วันเสาร์ที่ 06 มิถุนายน พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

โครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประชาชนต้องได้ประโยชน์มากกว่านายทุน

 11 ม.ค. 2563 03:36 น. | หมวดหมู่ เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมือง ไม้ขม รายงาน
สถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เหมือนกับเหรียญที่ย่อมมีอยู่ด้วยกัน 2 ด้านเสมอ ด้านหนึ่งคือเรื่องของความไม่สงบ ที่ยังมีเหตุร้ายรายวันเกิดขึ้น หนักบ้าง เบาบ้าง ตามแต่สถานการณ์และเหตุการณ์ เช่น มีเจ้าหน้าที่รัฐปิดล้อม ไล่ล่า จับกุม หรือวิสามัญ สมาชิกของขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่สร้างความสูญเสียกับขบวนการ ขบวนการก็จะ เอาคืน ตอบโต้ต่อเป้าหมายที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ และถ้าต้องการ ต่อรอง ให้หน่วยงานความมั่นคงหยุดปฏิบัติการต่อ แนวร่วม ในพื้นที่ ก็อาจจะเข่นฆ่าคนไทยพุทธ ซึ่งเป็นเป้าหมายอ่อนแอ ที่กลายเป็นเครื่องมือให้ขบวนการแบ่งแยกดินแดนนำมาต่อรองกับหน่วยงานความมั่นคงที่ได้ผล
วันนี้เหรียญด้านของความไม่สงบยังไม่สามารถที่จะลงด้วยการ พูดคุยสันติภาพ เพราะ 8 ปี ของ 3 รัฐบาล ที่เริ่มต้นการ พูดคุย กับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ที่เริ่มจากรัฐบาลชุดที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านมาถึงยุคของ คสช.เรื่องอำนาจ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ต่อด้วยรัฐบาล ประยุทธ์ 2 ที่ พล.อ.ประยุทธ์เข้ามาสืบทอดอำนาจเป็นนายกรัฐมนตรีอีกคำรบ แต่สถานการณ์ของการ พูดคุย ระหว่างตัวแทนของรัฐบาล กับตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดน 4 ขบวนการ ก็ไม่มีความคืบหน้า เพราะบีอาร์เอ็น ซึ่งเป็นขบวนการที่ปฏิบัติการก่อการร้ายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่พร้อมที่จะเข้าสู่เวทีการ พูดคุย และผู้อำนวยความสะดวกในการ พูดคุย อย่างประเทศมาเลเซีย ก็ไม่กล้าที่จะ หักด้ามพร้าด้วยเข่า กับบีอาร์เอ็น เพราะกลัวบีอาร์เอ็นจะหันไปจับมือกับ ไอเอส สร้างปัญหาความมั่นคงให้กับมาเลเซีย และมาเลเซียยังไม่มีความจริงใจในการช่วยเหลือไทยเพื่อแก้ปัญหาการแบ่งแยกดินแดนอย่างแท้จริง
ส่วนเหรียญอีกด้าน คือเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด และ 4 อำเภอของ จ.สงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ของการก่อความไม่สงบมานานถึง 16 ปีเต็มนั้น วันนี้งานด้านการพัฒนา ซึ่งมีศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นผู้รับผิดชอบอย่างเต็มตัว ในระยะแรกๆ นโยบายและแผนงานการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการพัฒนาตามสถานการณ์ของความเร่งด่วน ของความพิเศษของแต่ละพื้นที่ ซึ่งยังไม่มีโครงการใหญ่หรือ เมกะโปรเจ็กต์ ทำให้มองไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจน
