม รับทราบมติคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เห็นชอบกรอบรายละเอียดโครงสร้างศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ โดยนายกรัฐมนตรี จะเป็นผู้บัญชาการอำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ และกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ทำหน้าที่ประสานงานการแก้ไขปัญหา ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 มาตรา 24 เพื่ออำนวยการแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำเป็นการชั่วคราวจนกว่าปัญหาวิกฤติน้ำจะพ้นไป ซึ่งแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ จะแบ่งหน้าที่การปฏิบัติงานออกเป็นกลุ่มอำนวยการ กลุ่มคาดการณ์ กลุ่มบริหารจัดการ และกลุ่มแจ้งเตือนและประชาสัมพันธ์ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมปฏิบัติงาน
"บิ๊กตู่"คุมบัญชาการเอง
นางนฤมล กล่าวต่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า วิกฤติภัยแล้งที่กำลังเกิดขึ้นมีแนวโน้มรุนแรงกว่าทุกปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่รัฐบาลให้ความสำคัญและเตรียมพร้อมเพื่อรับมืออย่างเป็นระบบ เพราะไม่เพียงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิต แต่ยังส่งผลถึงภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม โดยที่ผ่านมามีการดำเนินงานผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขวิกฤติภัยแล้งปีนี้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันท่วงที ต้องอาศัยการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ารวมถึงการวางแผนการใช้ทรัพยากรน้ำในระยะยาว ตามแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ที่มีเป้าหมาย "ทุกหมู่บ้านมีน้ำสะอาดอุปโภค บริโภค น้ำเพื่อการผลิตมั่นคง ความเสียหายจากอุทกภัยลดลง คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน บริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้การพัฒนาอย่างสมดุล โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน"
"ในวันที่ 7 ม.ค. ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี จะพิจารณาเห็นชอบกรอบโครงสร้างศูนย์บัญชาการน้ำเฉพาะกิจ และแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาวิกฤติน้ำ รวมทั้งเห็นชอบให้สำนักงบประมาณดำเนินการตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.2561 โดยพิจารณาจัดสรรงบประมาณเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสนับสนุนการปฏิบัติงานดังกล่าวตามความจำเป็นต่อไป" นางนฤมล กล่าว
พิจิตรแม่น้ำยมแห้งขอด
ส่วนวิกฤติสถานการณ์ภัยแล้งต่างจังหวัดนั้น ที่ จ.พิจิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำยม บริเวณ ต.สามง่าม อ.สามง่าม ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนบนของแม่น้ำยมในส่วนของ จ.พิจิตร ปรากฏสภาพแม่น้ำแห้งจนเห็นผืนทราย เหลือเพียงร่องน้ำขนาดเล็ก สามารถเดินข้ามแม่น้ำได้ ขณะที่บริเวณตอม่อสะพานแม่น้ำยมแห้งจนเห็นบริเวณด้านล่างของฐานของสะพาน เหลือเพียงร่องน้ำขนาดเล็กบริเวณที่เป็นร่องน้ำลึก ซึ่งยังพอมีน้ำให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังได้ทำการเพาะเลี้ยงปลา คาดว่าอีกไม่นาน น้ำจะไม่เพียงพอ ส่งผลกระทบกับเกษตรกร และประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำ ขาดน้ำใช้อุปโภค ตั้งแต่ต้นปี ตลอดจนฤดูแล้งที่จะมาถึง
พ่อเมืองสั่งแก้ปัญหาด่วน
