วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

'มาราปาตานี'คืนชีพ วาระซ่อนเร้น หรือเป็นเพียงการฉวยโอกาส

 01 ส.ค. 2563 04:41 น. | หมวดหมู่ การเจรจาเพื่อสันติ
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมือง ไม้ขม รายงาน
การออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งของ มาราปาตานี ซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน 4 กลุ่มที่เคยทำหน้าที่เป็นตัวแทนของขบวนการแบ่งแยกดินแดน เพื่อเป็นคณะ เจรจาสันติสุข กับรัฐบาล และถูก เสธ.เมา พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ อดีตแม่ทัพภาคที่ 4 หัวหน้าคณะ พูดคุยสันติสุข คนก่อนปฏิเสธที่จะ พูดคุย กับกลุ่มมาราปาตานี เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่เชื่อว่าเป็น ของจริง ที่มีอำนาจตัดสินใจบนโต๊ะ พูดคุย ได้ และการเมืองที่ ผกผัน ของมาเลเซียทำให้มีการเปลี่ยนรัฐบาลจาก นายกรัฐมนตรีราจิบ มาเป็นนายกรัฐมนตรี มหาธีร์ ยิ่งทำให้บทบาทของ มาราปาตานี ถูกลดทอนจนไม่มีความหมายในที่สุด
และเมื่อ บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนตัวหัวหน้าคณะ พูดคุย จาก พล.อ.อุดมชัย มาเป็น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และผู้ทำหน้าที่อำนวยความสะดวกที่รัฐบาลมาเลเซียตั้งขึ้นใหม่คือ ดาโต๊ะนูร อดีต ผบช.ตำรวจสันติบาล มาทำหน้าที่อำนวยความสะดวกในการ พูดคุย แทนคนเก่า คือ ดาโต๊ะซัมซามิน โดยสามารถทำให้บีอาร์เอ็นส่ง 6 แกนนำที่เป็น ของจริง มาทำหน้าที่ พูดคุย แทนกลุ่ม มาราปาตานี จึงเท่ากับว่ามีการ ตอกฝาโลง ปิดบทบาทของ มาราปาตานี ลงสู่หลุมศพอย่างแท้จริง
ดังนั้นเมื่อจู่ๆ มาราปาตานี ร่อนสารถึงสำนัก สื่อ บางสำนัก เสนอข้อเรียกร้องจำนวน 3 ข้อในการขับเคลื่อน โต๊ะการพูดคุย ที่จะมีขึ้นในอนาคต จึงกลายเป็นข้อ กังขา กับผู้คนทั้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้และนอกพื้นที่ และอาจจะรวมทั้งประชาคมโลกด้วยเช่นกัน การ ดันฝาโลง" ออกมาปรากฏตัวอีกครั้งของ มาราปาตานี จึงต้องมี นัย หรือเป็น วาระซ่อนเร้น อะไร และมีใครอยู่เบื้องหลัง ก่อนอื่นขอบอกว่าในวันที่ 1 สิงหาคมนี้เป็น วันชาติปัตตานี ที่สถาปนาโดยบีอาร์เอ็น และก่อนที่ ผีดิบ มาราปาตานีจะยื่นมาถือสารออกจากโลงนั้น พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ พูดคุย คนปัจจุบันกำลัง สัญจร อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยการพบปะกับกลุ่มมวลชนต่างๆ อาทิ ผู้นำศาสนา เพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อสถานการณ์ของการที่จะเดินหน้า พูดคุย กับขบวนการบีอาร์เอ็นต่อไปหลังจากที่ปัญหา โควิด-19 เบาบางลง และถ้าติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมาจะพบว่า วันชาติปัตตานี จะเป็นวัน สัญลักษณ์ ที่บีอาร์เอ็นจะก่อเหตุร้าย เพื่อเป็นการ ตอกย้ำ กับมวลชนให้อย่าลืม วันชาติปัตตานี ซึ่งในปีนี้ก็เช่นกัน ในห้วงของก่อน วันชาติปัตตานี และหลัง วันชาติปัตตานี บีอาร์เอ็นอาจจะส่ง แนวร่วม ก่อนเหตุ วินาศกรรมในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ตอนบน รวมทั้ง กทม.ด้วยก็ได้
