วันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ลดค่าเทอม50% ช่วยนศ.1.7ล.

 22 ก.ค. 2564 03:53 น. | หมวดหมู่ การศึกษา
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ปิดเพิ่ม10กิจการ ตลาด-ยังเปิดได้
นายกฯ ถกวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ หอการค้า ซีอีโอ และเอกชนกว่า 80 คน ขอบคุณร่วมมือ
ฝ่าวิกฤตโควิดยันเดินหน้า 120 วันเปิดประเทศ แม้เผชิญกับความท้าทายสูง ต้องลดความขัดแย้ง สร้างการรับรู้ เน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุก ยันปรับแนวบริหารตลอด กระทรวงการอุดมฯศธ. แจงแนวทางช่วยลดภาระผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา 'เอนก' ชง 3 ขั้น ลดค่าเทอม-ค่าธรรมเนียมการศึกษา สถาบันการศึกษาของรัฐไม่เกิน 5 หมื่นลด 50% ไม่เกิน 1 แสนลด 30% และเกินแสนลด 10% 'ตรีนุช' เร่งเสนอมาตรการช่วยเข้าครม. 27 ก.ค. ครอบคลุมทั้งโรงเรียนรัฐและเอกชน ครม.เพิ่มงบปี 65 อีก 1.24 แสนล้าน ให้สอดคล้องสถานการณ์โควิดลามหนัก ศบค.แจ้งปิดอีก 10 กิจการ ใน 13 จังหวัดแดงเข้ม รวมของเดิมสรุปต้องปิดทั้งหมด 33 กิจการ 14 วัน แต่ไม่ปิดตลาดสด-ตลาดนัด
แจง 10 กิจการต้องปิดเพิ่ม
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) กล่าวว่า วันนี้เริ่มต้นใช้มาตรการข้อกำหนดฉบับที่ 28 โดยขอให้ประชาชนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 13 จังหวัด ได้แก่ กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ยะลา ปัตตานี สงขลา นราธิวาส ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และพระนครศรีอยุธยา งดการเดินทาง ไม่อนุญาตให้เดินทางข้ามไปพื้นที่อื่น รวมถึงการบินพลเรือนที่เริ่มมีการงดบิน รถร่วมเอกชนหยุดทำการ
พญ.อภิสมัยกล่าวว่า กิจการที่ปิดแน่นอนไปแล้วมี 23 กิจการ ส่วนที่ปิดเพิ่ม 10 รายตามข้อกำหนดฉบับที่ 28 ได้แก่ 1.สนามกีฬาทุกประเภท ทั้งในร่ม กลางแจ้ง 2.สระว่ายน้ำ 3.ลานกีฬา 4.ศูนย์แสดงสินค้า ศูนย์ประชุม สถานที่จัดนิทรรศการ 5.ศูนย์การเรียนรู้ 6.ห้องสมุด 7.พิพิธภัณฑ์ 8.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก 9.ร้านเสริมสวน ตัดผม ทำเล็บ ร้านสัก และ 10.สวนสาธารณะ สวนพฤกษศาสตร์
พญ.อภิสมัยกล่าวต่อว่า ด้านสถานที่ซึ่งมีความจำเป็นพิจารณาเปิดได้ 3 กรณี คือ 1.สถานที่รับเลี้ยงเด็ก เฉพาะที่รับเลี้ยงใน ร.พ.และพักค้างคืน 2.สถานที่ดูแลผู้สูงอายุลักษณะค้างคืน ไม่ไปกลับ และ 3.ตลาดนัด ให้เปิดเฉพาะส่วนที่ขายอาหารหรือวัตถุดิบเพื่อการบริโภค ย้ำว่าตลาดสดตลาดนัดที่ไม่ได้สั่งปิด สาธารณสุขเป็นห่วงอย่างยิ่ง แต่เราเข้าใจบริบทสังคม เพราะหากปิดทั้งหมดจะกระทบการดำเนินชีวิตมากพอสมควร ต้องฝากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำกับดูแลอย่างเข้มงวด หากพบว่ามีความเสี่ยงให้อำนาจพิจารณาปิดได้ และใน 14 วันถ้าสถานการณ์ดีขึ้นการผ่อนคลายจะตามมา
ตร.แนะข้อปฏิบัติจำเป็นเดินทาง
ขณะที่พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า หากเป็นการเดินทางข้ามจังหวัดที่เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ต้องมี 1.เอกสารรับรองที่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้อำนวยการเขต 2.ถ้าไม่มีตามข้อ 1.ให้ลงทะเบียนการเดินทางข้ามพื้นที่ ผ่านทางเว็บไซต์ "หยุดเชื้อ เพื่อชาติ" https://covid-19.in.th เพื่อนำคิวอาร์โค้ด แสดง 3.ให้ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น ไทยชนะ ที่ด่านตรวจ ทุกครั้ง