นายสิริรัฐ ชุมอุปการ ผวจ.พิจิตร กล่าวว่า ได้กำชับหน่วยงานราชการในการช่วยเหลือ และรับมือกับสถานการณ์วิกฤติภัยแล้งอย่างเร่งด่วนแล้ว ในปีนี้มีความเสี่ยงประสบภัยแล้งอย่างหนัก เนื่องจากมีปริมาณฝนสะสมน้อย จึงอาจประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค สำหรับในเขตชลประทาน ก็มีความเสี่ยงขาดแคลนน้ำด้านการเกษตรเช่นกัน เนื่องจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และเขื่อนหลัก ปริมาณน้ำค่อนข้างน้อยอาจไม่เพียงพอในการสนับสนุนการเพาะปลูก ทั้งนี้เพื่อให้การเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ปี 2563 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ ปรับแผนเผชิญเหตุภัยแล้งทั้งใน ภาพรวมและเฉพาะเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้นให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังสั่งการให้ติดตามสภาพอากาศ สภาพน้ำ และระดับน้ำในแหล่งเก็บน้ำขนาดต่าง ๆ ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด รวมถึงให้วิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำในด้านต่าง ๆ ของประชาชน เพื่อจะได้แก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที
สร้างพนังกั้นน้ำป้องกัน
ที่ จ.สุโขทัย ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบหลังท่าทรายศิริไทยริมแม่น้ำยม หมู่ 3 บ้านหนองอ้อ ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย พบ นายไวพจน์ ช่างชัย ประธานสภาองค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อ พร้อมผู้ใหญ่บ้าน นำชาวบ้านกว่า 150 คน ช่วยกันสร้างพนังกั้นน้ำโดยใช้ถุงปุ๋ยนำมากรอกทรายมัดปากแล้วนำมาปิดกั้น บริเวณที่ระดับน้ำกำลังลดลงความยาวประมาณ 7-10 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่พนังกั้นน้ำเดิมพังเสียหายไป เพื่อป้องกันระดับน้ำที่ลดลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งกักเก็บน้ำไว้ใช้อุปโภคและบริโภค ซึ่งก่อนหน้านี้มีหลายหมู่บ้านที่ต้องอาศัยน้ำในแม่น้ำยมไว้ใช้ ได้ช่วยกันทำพนังกั้นน้ำในพื้นที่ของตัวเองกันไปแล้วหลายจุด ทั้งนี้พื้นที่บางช่วงระดับแห้งขอด จนชาวบ้านฝั่งหนึ่งสามารถเดินข้ามไปหาอีกฝั่งหนึ่งได้
เขื่อนใหญ่ปล่อยน้ำช่วย
ที่ จ.พิษณุโลก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ปริมาณน้ำในแม่น้ำน่าน ได้ปรับตัวสูงขึ้น สาเหตุจากเขื่อนหลักอย่าง เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตร ดิตถ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก ปล่อยน้ำตามนโยบายของกรมชลประทาน เพื่อรักษาระบบนิเวศและเพื่อเร่งผลักดันน้ำเค็มทะเลอ่าวไทย ส่งผลให้เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่ หมู่ 1 หมู่ 2 และหมู่ 3 ต.บ้านไร่ อ.บางกระทุ่ม กว่า 100 ราย บริเวณสองฝั่งริมแม่น้ำน่าน ได้รับผลดีนำปลาลงกระชังเพื่อเลี้ยงใหม่ ทั้งนี้ นางศิริรัตน์ เลขพัฒน์ เกษตรกรเลี้ยงปลากระชัง พื้นที่หมู่ 1 ซึ่งเลี้ยงปลาไว้กว่า 300 กระชัง กล่าวว่า หลังจากที่เขื่อนใหญ่ปล่อยน้ำเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และเพื่อผลักดันน้ำเค็มที่ทะเลอ่าวไทย ทำให้สามารถช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำน่านได้เป็นอย่างมาก ไม่ส่งผลให้ปลากระชังตายเหมือนก่อน แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ ถ้าน้ำไม่มี หรือทางเขื่อนใหญ่ไม่ปล่อยน้ำ จะทำให้เกษตรกรเดือดร้อนได้ อยากให้ทางเขื่อนมีการบริหารจัดการน้ำที่แน่นอน และแจ้งเกษตรกรให้ทราบในการจัดส่งน้ำเพื่อป้องกันการเสียหาย