เพื่อเป็นการฉกฉวยโอกาสที่การเมืองในประเทศกำลัง ร้อนระอุด้วยการออกมาขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ของนักเรียน นักศึกษา ผู้ใช้แรงงาน และประชาชนทั่วไป ซึ่งหลังการก่อเหตุ บีอาร์เอ็นจะได้ไม่ออกมารับผิดชอบ โดยใช้สถานการณ์ความแตกแยกทางสังคมที่เกิดขึ้นในการสร้างความ คลุมเครือ ซึ่งเป็นเรื่องที่บีอาร์เอ็นปฏิบัติมาโดยตลอด
และถ้าดูจาก กระดาษข่าว ของหน่วยข่าวความมั่นคง (บางคน) ที่เกาะติดแกนนำของบีอาร์เอ็นในกลันตัน และความเคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา จะพบว่า มือก่อวินาศกรรม จำนวนหนึ่งได้เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่ 3 จังหวัดและ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมจะลงมือปฏิบัติการ
ดังนั้นการออก ร่อนสาร แสดงตัวตนว่ายังไม่ตายของ มาราปาตานี คาบนี้จึงเป็นการแอบอ้างปฏิบัติการของบีอาร์เอ็น เพื่อ ตีกิน โดยถ้ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นจริง ผู้คนจะได้เข้าใจว่าเป็นฝีมือของ มาราปาตานี ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง มาราปาตานีเป็นเพียงที่รวมกลุ่มของผู้แทนจากขบวนการแบ่งแยกดินซึ่งเป็นเพียง รถเปล่า เท่านั้น รวมทั้งเป็นการฉกฉวยโอกาสในการแสดงตัวตนอีกครั้ง โดยการ ยึดโยง กับการเคลื่อนไหวของ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะ พูดคุย ที่อยู่ในพื้นที่ และมีการเปิดประเด็นของการ พูดคุย กับตัวแทนของบีอาร์เอ็นอีกครั้งหลังจากที่หยุดไปนาน
แต่...ทั้งนี้ทั้งนั้น การตื่นจากหลุมของ ผีดิบ มาราปาตานี ก็ต้องมีคนหนุน หรือ ชักใย อยู่เบื้องหลัง เพื่อสร้างความสับสนให้เกิดขึ้น ซึ่งผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังเป็นได้ทั้งกลุ่มการเมืองเก่าของ มาเลเซีย ที่วันนี้ นาจิบ ที่กำลังจะสิ้นชีพ ในสมัยของ มหาธีร์ กำลัง คืนชีพ อีกครั้ง และ มาราปาตานี คือผลผลิตของนาจิบ ในยุคสมัยนั้น
นอกจากนั้นยังเป็นไปได้ว่าบีอาร์เอ็นเองอาจจะเป็นผู้ที่อยู่เบื้องหลังในการ ชุบชีวิต ของ มาราปาตานี ให้คืนชีพ เพื่อให้เกิดความสับสนและทำลายความน่าเชื่อถือของคณะ พูดคุย ฝ่ายไทย เพราะผลสุดท้ายการ พูดคุย ผ่านไปแล้ว หลายรัฐบาลคณะ พูดคุย ยังตอบไม่ได้ว่ากลุ่มคนที่ไป พูดคุย อยู่นั้นเป็นกลุ่มที่มีอำนาจในการตอบ เยส หรือ โน ในโต๊ะประชุมได้จริงหรือไม่ หรืออาจจะยังมี มือที่มองไม่เห็น ใช้มาราปาตานีสร้างความสับสนให้เกิดขึ้น ให้เป็นความ ขัดแย้ง เพราะเป็นที่
รู้ดีกันว่าบีอาร์เอ็นนั้นไม่ต้องการเขตปกครองพิเศษ แต่ต้องการ เมอร์เดกา หรือ เอกราช เท่านั้น ในขณะที่กลุ่มมาราปาตานีกลับเสนอแนวทางเขตปกครองพิเศษ หรือ ออโตโนมี ตามข้อเรียกร้องใน 3 ข้อ