'บิ๊กตู่'ถกอว.-ศธ.เยียวยา
ด้านพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เข้าปฏิบัติหน้าที่ที่ทำเนียบรัฐบาล มีวาระการประชุมหารือเรื่องมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ภายหลังมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 13 ก.ค.2564 ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ไปกำหนดแนวทางการลดค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 เป็นกรณีพิเศษ
ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัวภายหลังการประชุมว่า มีแนวทางในด้านต่างๆ เช่น 1.มาตรการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียน 2.ขอความร่วมมือให้ลด หรือชะลอการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่างๆ จากผู้ปกครองในโรงเรียนเอกชน 3.สนับสนุนค่าใช้จ่ายแก่สถานศึกษา เพื่อรองรับการเรียนแบบออนไลน์ 4.ช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้างงาน โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ อว.และศธ.จัดทำรายละเอียดและขั้นตอน เพื่อนำเข้าที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้า
ชง 3 ขั้นช่วย 1.7 ล้านน.ศ.
นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. กล่าวว่า นายกฯ ได้รับหลักการมาตรการตามที่ อว.เสนอ คือ 1.สถาบันอุดมศึกษาภาครัฐ จะลดค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษา โดยกำหนดเป็น 3 ขั้นได้แก่ ขั้นที่ 1 ส่วน ที่ไม่เกิน 50,000 บาท ลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษา ร้อยละ 50 ขั้นที่ 2 ส่วนตั้งแต่ 50,001-100,000 บาท ลดร้อยละ 30 และขั้นที่ 3 ส่วนตั้งแต่ 100,001 บาทขึ้นไป ลดร้อยละ 10 โดยรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณสำหรับส่วนลดนี้ร้อยละ 60 และสถาบันอุดมศึกษาสมทบร้อยละ 40 และ 2.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน รัฐบาลจะสนับสนุนลดค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมการศึกษาคนละ 5,000 บาท และให้ทางสถาบันอุดมศึกษาเอกชนแต่ละแห่งพิจารณาลดค่าเล่าเรียนเพิ่มเติมและสนับสนุนมาตรการอื่นๆ เช่น ขยายเวลาผ่อนชำระหรือผ่อนจ่ายค่าธรรมเนียมการศึกษา ตั้งกองทุนสนับสนุนการศึกษา จัดหาอุปกรณ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับนักศึกษายืมเพื่อใช้ในการศึกษาออนไลน์ ส่วนลดค่าหอพักนักศึกษา จัดสวัสดิการพิเศษกรณีนักศึกษาป่วยด้วยโรค โควิด-19 โดยเริ่มใช้ทันทีในภาคศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยจะมีนิสิต นักศึกษาที่ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนถึง 1,750,109 คน
ด้าน น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ โครงการที่ ศธ.เสนอคือ มาตรการช่วยเหลือ ค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ ซึ่งจะช่วยเหลือผู้เรียนทุกสังกัด ทั้งในสังกัดของศธ. ผู้เรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพ มหานคร และโรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยครอบคลุมผู้เรียนทั้งภาครัฐและเอกชนด้วย ซึ่งนายกฯ รับหลักการที่ ศธ.เสนอ พร้อมกับให้ ศธ.ไปจัดทำรายละเอียดหลักการและวิธีการ ให้ครม.พิจารณาในวันที่ 27 ก.ค.นี้
เพิ่มงบปี 65 อีก 1.24 แสนล.
นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.วันที่ 20 ก.ค. มีมติรับทราบและเห็นชอบการเสนอขอเพิ่มและเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ประกอบด้วย การขอเพิ่มงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวน 124,291 ล้านบาท ตามแนวทางและขั้นตอนที่ ครม.มติให้ความเห็นชอบเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2564 กำหนดให้ส่วนราชการเสนอขอเพิ่มงบที่มีความจำเป็นเร่งด่วน สอดคล้องกับสถานการณ์ โควิด-19 ยุทธศาสตร์ชาติ ได้แก่ 1.รายจ่ายที่ต้องดำเนินการตามข้อผูกพันที่เกิดจากกฎหมาย สัญญา ข้อตกลงระหว่างประเทศ และค่าใช้จ่ายเพื่อการชำระหนี้ รวมทั้งค่าใช้จ่ายตามสิทธิจำนวน 36,771 ล้านบาท
2.รายจ่ายเพื่อการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รายจ่ายเพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน หรือค่าบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด หรือเป็นรายจ่ายในการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลัง สถานการณ์ หรือรายจ่ายที่ประชาชนได้รับประโยชน์โดยตรง ตลอดจนรายจ่ายเพื่อ แก้ไขปัญหาการปฏิบัติงานของหน่วยรับงบประมาณ 87,520 ล้านบาท
นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบการเสนอขอเพิ่มงบประมาณ รัฐสภา หน่วยงานของศาล หน่วยงานขององค์กรอิสระและองค์กรอัยการ เพื่อเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 จำนวน 1,484 ล้านบาท
จากนั้นเวลา 14.20 น. พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และ 40 ซีอีโอ เรื่องการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า
ย้ำลุยงานต่อ-ลดขัดแย้ง
พล.อ.ประยุทธ์ยืนยันว่า ที่ผ่านมารัฐบาลและเอกชนได้พูดคุยกันต่อเนื่อง รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจกับการแพร่ระบาดโควิดที่รุนแรงมากขึ้น ยังเดินหน้าแก้ไขอย่างรอบด้าน ทั้งการเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนจนถึง 20 ก.ค. ฉีดวัคซีนแล้วกว่า 14 ล้านโดส กำหนดมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา ทั้งสนับสนุนการเข้าถึงสินเชื๋อดอกเบี้ยต่ำแก่ผู้ประกอบการ มาตรการกระตุ้นการบริโภคภาคประชาชน อาทิ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มียอดการใช้จ่ายแล้วกว่า 3.3 หมื่นล้านบาท โครงการ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ และโครงการ สมุย โมเดล พลัส เพื่อช่วยอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่การท่องเที่ยว
มุ่งเป้า 120 วันเปิดประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายในระดับสูง ต้องลดความขัดแย้ง ช่วยกันสร้างการรับรู้ เน้นประชาสัมพันธ์เชิงรุก เพราะทั้งรัฐบาลและภาคเอกชนมีเป้าหมายเดียวกันคือ การช่วยกันหาทางออกให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ขอบคุณและสิ่งที่ได้รับฟังข้อมูลในวันนี้ สอดคล้องกับนโยบายและแนวคิดของรัฐบาล ซึ่งจะได้นำไปหารือกับ ครม. และศบค. ต่อไป ยืนยันว่า นายกฯ ครม. และศบค. ไม่เคยหยุดคิด หยุดทำงาน โดยดูแลคน 70 ล้านคน ตามกรอบกฎหมาย และได้ย้ำมาตลอดว่า ไทยต้องปรับรูปแบบการบริหารจัดการใหม่ ขอยืนยันการเดินหน้าเปิดประเทศ 120 วัน
ด้านซีอีโอ 40 กว่าบริษัทยังได้กล่าวให้กำลังใจนายกฯ และขอให้ทำหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป
โพสต์ขอบคุณหอการค้า-ซีอีโอ
เวลา 19.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า "วันนี้ ได้จัดประชุมกับสภาหอการค้าไทย และซีอีโอชั้นนำของประเทศไทยกว่า 80 ท่าน เป็นตัวแทนจากภาคเอกชน มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผมและทีมงานทุกคน สิ่งที่ผมได้รับจากการประชุมวันนี้ ตอกย้ำความเชื่อของผมที่ว่า ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของประเทศไทยของเรา คือความปรารถนาดีในการขับเคลื่อนประเทศ ผมขอขอบคุณทุกท่านที่ได้กรุณาสละเวลาอันมีค่า เข้าร่วมระดมสมองในวันนี้"

ที่มา: นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 22 ก.ค. 2564
News Code: med eco pol edu crim heal outb frnt g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment