วันเสาร์ที่ 08 พฤษภาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

เผาอบต.และรถหลวง วอด ที่แท้ฝีมือกลุ่มเดิมสร้างสถานการณ์เหตุยิงเผา 3 ศพ

 30 เม.ย. 2564 10:07 น. | หมวดหมู่ เหตุร้ายรายวัน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

หลังจากเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา วันที่ 29 เมย. ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้สำนักงานที่ทำงาน อบต.บางเก่า ม.1 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี รวมไปถึงรถขยะ และรถกระเช้าซึ่งจอดอยู่ในโรงรถข้าง ๆ ได้รับความเสียหายทั้งหมด และในเวลาไล่เลี่ยกันได้เกิดเหตุเพลิงไหม้ศาลาที่พักริมทาง ในพื้นที่บ้านบาโงมูลง ต.เตราะบอน อ.สายบุรี ทำให้ได้รับความเสียหาย ซึ่งหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้กันพื้นที่เกิดเหตุทั้ง 2 จุดเพื่อความปลอดภัยเนื่องจากเกรงว่าจะเกิดเหตุร้านซ้ำซ้อน อีกทั้งเกรงว่าวัตถุพยานจะได้รับความเสียหาย
สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 30 เมย. พ.ต.อ.เฉลิมชัย เพชรกาศ ผกก.สภ.สายบุรี จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งว่ายังมีไฟที่ยังไม่ดับและกำลังลุกโชนอีกครั้งที่ อบต.บางเก่า และเกรงว่าจะลามขึ้นมาอีก โดยเฉพาะอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็กซึ่งอยู่ติดรั้วกำแพง จึงได้ประสานไปยังชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดให้เข้าตรวจสอบบริเวณโดยรอบเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่จะประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิงให้เร่งเข้าไประงับเหตุ เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้ทำการฉีดน้ำสกัดจุดที่เพลิงกำลังลุกไหม้ ทั้งนี้เนื่องจากอาคารดังกล่าวเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวและมีอุปกรณ์ เอกสารต่าง ๆ โต๊ะไม้ เก้าอี้ จำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อไฟอย่างดี ทำให้การดับไฟค่อนข้างใช้เวลานาน
จากการตรวจสอบพบว่า อาคารสำนักงาน อบต.บางเก่า ถูกไฟเผาไหม้วอดไปทั้งหลัง มีเศษกระจกเกลื่อนภายในอาคาร รวมไปถึงอุปกรณ์ เอกสารสำคัญต่าง ๆ นอกจากนี้พบว่า รถขยะ และรถกระเช้าถูกเผาบริเวณห้องเครื่องและห้องโดยสารเสียหายอย่างหนัก เช่นเดียวกับเพลิงจอดรถหลังขาถูกเผาอีกด้วย
จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุ เป็นช่วงที่ประชาชนกำลังละศีลอดโดยที่ไม่มีใครเฝ้าหรืออยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ปรากฏว่ามีชาวบ้านเห็นกลุ่มควันไฟก่อนจะเกิดไฟไหม้ลุกลามบริเวณด้านข้างและภายในตัวอาคารอย่างรวดเร็ว ประชาชนระแวกข้างเคียงจึงพยายามดับไฟแต่ก็ไม่ทัน เพลิงได้ลุกลามเป็นวงกว้างทำให้เสียหายทั้งหมด
พล.ต.ต.พิชญ์วุฒิ สงวนสมบัติศิริ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า เหตุเพลิงไหม้ อบต.บางเก่างครั้งนี้ เชื่อว่าเป็นการลอบวางเพลิง เนื่องเกิดเหตุเกิดพร้อมกัน 2 จุดโดยจุดที่สองเป็นศาลาที่พัมริมทาง จากการสืบสวนเบื้องต้นก่อนเกิดเหตุพบว่าคนร้ายมีไม่ต่ำกว่า 3-5 คน ลอบเข้ามาทางด้านหลังของอาคาร ก่อนจะกระจายกันก่อเหตุโดยการราดน้ำมันรถขยะและรถกระเช้า ก่อนที่ชุดได้งัดหน้าต่างเข้าไปราดน้ำมันภายในะสำนักงาน จากนั้นคนร้ายจึงพร้อมกันจุดไฟเผา แล้วหลบหนีไป ซึ่งเวลาดังกล่าวประชาชนส่วนใหญ่กำลั
งกินข้าวเนื่องจากเป็นช่วงละศีลอด เช่นเดียวกันเผาศาลาที่พักริมทาง อย่างไรก็ตามได้กำชับให้ชุดสืบสวนสอบสวนเร่งหาวัตถุพยานในที่เกิดเหตุให้มากที่สุด รวมไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อว่าน่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่กลุ่มเดิมที่เชื่อมโยงเหตุฆ่าและเผา 3 ศพ เพื่อสร้างสถานการณ์ เนื่องจากเมื่อวันที่ 24 เมย.ที่ผ่านมา กลุ่มก่อความไม่สงบก็ได้ก่อเหตุลอบยิงแล้วเผา ครอบครับ "กิตติประภานันท์" รวม 3 ศพ ขณะกำลังขับรถจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อไปส่งสินค้าในพื้นที่ จ.นราธิวาส ทำให้ พ่อ ลูกสาว และหลานชาย เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม สำหรับความคืบหน้ารู้ตัวผู้ก่อเหตุและผู้สั่งการแล้ว กำลังที่จะออกหมายจับแล้ว

ที่มา: www.siamrath.co.th
News Code: loc g:siamrath g:agency p:wsr v:netnews

Comment