ล่าสุด อาบู ฮาฟิส อัลฮากิม โฆษกของมาราปาตานี ได้ออกมาปฏิเสธว่า สารที่เรียกร้อง 3 ข้อ ต่อคณะพูดคุยของไทยเป็นของปลอม ตั้งแต่ภาษาที่ใช้ก็ไม่ใช่ และเชื่อว่าการนำเสนอข่าวนี้มีวาระที่ซ่อนเร้น นั่นคือการเคลื่อนไหวล่าสุดของที่เกิดขึ้น
แต่..ไม่ว่าอย่างไร ความสับสนอลหม่านที่มาจากการตายแล้วฟื้นคืนของมาราปาตานีครั้งนี้ ผู้ที่ถูกมองด้วยความไม่น่าเชื่อถือคือ คณะพูดคุยของไทย เพราะคำถามหนึ่งที่ผู้อยู่ในแวดวงที่ พล.อ.วัลลภลงไปพบปะในพื้นที่ ซึ่งถามหัวหน้าคณะพูดคุยคือ คนที่ไปคุยเป็น ตัวจริง หรือไม่ แสดงว่าที่ผ่านมาในการ พูดคุย ที่เปลี่ยนหัวหน้าคณะไปแล้ว 3 นายพลนั้น คนในพื้นที่ยังไม่เชื่อถือว่าเป็นการไปคุยกับ ของจริง หรือ ของปลอม และยังตั้งข้อสงสัยว่าการ พูดคุย ตั้งแต่ ยิ่งลักษณ์ จนถึง ประยุทธ์ เป็นเพียง ปาหี่ ที่ผลาญงบประมาณเท่านั้น
ทั้งที่โดยข้อเท็จจริง คนในพื้นที่เองย่อมรู้ดีกว่า หัวหน้าคณะพูดคุย เสียอีกว่าคนที่เป็นตัวแทนของขบวนการเป็น ตัวจริง หรือ ตัวปลอม ซึ่งโดยข้อเท็จจริง คนในมาราปาตานีทั้งหมดก็เป็น ตัวจริง ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนแต่ละกลุ่ม และในกลุ่มมาราปาตานี หัวหน้าคณะ พูดคุย อย่าง สุกรี ฮารี ก็เป็นบีอาร์เอ็นตัวจริง เพราะเป็น 1 ใน 7 คนที่เป็น ขบถ แบ่งแยกดินแดนที่เกี่ยวพันกับเหตุการณ์ ปล้นปืน ปี 2547 ที่หลบหนีการประกันตัวจากปัตตานีไปอยู่ที่มาเลเซียจนถึงปัจจุบัน
และ 6 คนที่มาจากบีอาร์เอ็นซึ่งเป็นคณะพูดคุยล่าสุดที่มีหิพนี มะเร๊ะ เป็นหัวหน้า ก็เป็นของจริง แต่ด้วย กุศโลบาย ของบีอาร์เอ็นที่ใช้มาโดยตลอดคือ เมื่อคนเหล่านี้เข้าสู่ โต๊ะของการเจรจา ทุกคนจะถูกปลดออกจากตำแหน่งในขบวนการ จึงเป็นของจริงที่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจที่จะตอบว่า เยส หรือ โน ในโต๊ะเจรจา เพราะบีอาร์เอ็นใช้ขบวนการเจรจาเพื่อไปสู่เป้าหมายอื่นที่ไม่ใช่การ ยุติ ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนั่นเอง
และยิ่งวันนี้ สถานะของบีอาร์เอ็นเป็นสถานะที่รัฐบาลมาเลเซียควบคุม กำกับยากขึ้น เนื่องจากบีอาร์เอ็นมีกลุ่ม เจนีวาคอล ที่เป็นเอ็นจีโอฝรั่ง ซึ่งแนบแน่นอยู่กับ ยูเอ็น เป็นผู้กำกับ สั่งการอยู่เบื้องหลัง ที่วันนี้แม้แต่รัฐบาลมาเลเซียยังอึดอัดกับบทบาทของ เจนีวาคอล ในขณะที่แกนนำในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มี ไอซีอาร์ซี องค์กรกาชาดระหว่างประเทศและหมอไร้พรมแดนเป็น พี่เลี้ยง ในการกำกับการแสดง ดังนั้นความสับสนที่เกิดขึ้นจาก ผีดิบ มาราปาตานี จึงเป็นเพียง ละคร ฉากหนึ่งที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นไปตามสถานการณ์ของ วันชาติปัตตานี และ บริบท ของ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ หัวหน้าคณะพูดคุยที่เผอิญมา สัญจร อยู่ในแวดวงของกลุ่มคนที่....กับขบวนการเป็นอย่างดีนั่นเอง.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 1 ส.ค. 2563
News Code: g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related