แต่..ใน 3 ปีที่ผ่านไป การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลได้สนับสนุนให้มีการพัฒนาอย่างจริงจัง เช่น การเกิดขึ้นของเมืองต้นแบบ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น เมืองต้นแบบมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน พัฒนาให้เป็นเมืองต้นแบบ ทั้งด้านการท่องเที่ยว ด้านอุตสาหกรรม การเกษตรครบวงจร การค้าชายแดน และเมืองต้นแบบที่ 4 ซึ่งอยู่ระหว่างการให้ความรู้ ความเข้าใจ และนำคนในพื้นที่ไปศึกษาดูงาน ที่จะเกิดขึ้นใน อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยมีท่าเรือน้ำลึกแห่งที่ 2 ของจังหวัดสงขลา ในการเปิดประตูประเทศไทยตอนใต้ เพื่อการส่งออกด้วยตนเอง แทนที่จะต้องอาศัยการส่งออกทางท่าเรือปีนัง ประเทศมาเลเซีย เหมือนกับทุกวันนี้
และที่ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีคือ มติ ครม. เมื่อวันที่ 2 มกราคมที่ผ่านมา เรื่องการขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยังยืน โดยให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เป็นหน่วยงานในการรับผิดชอบ ในระยะดำเนินการ 5 ปี งบประมาณ 19.764 ล้านบาท
ซึ่งโครงการพลังงานไฟฟ้าครบวงจร หมายถึงโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการกระจายโรงไฟฟ้าชุมชนลงสู่ทุกพื้นที่ โดยมีเอกชนเป็นผู้ลงทุน และขายไฟให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โดยกำหนดสัดส่วนการลงทุน มีผู้ถือหุ้นด้วยกัน 3 ภาคส่วน ได้แก่ 1.ประชาชน กลุ่มอาชีพ วิสาหกิจ ชุมชน สหกรณ์ของประชาชน ถือหุ้นอัตราไม่เกินร้อยละ 40 โดยให้กองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานเป็นผู้ถือหุ้นแทนประชาชนไปก่อน จนกว่าประชาชนจะมีความเข้มแข็ง 2.ภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีศักยภาพและทำงานร่วมกับประชาชนในพื้นที่ถือหุ้นในอัตราไม่เกินร้อยละ 30 และ 3.กฟผ./กฟภ./บริษัทเอกชนนอกพื้นที่เป็นผู้ถือหุ้นในอัตราไม่เกินร้อยละ 30
โดยมีการกำหนดกระบวนการต้นทาง เช่น การจัดสรรปัจจัยการผลิตให้กับประชาชนในพื้นที่ เช่น กล้าพันธุ์ ปุ๋ยธรรมชาติ ที่ดินทำกิน ส่งเสริมให้จัดตั้งศูนย์เพาะเลี้ยง เพาะพันธุ์กล้า พืชพลังงาน ในหมู่บ้าน ชุมชน โดยมีประชาชนและชุมชนเป็นผู้ดำเนินการ
ขบวนการกลางทาง ตั้งศูนย์รวบรวมวัสดุเหลือใช้จากภาคเกษตรกรเพื่อให้เกิดการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้สถาบันวิชาการที่เกี่ยวข้องถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการแปรรูปสินค้า ผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีมาตรฐาน สามารถส่งขายทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงการจัดตั้งกลุ่มอาชีพวิสาหกิจและสหกรณ์ของประชาชน
กระบวนการปลายทาง จัดทำข้อเสนอการบริการกิจการพลังงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น การกำหนดสัดส่วนการลงทุน จัดให้มีคณะกรรมการอำนวยการบริการโครงการพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร จัดตั้งกองทุนพลังงานไฟฟ้าเพื่อประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนำรายได้จากผลกำไรสุทธิ ไม่เกินร้อยละ 10 ของโรงไฟฟ้า เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา ทุนสร้างอาชีพ ให้กับประชาชน และอื่นๆ
