วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

หน้าต่างงานศิลป์

 12 ม.ค. 2563 03:18 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

needpin@hotmail.com
นิทรรศการศิลปะ โดย ช่วง มูลพินิจ
18 ม.ค.-29 ก.พ. บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย เชียงราย จัดแสดงนิทรรศการศิลปะ แสดงผลงานจิตรกรรม วาดเส้นและภาพพิมพ์ โดย ช่วง มูลพินิจ
ช่วง มูลพินิจ (สมุทรสงคราม 2483) เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ 2556 จบการศึกษาระดับอนุปริญญา จาก คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีผลงานที่ทำให้เป็นที่รู้จัก คือวาดลายเส้นประกอบหนังสือจำนวนหลายเล่ม รวมถึงใบปิดหนัง และได้รับฉายาจาก รงค์ วงษ์สวรรค์ ว่าเป็น "จิตรกรผู้มองเห็นมดยิ้มสวย"
ผลงานของช่วง มูลพินิจ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติรอบตัว แสดงสุนทรียะ ความงามเรื่องราวในอุดมคติกับธรรมชาติ ปรัชญา ความรัก สังสารวัฏ พุทธศาสนา วรรณคดี ถ่ายทอดผ่านงานวาดเส้นที่งดงาม อ่อนช้อย ผสมผสานลายไทยประยุกต์เข้ากับรูปทรงที่เหมือนจริง ได้อย่างกลมกลืน
สำหรับการแสดงผลงานในครั้งนี้ เป็นการแสดงงานในต่างจังหวัดของช่วง มูลพินิจ ที่นานครั้งจะได้มีโอกาสจัดขึ้น มีผลงานจิตรกรรม ชื่อพระมหาชนก, ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี 2555 ตลอดจนงานวาดลายเส้น และงานภาพพิมพ์
เปิดให้ชมทุกวันเว้นวันพุธ 10.00-16.00 น. ในกรณีที่เข้าชมเป็นหมู่คณะ จากสถาบันการศึกษา หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ สามารถติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่ facebook.com/singhaklaihouse, singhaklaihouse@gmail.com
บ้านสิงหไคล มูลนิธิมดชนะภัย อยู่ในบริเวณตัวเมืองเชียงราย ตั้งอยู่บนนถนนสิงหไคล ใกล้แยกทางเข้าถนนเกาะลอย
สุนทรียะปฏิวัติ Aesthetic Revolt
วันนี้-30 ม.ค. พีเพิ่ลส์แกลลอรี ชั้น 2 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดแสดงนิทรรศการ สุนทรียะปฏิวัติ Aesthetic Revolt โดย วีรพงษ์ ศรีตระกูลกิจการ (อายิโนะ) คำถามมากมายที่เป็นดั่งเสียงกระซิบก้องทุกขณะ ศิลปะคืออะไร ความจริงแท้ของสิ่งที่ตนทำคืออะไร ศิลปะยกระดับจิตใจจริงหรือ คุณค่าของสิ่งต่างๆ คืออะไร ศิลปะและสุนทรียภาพคือสิ่งเดียวกันหรือไม่ ความมีชีวิตและชีวิตคืออะไร โลกนี้คืออะไร ฯลฯ
สิ่งที่นักคิดเฝ้าขบหาคำตอบ จุดเริ่มต้นเท่าที่พอค้นพบคือรอยรูปเรื่องราวแห่งชีวิตที่ฝากไว้บนผนังถ้ำ เหตุใดบรรพชนแรกเริ่มจึงลุกขึ้นมาวาดรูป รูปนั้นจำเป็นอย่างไร โลกในสายตาของเขาเป็นอย่างไร บนโลกที่ทุกอย่างเคลื่อนไหวนักวาดพยายามหยุดเวลา ทำให้มองคล้ายเวทมนต์ฤทธิ์ของมนุษย์ที่เริ่มท้าทายธรรมชาติ เป็นจุดก่อร่างอาณาจักรแห่งความคิดคำนึง จำลองสมมุติ อุปโลกน์ และหยิบจับถักทอให้เป็นรูปธรรม จวบจนลำดับเหตุการณ์ แห่งเวลาเดินล่วงจนปัจจุบัน
จิตใจปรารถนาของเราถูกตกแต่งประดับประดาเสียเต็มยศ จนแทบมองไม่เห็นหรือหลงลืมรูปร่างตนเอง และกฎเกณฑ์อันจริงแท้ ที่ไม่เคยผันแปรตามกาลสมัย หรือรสนิยมของแฟชั่น เรายังใช้รอยยิ้มเดียวกับมนุษย์ปักกิ่ง เรายังใช้เสียงหัวเราะเดียวกับทาสแห่งลุ่มน้ำไนล์ เรายังใช้อากาศเดียวกับ จูเลียส ซีซาร์ และเรายังคงใช้หยาดน้ำตาเดียวกันทั้งโลก
"ผมได้รับอนุสัย (กิเลสที่สงบนิ่งอยู่ในสันดาน กิเลสอย่างละเอียดมี 7 อย่าง) ดึกดำบรรพ์ของนักหยุดเวลายุคหิน จึงมีสัญชาตญาณชอบวาดรูป และปรารถนาใช้การวาดเพื่อเข้าใจการวาดและสิ่งต่างๆ ผมเชื่อว่าการปฏิบัติซึ่งการงานอันแท้จะสามารถทำให้เกิดความเข้าใจรู้จักในสิ่งที่ทำอย่างแท้จริง เมื่อรู้จักจริง ใจจะเกิดการปฏิวัติโค่นล้มความเชื่อเดิมที่ถูกครอบหรือที่หลงสมมุติขึ้นเอง" วีรพงษ์ กล่าว