น้ำโขงแห้งสุดรอบ 10 ปี
ที่ จ.นครพนม ปัญหาภัยแล้งยังคงส่งผลกระทบต่อระดับน้ำโขงต่อเนื่อง ทำให้ระดับน้ำโขงต่ำสุดในรอบหลายสิบปี เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง ผนวกกับปีนี้ฝนทิ้งช่วงเร็ว ตลอดจนปัญหาของการเก็บกักน้ำของเขื่อนสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้ระดับน้ำโขงเกิดผันผวน บางจุดแห้งขอด มีระดับน้ำต่ำเฉลี่ยประมาณ 1 เมตร ส่งผลให้แม่น้ำโขง หลายจุด ในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าอุเทน อ.บ้าน แพง และ อ.ธาตุพนม เกิดสันดอนทราย เป็นพื้นที่กว้าง ระยะทางยาวกว่า 1 กม. เริ่มกระทบต่อการเดินเรือข้ามฟากของชาวบ้านที่มีอาชีพทำประมงหาปลาน้ำโขงขาย ต้องเดินเรืออ้อม ในระยะทางไกล และหาปลายากมากขึ้น นอก จากนี้ยังกระทบต่อชาวบ้านที่ทำการเกษตรริมฝั่งแม่น้ำโขง ต้องเพิ่มระยะทางการสูบน้ำเพื่อใช้ในการเกษตร ส่งผลให้มีต้นทุนสูง และหากระดับน้ำโขงลดต่อเนื่องจะส่งผลกระทบขยายวงกว้างมากขึ้น ซึ่งหลังเกิดปัญหาดังกล่าว นายสยาม ศิริมงคล ผวจ.นครพนม จึงสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ วางแผนรับมือ แก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน
สุรินทร์อ่างเก็บน้ำลดลง
ที่ จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวออกสำรวจพื้นที่ชลประทานทั้ง 2 แห่ง ในเขตพื้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านเกาะแก้ว ต.เกาะแก้ว อ.สำโรงทาบ พบว่ามีปริมาณน้ำลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติบางพื้นที่แห้งขอดมีเนินดินโผล่ให้เห็น ขณะที่บ้านสังแก หมู่ 6 ต.แตล อ.ศีขรภูมิ นายครรชิต หนุนชู นายกอบต.แตล ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ มาสูบน้ำที่ลำห้วยแดง โดยใช้ท่อระยะยาว 650 เมตร สูบน้ำเพื่อไปกักเก็บไว้ที่วัดศรีสังแก ต.แตล เพื่อให้กับชาวบ้านนำไปผลิตน้ำประปา ไว้อุปโภคบริโภคในช่วงหน้าแล้ง ส่วนที่ ต.ตากูก อ.เขวาสินรินทร์ ได้มีบรรดาพ่อค้ารถเร่ นำน้ำที่ขุดจากบ่อน้ำ นำใส่รถไปขายให้กับประชาชนในเขตพื้นที่ใกล้เคียงถังละ 100 ถึง 150 บาท ในช่วงขาดแคลนน้ำด้วย
เขื่อนป่าสักฯน้ำเหลือ 25%
ที่ จ.ลพบุรี สถานการณ์น้ำ ที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี ล่าสุดสถานการณ์น่าเป็นห่วง น้ำต้นทุนในเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ขณะนี้ อยู่ที่ 221.55 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 23.08 เหลือไม่ถึงร้อยละ 25 ของความจุเขื่อน ทำให้เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ต้องปรับลดการระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน ด้านท้ายเขื่อน ซึ่งปัจจุบันเปิดประตูระบายน้ำเพียงบานเดียวให้น้ำไหลผ่านเพียงเล็กน้อย เพื่อรักษาระบบนิเวศด้านท้ายน้ำ ทำให้น้ำตื้นเขินเป็นอย่างมาก
สุพรรณฯเร่งเจาะบาดาล
นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งในส่วนของ จ.สุพรรณบุรี ถือว่าแล้งหนักกว่าทุกปี ทำให้ระบบน้ำประปาเพื่อการอุปโภคบริโภคมีปัญหา ฉะนั้นจึงต้องแก้ไขปัญหาในพื้นที่ โดยการหาน้ำใต้ดินมาช่วยเหลือ เพราะวันนี้พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวสวนเดือดร้อนมาก จึงกำลังดำเนินการติดตามเรื่องการเจาะบ่อบาดาลในหลาย ๆ พื้นที่ เพื่อนำน้ำบาดาลมาใช้แก้ปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะสวนมะม่วงเวลานี้มีจำนวนหลายหมื่นไร่ ที่ประสบปัญหาขาดน้ำ
