วันอาทิตย์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ถูกทุกข้อ

 08 ก.ค. 2563 04:18 น. | หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

อัตถ์ อัตนัย
rm_thaipost@hotmail.co.th
ปฏิบัติการเชิงรุกในทางพหุวัฒนธรรม
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
เรียน คุณอัตถ์ ที่นับถือ
บทความในไทยโพสต์ ๔ ก.ค.๖๓ ของคุณเมือง ไม้ขม เรื่อง "แค่ตัดไม้ทำลายป่ายังแก้ไม่ได้ 'ไฟใต้' ที่ใหญ่กว่าหลายเท่าจะแก้ได้อย่างไร" สะท้อนให้เห็นถึงกิจการงานแก้ปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีที่คั่งค้างมาก ที่อาจต้องสะสางให้ขับเคลื่อนเดินหน้าต่อไปได้ เห็นว่าในช่วงสู้ศึกวิกฤติเศรษฐ กิจ พร้อมไปกับสู้ศึกโควิด-๑๙ รัฐอาจจำเป็นต้องปฏิบัติงานที่คั่งค้างและปฏิบัติการเชิงรุกในทางพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้พร้อมกันไปด้วยเป็นฟาสต์แทรก เพื่อให้ประเทศชาติประชาชนเดินหน้าได้ต่อเนื่อง ควบคุมจำกัดทุกๆ วิกฤติ ทุกๆ ปัญหาไม่ให้ลุกลามและให้หมดสิ้นไป มีความเห็นดังนี้ครับ
๑.กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้าอาจสะสางงานที่คั่งค้างด้วยการบูรณาการงานป้องกันปราบปรามการทำผิดกฎหมายต่างๆ เข้าด้วยกัน ทั้งความผิดด้านความมั่นคง การตัดไม้ทำลายป่าและทรัพยากรธรรมชาติ ค้ามนุษย์ ยาเสพติด น้ำมันเถื่อน ของเถื่อน โดยบูรณาการกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ป.ป.ส. ป่าไม้ อุทยาน ฯลฯ โดยบูรณาการข้อมูลพื้นฐานจากฝ่ายต่างๆ เข้าด้วยกัน จัดเป็นระบบ big data ให้เกิดประสิทธิภาพสูงมากขึ้น ขับเคลื่อนป้องกันปราบปรามไปพร้อมกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิอาญา) ตามหมายจับของศาล เข้มงวดให้มีขบวนการยุติธรรมที่ถูกต้องชอบธรรม (due process) ทุกขั้นตอน เช่น ชป.จรยุทธ์อาจติดตามจับกุมบุคคลผู้ทำผิดกฎหมายที่มีหมายจับของศาล ทั้งความผิดด้านความมั่นคงและความผิดอื่นๆ ดังกล่าวไปพร้อมๆ กัน การสืบสวน ติดตาม จับกุม สอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ดำเนินคดี เข้มงวดถูกต้องตาม ป.วิอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดขจัดฐานอำนาจทางการทหาร การเงิน และการเมืองของโจรใต้ไปพร้อมกัน
๒.กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้าอาจเร่งรัดจ่ายค่าเสียหายค่าเยียวยาต่างๆ ที่ค้างชำระอยู่ให้ครบถ้วนตามกฎหมาย เพื่อความเชื่อถือเชื่อมั่นของพี่น้องไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่นตรวจสอบว่ากรณีชาวบ้าน ๓ คนเสียชีวิตที่บริเวณเทือกเขาตะเวนั้น ทายาทและครอบครัวได้รับชดใช้เยียวยาครบถ้วนตามกฎหมายแล้วหรือไม่อย่างไร
๓.ลุงตู่อาจมีบัญชาให้ตรวจสอบย้อนหลังว่า ทายาทและครอบครัวของผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บจากเหตุร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา (เช่นที่ตากใบ) ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องไทยมุสลิมหรือพี่น้องไทยพุทธ ลูกเมียครอบครัวได้รับการชดใช้และเยียวยาครบถ้วนตามกฎหมายปัจจุบันหรือไม่อย่างไร หากยังไม่ครบตามกฎหมายปัจจุบันก็ควรจ่ายย้อนหลังจ่ายให้ครบ ลุงตู่อาจมีบัญชาให้ พม.ดูแลแม่เลี้ยงเดี่ยว ลูกหลานกำพร้า พ่อแก่แม่เฒ่าด้านสวัสดิการ การศึกษาต่างๆ เสริมเพิ่มเติมต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อเยียวยาแผลเก่าเรื้อรังให้ทุเลาลงให้ได้มากๆ