เท่าที่ทราบคือ โครงการนี้จะมีโรงไฟฟ้าชุมชน ขนาดไม่เกิน 10 เมกะวัตต์ กระจายอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัด ไม่น้อยกว่า 100 โรง ในเบื้องแรก ซึ่งหมายถึงในทุกอำเภอ จะมีโรงไฟฟ้าชุมชน 3-4 โรงด้วยกัน ถ้าเป็นจริงก็จะเป็นการกระจายรายได้ กระจายความเจริญให้เกิดขึ้นในชุมชน เช่น มีการจ้างแรงงานในพื้นที่ ทำให้คนว่างงานได้งานทำ มีรายได้ เมื่อคนในพื้นที่มีรายได้ ชุมชนก็มีรายได้ด้วยเช่นกัน และชุมชนก็จะเติบโตด้วยตนเอง จากการที่มี โรงงานเข้ามาตั้งในพื้นที่
ที่สำคัญ โรงไฟฟ้าชุมชนต้องใช้เชื้อเพลิงเป็นจำนวนมากในการผลิตกระแสไฟฟ้าให้เป็นไปตามเป้าหมาย เชื้อเพลิงที่โรงไฟฟ้าชุมชนต้องใช้คือ ไม้ยาง เศษวัสดุจากการเกษตร เช่น กะลาปาล์ม เศษไม้จากโรงงาน โรงเลื่อย และอื่นๆ ซึ่งถ้าไม่มีการปลูกเพิ่ม โรงงานไฟฟ้าที่ตั้งขึ้นจะขาดแคลนเชื้อเพลิงที่ต้องใช้กับโรงงานไฟฟ้าอย่างแน่นอน
ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีสำหรับคนในพื้นที่ 3 จังหวัด เพราะมีที่ดินรกร้าง ทั้งที่เป็นนาร้าง สวนร้าง ประมาณ 300,000 ไร่ ที่จะได้ใช้ประโยชน์ในการปลูกต้นไม้ ปลูกต้นไผ่ และอื่นๆ ที่เป็นพืชโตเร็ว เพื่อที่จะได้นำมาขายให้กับโรงไฟฟ้าชุมชน เป็นการสร้างรายได้ที่นอกเหนือจากอาชีพอื่นที่มีอยู่แล้ว
พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลสนับสนุนอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะมีนายทุนผู้สนใจมาลงทุนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้าชุมชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแน่นอน
เพราะพื้นที่เรามีจุดแข็งในเรื่องของวัตถุดิบที่เป็นเชื้อเพลิงป้อนโรงงาน วันนี้ ศอ.บต.ผลักดันให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกไผ่เป็นการนำร่องไปแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งต้นไผ่นั้นนอกจากมีประโยชน์ในด้านอื่นๆ แล้ว ยังเป็นเชื้อเพลิงที่เหมาะในการป้อนให้กับโรงไฟฟ้าชุมชนในอนาคต
วันนี้แม้ว่าเหรียญด้านของความไม่สงบยังหาจุดจบไม่ได้ แต่งานด้านการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว นักลงทุนจากประเทศจีน ประเทศเกาหลี มาเลเซีย เข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น ในขณะที่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนก็ไม่กล้าที่จะก่อกวน การพัฒนา การลงทุน และการท่องเที่ยว เพราะเป็นเรื่องที่คนในพื้นที่ ซึ่งเป็นมวลชนของบีอาร์เอ็น ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาเหล่านั้นด้วย หากมีการก่อกวนก็จะเสียมวลชน เป็นการเสียหายทาง การเมือง ของบีอาร์เอ็นนับแต่นี้ไปคงต้องจับตาดูความเปลี่ยนแปลงที่อาจจะเป็นการ ก้าวกระโดด ของการพัฒนาพื้นที่ พัฒนาคุณภาพชีวิตของคนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้การขับเคลื่อนของ ศอ.บต.ที่มี พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ซึ่งต้องรับบทหนักในเรื่องของการทำความเข้าใจกับประชาชน และการจัดรูปแบบของการบริหารให้ประชาชน เจ้าของพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจรอย่างแท้จริง.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 11 ม.ค. 2563
News Code: g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related