ลุ่มน้ำแม่กลองยังไม่วิกฤติ
ที่ จ.สมุทรสงคราม นายภูทอง ดวงเลิศ ผู้จัดการการประปาส่วนภูมิภาค (ผจก.กปภ.)สาขาสมุทรสงคราม กล่าวว่า มีการเฝ้าระวังควบ คุมการผลิตประปาที่จ่ายในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ทุกสถานี รวมทั้งกำชับ บริษัทเอ๊กคอมธารา ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำประปาจากสถานีใน ต.แพงพวย อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี ในการนำน้ำในแม่น้ำแม่กลอง ผลิตน้ำประปาส่งให้การประปาภูมิภาคสาขาสมุทรสงคราม โดยให้ควบคุมการผลิตอย่างใกล้ชิด เน้นเก็บน้ำดิบในแม่น้ำตรวจทุกชั่วโมง จนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตามช่วงนี้น้ำทะเลหนุนขึ้นสูง และมีผลต่อน้ำดิบค่าคลอไรด์สูงขึ้นกว่าปกติ แม้จะเริ่มมีผลกระทบต่อการผลิตน้ำประปาในหลายพื้นที่ แต่ยังไม่กระทบการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสมุทรสงคราม จึงขอให้ประชาชน ผู้ใช้น้ำตลอดจนนักท่องเที่ยวและภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ มั่นใจว่าน้ำประปาใน จ.สมุทรสงคราม จะไม่ขาดแคลนหรือไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐาน ขอยืนยันภาพรวมว่าน้ำ ดิบในลุ่มน้ำแม่กลองขณะนี้ ยังไม่วิกฤติถึงขั้นเกิดภาวะภัยแล้งเหมือนในภาคอื่น ๆ
เขื่อนใหญ่ 14 แห่งน้ำน้อย
ขณะที่ศูนย์ภัยพิบัติกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รายงานสถานการณ์ภัยแล้งปี 2562/2563 รายงานสภาพอ่างน้ำขนาดใหญ่ของเขื่อนต่าง ๆ ที่มีปริมาตรน้ำใช้การอยู่ในเกณฑ์น้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 30 ของความจุอ่างฯ 14 อ่างฯ ได้แก่ อ่างฯภูมิพล (18%) อ่างฯสิริกิติ์ (29%) อ่างฯแม่กวงอุดมธารา (24%) อ่างฯแม่มอก (19%) อ่างฯจุฬาภรณ์ (6%) อ่างฯอุบลรัตน์ (-5%) อ่างฯลำพระเพลิง (14%) อ่างฯลำแซะ (29%) อ่างฯลำนางรอง (16%) อ่างฯป่าสักชลสิทธิ์ (23%) อ่างฯทับเสลา (14%) อ่างฯกระเสียว (8%) อ่างฯคลองสียัด (20%) และอ่างฯหนองปลาไหล (28%) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาตรน้ำอยู่ในเกณฑ์มากกว่าร้อยละ 80 ขึ้นไป ของความจุอ่างฯ จ่านวน 2 อ่าง ได้แก่ อ่างฯสิรินธร (87%) และ อ่างฯศรีนครินทร์ (84%) สภาพน้ำแม่น้ำปิง แม่น้ำน่าน แม่น้ำวัง แม่น้ำยม มีปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย แม่น้ำมูล แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำท่าตะเภา แม่น้ำตาปี ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย ส่วนพื้นที่ประสบภัยแล้ง ถึงปัจจุบัน มีจังหวัดประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินแล้ว 13 จังหวัด ผลกระทบด้านการเกษตร 15 จังหวัด คิดเป็นวงเงิน 822.62 ล้านบาท
เตือนสำรองน้ำไว้บริโภค
ในส่วนของการประปานครหลวง (กปน.) เรื่องปัญหาน้ำประปามีรสผิดปกติ โดยมีรสชาติกร่อยและเค็มขึ้น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงต่อสุขภาพหากบริโภค บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานจากการติดตามสถานการณ์น้ำประปาประจำวัน ผ่าน http://twqonline.mwa.co.th และแอพพลิเคชั่น MWA onMobile พบว่า ค่าคลอไรด์ น้อยกว่า 250 มก./ลิตร ส่วนค่าความนำไฟฟ้า น้อยกว่า 1,200 ไมโครซีเมนต์/เซนติเมตร จึงไม่ส่งผล ต่อการรับรู้รสชาติ แต่แนะนำประชาชนให้สำรองน้ำเอาไว้เพื่อบริโภค โดยค่าคลอไรด์ ต้องมาก กว่า 250 มก./ลิตร ถึงจะส่งผลต่อการรับรู้รสชาติ ตามเกณฑ์แนะนำขององค์การอนามัยโลก
เริ่มแจกน้ำดื่มฟรี 6 ม.ค.