นิทรรศการเปิดให้ชมทุกวันเว้นวันจันทร์ 10.00-21.00 น.
(UN)SEEN
18 ม.ค.-15 มี.ค. 1 Projects (เจริญกรุง 28) จัดแสดงนิทรรศการ (UN)SEEN โดย อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์
รูปถ่ายของสถาปัตยกรรมอันงดงามตัดกับพื้นหลังสีสดของท้องฟ้า อาจจะทำให้นึกถึงภาพถ่ายของสถานที่ท่องเที่ยว แต่ถ้าเราบอกคุณว่าสถานที่เหล่านี้คือสถานที่สำคัญทางศาสนาในจังหวัดปัตตานีความคิดของคุณจะเปลี่ยนไปไหม แล้วยิ่งถ้าเราบอกกับคุณเพิ่มไปอีกว่า หนึ่งในรูปถ่ายนั้น คือมัสยิดกรือเซะ สถานที่ที่ 32 ชีวิตต้องจบลง คุณจะคิดอย่างไร
(UN)SEEN เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจากผลงานชุดที่ผ่านมาของ อิ่มหทัย สุวัฒนศิลป์ ภายใต้ชื่อ See Through - See True (2560) ผลงานที่พูดถึงเรื่องความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ในช่วงเวลานั้นหัวข้อข่าวนี้กำลังเป็นกระแสที่ทุกสื่อและสำนักข่าวต่างพูดถึงเกาะติดทันเหตุการณ์ แต่ ณ ตอนนี้ เพียง 2 ปีให้หลังข่าวเหล่านี้เริ่มลดความสำคัญลงถึงแม้ว่าปัญหาจะยังคงอยู่ก็ตาม แต่การที่เราไม่ได้ยินหรือรับรู้ข่าวสารไม่ได้หมายความว่าปัญหาเหล่านี้ได้รับการแก้ไขหรือหมดไป
ศิลปินเลือกที่จะนำเสนอผลงานศิลปะผ่านรูปแบบของป้ายไฟ เพื่อสร้างความย้อนแย้งอันเด่นชัดกับเรื่องราวและปัญหาที่กำลังพูดถึงและในขณะเดียวกันก็สื่อนัยยะถึงบทบาทของสื่อ สิ่งพิมพ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น โทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต หรือป้ายโฆษณาใหญ่ๆ ที่เห็นได้ทั่วไป ที่ต่างก็แย่งกันนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โฆษณาและสาระความบันเทิงให้แก่ ผู้บริโภค บางสื่อหรือข้อมูลก็อาจจะมีวาระและผลประโยชน์แอบแฝง หรือบางครั้งก็อาจนำเสนอข้อมูลแค่เพียงด้านใดด้านหนึ่งเท่านั้น การที่เราได้รับรู้ข่าวสารอย่างมากมายทุกวัน แต่จะมีสักกี่ครั้งกันที่เราหยุดฟังอย่างตั้งใจ โดยมากข้อมูลเหล่านั้นก็เป็นเพียงสิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ผลงานทั้งหมดเป็นการถ่ายภาพผ่านเส้นผม ที่ได้จากการที่ศิลปินขอรับบริจาคผ่านทาง Facebook โดยเป็นเส้นผมของชาวไทยพุทธและมุสลิมปะปนกันอย่างแยกไม่ออก เส้นผมทั้งหมดถูกเชื่อมต่อด้วยการผูกมัดเส้นต่อเส้น จากนั้นจึงนำไปถัก เป็นลายลูกไม้บอบบาง ศิลปินจงใจเลือก Pattern ที่มีความละม้ายคล้ายกับลายประดับของสถาปัตยกรรมในศาสนาอิสลามภาพถ่ายที่ถูกจับระยะโฟกัสไปที่เส้นผมส่งผลให้เส้นผมในภาพได้แบ่งพื้นหลังของภาพ ออกเป็น ชิ้นส่วนเล็กๆ จำนวนมากมาย ประกอบกันขึ้นเป็นภาพรวมของความจริงที่เกิดขึ้น และชี้ชวนให้เราสำรวจรายละเอียดอันเลือนลางที่อยู่เบื้องหลังเส้นผมนั้น
อิ่มหทัยนำเรามองย้อนไปถึงปัญหาที่อาจจะถูกลืม เราทุกคนต่าง ก็เป็นผู้เฝ้ามองสังเกตการณ์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนี้หรือปัญหาใดๆ ความ รับผิดชอบย่อมไม่ได้ขึ้นอยู่กับสื่อเพียงอย่างเดียว แต่ล้วนอยู่กับพวกเราทุกคน ว่าเราจะมองข้ามหรือเราจะพยายามทำความเข้าใจและพยายามสร้างความเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้คือ Unseen Thailand ที่แท้จริง.ไม่ใช่เพียงคำขวัญการท่องเที่ยวอันสวยหรู แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ที่เราหลายคนเลือกที่จะแค่มองผ่านไป
เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ 13.00-19.00 น. โทร. 08 1699 5298

ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 12 ม.ค. 2563
News Code: g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related