วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

คอลัมน์ อริยะโลกที่6: พ่อท่านพรหม ธัมมธโร วัดทุ่งพลา จ.ปัตตานี

 08 ต.ค. 2562 06:09 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

พ่อท่านพรหม ธัมมธโร พระเกจิชื่อดังแห่งวัดพลานุภาพ (วัดทุ่งพลา) อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ผู้ตั้งปฏิปทามั่นในการอยู่ในพื้นที่อันตราย เป็นขวัญกำลังใจของทหารหาญและพลเรือนในพื้นที่ ด้วยการนำหลักศาสนาเป็นแกนกลางสร้างขวัญและกำลังใจ
มีนามเดิมว่า พรหม ราชบุตร เกิดเมื่อเดือนสิงหาคม 2461 ตรงกับวันเสาร์ เดือน 9 ปีมะเมีย บิดา-มารดา ชื่อ นายสีแก้วและนางคำแก้ว ราชบุตร ครอบครัวประกอบอาชีพเกษตรกรในจังหวัดปัตตานี
อายุ 20 ปี ตัดสินใจออกบวชตามประเพณี ที่พัทธสีมาวัดห้วยเงาะ จ.ปัตตานี
อยู่จำพรรษาที่วัดห้วยเงาะ โดยท่านได้ใช้เวลาว่างทั้งหมดเล่าเรียนการสวดมนต์ต่างๆ และรวมถึงการสวดภาณยักษ์ แบบฉบับของภาคใต้
ชีวประวัติส่วนใหญ่ได้รับการบอกเล่าจากศิษย์เท่าที่ใกล้ชิดเล่าให้ฟังบ้าง ทำให้พอทราบได้ว่าเป็นผู้คงแก่เรียน ชอบศึกษาวิชาความรู้ในศาสตร์หลายแขนง รวมไปถึงวิทยาคมจากพระเกจิดังทางภาคใต้หลายรูป
นอกจากนี้ ยังมีความรู้ทางด้านสมุนไพรโบราณมาตั้งแต่เด็ก โดยได้รับการถ่ายทอดมาจากบิดา
หลังจากบวชเรียนได้ระยะเวลาหนึ่งก็ลาสิกขา
ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมอย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการพัฒนาท้องถิ่น หรือแม้กระทั่งการช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากให้กลับมามีชีวิตที่ดีขึ้น จนทำให้เป็นที่นับถือของคนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก
ในที่สุด ได้รับเลือกให้เป็นผู้ใหญ่บ้าน 'บ้านลาแล-เมาะยี' ต.กาบัง อ.ยะหา จ.ยะลา
ทำหน้าที่ติดต่อกันยาวนานกว่า 18 ปี จนเกิดความเบื่อหน่ายต่อชีวิตทางโลก จึงตั้งจิตด้วยศรัทธาอันแน่วแน่ เข้าพิธีอุปสมบทอีกครั้ง เมื่อวันที่ 5 ธ.ค.2530 ที่พัทธสีมาวัดพลานุภาพ ได้รับฉายานามว่า ธัมมธโร มีความหมายว่า ภิกษุผู้มีความกล้าหาญในธรรม
ย้ายไปจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยเงาะ เพื่อปลีกวิเวก ปฏิบัติธรรม รวมทั้งศึกษาวิทยาคมต่างๆ กับพระเกจิอาจารย์สายใต้ที่เชี่ยวชาญ ด้านวิปัสสนา รวมทั้งศึกษาสรรพวิชาต่างๆ จากผู้เรืองวิทยาคมอีกหลายท่าน
ในระหว่างนี้เป็นสหธรรมิกกับพ่อท่านเขียว กิตติคุโณ พระเกจิชื่อดังแห่งวัดอรัญวาสิการาม (วัดห้วยเงาะ) ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ด้วยความที่อยู่วัดด้วยกัน ท่านทั้งสองจึงเคยร่วมสังฆกรรม สนทนาธรรม และร่วมในพิธีกรรมต่างๆ ด้วยกันเสมอ
อยู่จำพรรษาที่วัดห้วยเงาะเป็นระยะเวลานาน 5 ปีเศษ กระทั่งวันที่ 7 ก.ค.2536 ย้ายมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสที่วัดพลานุภาพ
เป็นพระสงฆ์ที่มัธยัสถ์อดออมและ รักสันโดษ ชอบการอ่าน หมั่นศึกษาหาความรู้ในทุกด้าน รวมถึงสิ่งที่เป็นประโยชน์ ในอันที่จะนำไปสงเคราะห์ผู้อื่นได้ มีเมตตาสูงกับเหล่าศิษย์
ได้รับการขนานนามจากชาวบ้านใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า "เทพเจ้าฝ่ายบุ๋นแห่งเมืองลังกาสุกะ" เคียงคู่กับพ่อท่านเขียว กิตติคุโณ แห่งวัดห้วยเงาะ ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ที่ได้รับสมญานาม "เทพเจ้าฝ่ายบู๊แห่งเมืองลังกาสุกะ"
ส่วนที่มาเนื่องมาจากที่คณะศิษย์ เมื่อได้รับวัตถุมงคล รวมทั้งได้รับการผูกข้อมือด้วยสายสิญจน์จะเกิดความรู้สึกเยือกเย็น ปลอดโปร่งสบายใจ
นอกจากนี้ยังเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงประกอบพิธีสะเดาะเคราะห์ จนเป็นที่ร่ำลือกันไปทั่ว แม้แต่พ่อท่านเขียว วัดห้วยเงาะ รวมถึงพระเกจิอาวุโสหลายท่านในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังกล่าวยกย่อง
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง จึงมรณภาพด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2562 เวลา 01.00 น. สิริอายุ 101 ปี

ที่มา: นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 9 ต.ค. 2562 (กรอบบ่าย)
News Code: art g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment
Related