ทั้งนี้ กปน. ขอยืนยันว่าจะผลิตน้ำประปาให้บริการประชาชน ในพื้นที่ให้บริการตลอดหน้าแล้ง โดยขอแนะนำแนวทางการใช้น้ำประปาในช่วงภัยแล้งสำหรับประชาชน ตามคำแนะนำของกรมอนามัยคือ ผู้ที่มีสุขภาพปกติ สามารถบริโภคน้ำประปาได้ โดยยังไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แต่ด้วยรสชาติที่เปลี่ยนไปอาจส่งผลต่อความน่าดื่ม ขณะที่กลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการบริโภค ได้แก่ ผู้ที่เป็นโรคไต โรคหัวใจ โรคความดันสูง โรคเบาหวาน โรคทางสมอง ผู้สูงอายุ และเด็กเล็ก ในการนี้ กปน. จะจัดให้บริการน้ำประปาดื่มได้ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในกรณีดังกล่าว โดยเป็นน้ำประปาจากโรงงานผลิตน้ำมหาสวัสดิ์ จ.นนทบุรี ซึ่งไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำเค็ม สามารถนำภาชนะมารับน้ำประปาดื่มได้ที่สำนักงานประปาสาขาใกล้บ้านท่านทั้ง 27 จุด 18 สาขา เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ปิดสูบช่วงน้ำทะเลหนุนสูง
นายรักษ์ศักดิ์ สุริยหาร รองผู้ว่า กปน. ฝ่ายผลิตและส่งน้ำ กล่าวว่า ช่วงนี้ค่าความเค็มของน้ำลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี แต่ในช่วงวันที่ 7-8 ม.ค. จะมีน้ำทะเลหนุนสูงระลอกใหม่ ทำให้มีค่าความเค็มเพิ่มขึ้น ทาง กปน. จึงเร่งประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมชลประทาน ในการผันน้ำเพื่อที่จะมาผลักดันน้ำเค็ม รวมทั้งมีการบริหารจัดการในการรับน้ำทะเลหนุน คือปิดการสูบน้ำเข้าคลองประปาในช่วงที่ค่าความเค็มมีค่าสูงมาก ส่วนในช่วงที่น้ำมีคุณภาพดีตามเกณฑ์ จะทำการสำรองน้ำไว้ให้ได้มากที่สุด ตนยืนยันขอให้ประชาชนมั่นใจว่า กปน. มีน้ำเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน เพราะน้ำทางฝั่งตะวันตกของกรุงเทพฯ เป็นแหล่งน้ำที่มีปริมาณมาก ซึ่งทางกรมชลประทาน และกปน. ได้มีการวางแผนจัดการในภาพรวมอย่างรัดกุม เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างดีที่สุด
ขอเจาะบ่อบาดาล 4 พื้นที่
นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า สถานการณ์ภัยแล้งปีนี้ค่อนข้างรุนแรงมาก นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. จึงสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำน้ำใต้ดินที่มีอยู่ประมาณ 30,645 ล้าน ลบ.ม.ต่อปี ขึ้นมาใช้ ล่าสุด การประปานครหลวง ทำหนังสือขออนุญาตเจาะบ่อบาดาลเพื่อนำน้ำบาดาลไปใช้ผลิตน้ำประปา ใน 4 พื้นที่ เป็นบ่อขนาด 10 นิ้ว 4 บ่อ ความลึกของบ่อตั้งแต่ 350-600 เมตร ในเขตพื้นที่ บางเขน มีนบุรี ลาดกระบัง กรุงเทพฯ และ จ.สมุทร ปราการ ซึ่งกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ได้อนุญาตเบื้องต้นแล้ว 3 บ่อ คือที่ บางเขน มีนบุรี ลาดกระบัง ส่วน จ.สมุทรปราการ ยังอยู่ขั้นตอนการพิจารณา ซึ่งแต่ละบ่อจะสามารถนำ น้ำบาดาลไปผลิตเป็นน้ำประปาได้เดือนละ 53,760 ลบ.ม. มีประชาชนได้รับประโยชน์มากกว่า 5,000 ครัวเรือน ทั้งนี้การที่ การประปานครหลวง ขออนุญาตเจาะบ่อบาดาล ถือเป็นครั้งแรก ที่มีการขอใช้น้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลไปใช้ผลิตเป็นน้ำประปา
