วันศุกร์ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

อดีตพูโลติงถกสันติภาพ

 04 ก.พ. 2563 04:13 น. | หมวดหมู่ เหตุร้ายรายวัน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ต้องคุยทุกกลุ่มมีบึ้มอีกที่นราฯ
คนร้ายลอบวางบึ้ม ตูมสนั่นกลางถนนยี่งอ รถนาวิกฯวิ่งผ่านฉิวเฉียด อดีตแกนนำพูโล ติงเวที ถกสันติภาพ อย่าเลือกกลุ่มใดกลุ่มเดียว ต้องคุย ทุกฝ่าย ระวังคนถูกทิ้งก่อเหตุ ซัดท่าทีใครเป็นตัวจริงตัวปลอม ถามถึงผลเจรจาถ้ามีปัญหา คนพูดด้วยจะกลายเป็นตัวปลอมหรือไม่ ด้านผอ.ศูนย์สันติวิธี มั่นใจผลถกจบภายในรอบปีนี้ แน่นอน
เมื่อเวลา 07.25 น. วันที่ 3 ก.พ. ร.ต.ท.รวิ ศิลปะปัญญา รองสารวัตรสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่หัวมุมเกาะกลางของโคนป้ายบอกจุดยูเทิร์น บนถนนสาย 4066 ช่วงบริเวณบ้านบลูกา ม.3 ต.ตะปอเยาะ อ.ยี่งอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ มัทยาท ผกก.สภ.ยี่งอ น.อ.สันติ เกศศรีพงษ์ศา ผบ.ฉก.ทพ.นย.ทร. เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดนาวิกโยธิน และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดหน่วยปฏิบัติการพิเศษ กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
พบที่หัวมุมเกาะกลางจุดยูเทิร์นมีหลุมระเบิดลึก 1 ฟุต กว้าง 3 ฟุต ขอบปูนซิเมนต์เกาะกลางรวมทั้งโคนเสาของป้ายบอกจุด ยูเทิร์นถูกอนุภาพของระเบิดได้รับความเสียหาย เศษซากปูนและเสา รวมทั้งเศษชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องในกล่องเหล็กหนัก 10 ก.ก. จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารกระจายเกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยเหตุที่เกิดขึ้นไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
จากการสอบสวนทราบว่า ในขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหารพรานชุดเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 1 ชุดปฏิบัติการ นั่งรถยนต์กระบะเพื่อลาดตระเวนตรวจสอบความเรียบร้อยเส้นทางพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงที่เกิดเหตุมีคนร้าย ไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในป่ารกทึบริมทาง ได้ใช้วิทยุสื่อสารจุดชนวนระเบิดที่ลอบนำไปฝังไว้ที่ใต้โคนเสาบอกจุดยูเทิร์น จนเกิดระเบิด ขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ก่อนที่เจ้าหน้าที่ จะขับรถยนต์ผ่านถึงจุดเกิดเหตุ ประมาณ 20 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ปลอดภัยและรถยนต์ ไม่ได้รับความเสียหาย ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มก่อความไม่สงบ
วันเดียวกัน จากกรณีมีการแถลงความ คืบหน้าการพูดคุยระหว่างตัวแทนรัฐไทยกับกลุ่มบีอาร์เอ็น เมื่อวันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้ชื่นชมความคืบหน้าในการเจรจาสันติภาพ ขณะเดียวกันก็มีการตั้งข้อสังเกตถึงการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ครั้งนี้ โดยเพจเดอะปาตานีตั้งข้อสังเกตไว้ 2 ข้อ โดยอดีตแกนนำพูโลแนะให้รัฐบาลไทยพยายามพูดคุยกับหลายฝ่าย ไม่ควรเลือกคุยกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เพราะเกรงเกิดการท้าทายเหมือนเคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศ เพราะเริ่มมีสัญญาณบางอย่าง มีการวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่กลุ่มขบวนการ ที่กำลังถูกวางไว้ข้างแคร่ว่าที่ผ่านมามีการพูดคุย อย่างเป็นน้ำเป็นท่าแต่กลับมองว่ายังไม่ใช่ของจริง ตกลงที่ผ่านมามันคืออะไร ใครหลอกใคร ในภายหน้าถ้าการเจรจาไม่สำเร็จกลุ่มนี้ยังเป็นตัวจริงอยู่หรือไม่ และอีกข้อคือ หัวใจของการพูดคุยคือการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจเป็นที่ตั้ง ในเมื่อยังไม่สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ความจริงใจมันคงอีกยาวไกล แล้วสันติสุข สันติภาพอย่างแท้จริงของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเหลืออยู่ส่วนไหนของการพูดคุย
ที่หน้าตึก 19 อาคารเรียนรวม มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตปัตตานี กลุ่มนักศึกษา ภายใต้สหพันธ์นิสิตนักศึกษานักเรียนและเยาวชนปาตานี (PerMAS) ได้ออกมายื่นอ่านแถลงการณ์สหพันธ์นิสิตนักศึกษา นักเรียนและเยาวชนปัตตานี เรื่องวันมนุษยธรรม ปาตานี โดยมีเนื้อหาดังนี้ สหพันธ์เป็นองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อสันติภาพปาตานี โดยยึดหลักการประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน สหพันธ์ได้กำหนดให้วันที่ 3 ก.พ.เป็นวันมนุษยธรรมปาตานี (PATANI Humanitarian Day) เพื่อให้คู่สงครามและประชาชนทุกคนตระหนักถึงการคุ้มครองพลเรือนและการเคารพหลักมนุษยธรรมและกฎกติกาสงคราม และยิ่งในบรรยากาศที่การพูดคุยสันติภาพสันติภาพกำลังดำเนินการอยู่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่คู่ขัดแย้งหลักต้องทบทวนปฏิบัติการทางทหาร และการปฏิบัติการต่างๆ ที่มีผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่อาจส่งผลกระทบต่อพลเรือนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการใช้อาวุธ และเพื่อสร้างหลักประกัน ตลอดจนความไว้เนื้อเชื่อใจ ของประชาชนปาตานีต่อกระบวนการพูดคุยสันติภาพที่กำลังดำเนินการอยู่
สหพันธ์จึงถือโอกาสนี้กระตุ้นหนุนเสริมการสร้างสันติภาพและขอเสนอเพื่อนำสู่สันติภาพปาตานีดังต่อไปนี้ 1.รัฐไทยต้องทบทวนการติดอาวุธให้พลเรือน การพยายามดึงพลเรือนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางอาวุธและขอให้คู่ขัดแย้งหลักคำนึงถึงหลักกฎหมายมนุษยธรรมสากล 2.ขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยยกเลิกกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่เอื้อต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ประชาชนสามารถแสดงเจตจำนงทางการเมืองได้อย่างเสรี และ 3.การพูดคุยสันติภาพที่ดำเนินการอยู่นั้นต้องให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและออกแบบกระบวนการเพื่อไปสู่การกำหนดชะตากรรมตัวเอง
ด้านพล.ต.ธิรา เดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าวว่า เชื่อมั่นว่าการพูดคุยสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่อีก 4 อำเภอของจ.สงขลานั้น จะต้องจบภายในรอบปีนี้อย่างแน่นอน และในพื้นที่จะเกิดความสงบสุข ตนเชื่อความตั้งใจจริงของผู้นำมาเลเซียที่ได้วางกรอบให้เกิดผลของการพูดคุย โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ประชาชน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามที่ต้องการความรักและต้องการสันติสุขอยู่แล้ว อีกอย่างเหตุรุนแรงก็เพื่อยกระดับของกลุ่ม ในเมื่อรัฐบาลยอมรับแล้วว่าปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นวาระของชาติเป็นอันดับต้นของประเทศแล้วจะไปก่อเหตุทำไมอีก ที่ผ่านมามีการพูดคุยทั้งทางลับและเปิดเผยมาประมาณร้อยละ 80 ตอนนี้เรากำลังพัฒนาพูดคุยเพื่อสู่การวางอาวุธ เราพัฒนาด้านความสัมพันธ์ คาดว่าไม่เกินอีก 5 ครั้งจะเห็นผล การพูดคุยอย่างแน่นอน

บรรยายใต้ภาพ
บึ้มระทึก - เจ้าหน้าที่อีโอดีและ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ตรวจสอบที่เกิดเหตุระเบิดดักถล่มชุดลาดตระเวน บริเวณ ยูเทิร์น บนถนนสาย 4066 บ้านบลูกา อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส โชคดีไม่มีผู้ได้รับอันตราย เมื่อ วันที่ 3 ก.พ.

ที่มา: นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 5 ก.พ. 2563 (กรอบบ่าย)
News Code: crim terr labor frnt g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment
Related