เตรียมขุดน้ำทั่วไทย 526 บ่อ
นายศักดิ์ดา กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล จะทำการเจาะบ่อบาดาลเพื่อให้การช่วยเหลือชุมชน ประชาชนและบรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำ เพื่อนำไปใช้อุปโภคบริโภค อีก 526 บ่อทั่วประเทศ โดยในพื้นที่สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 1 (ลำปาง) 128 แห่ง ครอบคลุม ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ น่าน เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 2 (สุพรรณบุรี) 141 แห่ง ครอบคลุม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 3 (สระบุรี) 10 แห่ง ครอบคลุม สระบุรี เพชรบูรณ์ ลพบุรี เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 4 (ขอนแก่น) 32 แห่ง ครอบคลุม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มหาสารคาม เลย เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 5 (นครราชสีมา) 32 แห่ง ครอบคลุม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 6 (ตรัง) 45 แห่ง ครอบคลุม ตรัง กระบี่ นครศรีธรรมราช เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 7 (กำแพงเพชร) 10 แห่ง ครอบคลุม กำแพงเพชร ตาก พิษณุโลก เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 8 (ราชบุรี) 67 แห่ง ครอบคลุม ราชบุรี ประจวบ คีรีขันธ์ เพชรบุรี เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 9 (ระยอง) 43 แห่ง ครอบคลุม ระยอง จันทบุรี ชลบุรี เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 10 (อุดรธานี) 20 แห่ง ครอบคลุม อุดรธานี นครพนม สกลนคร เป็นต้น สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 (อุบลราชธานี) 19 แห่ง ครอบคลุม อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด เป็นต้น และ สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 12 (สงขลา) 15 แห่ง ครอบคลุม สงขลา นราธิวาส ปัตตานี เป็นต้น โดยจะเริ่มดำเนินการเจาะบ่อบาดาลกลางเดือน ม.ค.

บรรยายใต้ภาพ
แห้งขอด...สภาพแม่น้ำยม ที่ไหลผ่านบริเวณพื้นที่ ต.สาม ง่าม อ.สามง่าม จ.พิจิตร ปริมาณน้ำเริ่มลดลงจนแห้งขอด เห็นสันดอนทรายเหลือเพียงร่องน้ำเล็ก ๆ จนชาวบ้านสามารถเดินข้ามแม่น้ำได้ คาดว่าอีกไม่กี่วันน้ำก็จะแห้งหมดส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและประชาชนแน่นอน
วิกฤติแล้ง...สภาพน้ำโขงในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครพนมระดับน้ำต่ำสุดในรอบหลายสิบปีจนเกิดสันดอนทราย ขณะที่จังหวัดสุโขทัยชาวบ้านช่วยกันทำพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยม ส่วนที่ จ.หนองคาย สภาพน้ำโขงก็ลดระดับเหลือน้อยเช่นเดียวกัน
นครพนม
สุโขทัย
หนองคาย

ที่มา: นสพ.เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 7 ม.ค. 2563 (กรอบบ่าย)
News Code: frnt g:dailynews g:agency g:paper p:dnd v:paperl

Comment
Related