๔.ข่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่ามีการพบปะพูดคุยกันระหว่างท่านแม่ทัพภาคที่สี่กับทูตฝรั่งเศสและทูตเยอรมนี เพื่อชี้แจงสถานการณ์ต่างๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้าจำไม่ผิดมีการนัดหมายให้ไปชี้แจงที่ที่ประชุมกาชาดสากลด้วย (ถ้าจำผิดขออภัยด้วยครับ) ถ้าข่าวถูกต้องเห็นว่าบีอาร์เอ็นกำลังรุกหนัก ทางการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเด็นจากกิจการภายในไปเป็นเรื่อง "ระหว่างประเทศ" หากส่งคณะผู้แทนไปให้ข้อมูล ก็อาจถูกเบี่ยงเบนบิดเบือนให้กลายเป็นคณะผู้แทนไปเจรจากับบีอาร์เอ็น กลายเป็นประเด็นระหว่างประเทศเข้าทางบีอาร์เอ็น ในกรณีนี้อาจต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเข้ามาร่วมงาน หากต้องส่งคนไปให้ข้อมูลต้องไม่เป็นระดับ ที่กลายเป็นคู่เจรจา อาจให้กระทรวงการต่างประเทศมีบทบาทนำในพิธีการ ทูต เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอาจเป็นหัวหน้าคณะผู้ให้ข้อมูล (ไม่ ใช่คณะผู้แทนเจรจา และไม่ใช่คณะผู้แทนพูดคุยสันติสุขในเวทีระหว่างประ เทศ ไม่ให้กลายเป็นคู่เจรจา) โดยฝ่ายความมั่นคงเตรียมข้อมูลสถานการณ์เพื่อชี้แจงเท่านั้น ไม่ใช่คู่เจรจาหรือพูดคุยสันติสุข
๕.รัฐอาจเข้มงวดมากขึ้นในการออกใบอนุญาตทำงาน (work permit) แก่เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามาทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีเงื่อนไข เช่นว่าจะต้องไม่แทรกแซงกิจการภายใน โดยอาจต้องจัดทำบันทึกรายงานต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นและ ตม.ทุกสัปดาห์ว่าทำกิจกรรมอะไรบ้าง พบใครบ้าง ฯลฯ หากทำไม่ครบตามเงื่อนไขก็อาจถอนใบอนุญาตทำงานได้ และหากทำผิดกฎหมายก็อาจถูกดำเนินคดีได้ ไม่ควรให้เอกสิทธิ์การทูตหากแทรกแซงกิจการภายใน
๖.รัฐอาจปฏิบัติการเชิงรุกในทางพหุวัฒนธรรม โดยจัดให้มีหลักสูตรการเรียนการสอนภาษายาวีและวัฒนธรรมของพี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (cross cultural courses) ให้แก่กำลังพล บุคลากร และผู้ปฏิบัติงาน แพทย์ พยาบาล ครู ให้สามารถฟังพูดและสื่อสารเป็นภาษายาวีแบบง่ายๆ ในชีวิตประจำวันกับพี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ การพูดภาษายาวีและเรียนรู้วัฒนธรรม (cross culture = รู้ว่าอะไรควรทำไม่ควรทำในแต่ละวัฒนธรรม) ย่อมเป็นการยอมรับให้เกียรติพี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สำคัญ เรามี "เหน่อสุพรรณ" "อู้คำเมือง" "เว้าอีสาน" "แล่งใต้" ที่เป็นพี่น้องไทยด้วยกัน ก็ต้องรวม "แล่งยาวี" ของพี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย การสื่อสารด้วยพหุภาษา คือยาวี บ้าง ไทยบ้าง ช่วยทำให้เข้าใจกันมากขึ้น คุ้นเคยเป็นกันเองกันมากขึ้น พี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้เรียนรู้ฟังพูดไทยได้มากขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนาได้ ตามแนวพ่อหลวง และในหลวงทรงสืบ สาน รักษาและต่อยอด หลอมรวมกันเป็นพี่น้องไทย ทั้งนี้อาจให้กำลังพล บุคลา กรที่พูดยาวีได้เป็นครูสอนมีค่าตอบแทน และ/หรือว่าจ้างครูวิชาชีพมาสอน
๗.พหุวัฒนธรรมและพหุภาษาข้างต้นมุ่งช่วยลดและขจัดจิตสำนึก"ภูมิบุตร" ที่อาจแฝงเร้น และเสริมสร้างจิตสำนึกไทยมุสลิมแก่พี่น้องไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๘.ลุงตู่อาจมีบัญชาให้กระทรวงวัฒนธรรมวางแผนและทำงานเกี่ยวกับพหุวัฒนธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผสานวัฒนธรรมที่หลากหลายของจังหวัดชายแดนภาคใต้เข้ามาเป็นภาคส่วนของวัฒนธรรมไทยร่วมกัน เชื่อมโยงด้วยรูปแบบการแสดงออกทางวัฒนธรรมรูปแบบต่างๆ รวมทั้งนิทาน เพลง วรรณคดี ละคร ฯลฯ ตัวอย่างเช่น วรรณคดีและบทละครอิเหนามีพัฒนาการมาจากนิทานปันหยี ที่นางข้าหลวงชาวปัตตานีเล่าถวายพระราชธิดา ๒ พระองค์ของพระเจ้าบรมโกศ ทั้งสองพระองค์ทรงนำเค้าโครงเรื่องมาแต่งเป็นบทละคร องค์หนึ่งทรงแต่งเรื่องดาหลัง (อิเหนาใหญ่) อีกองค์ทรงแต่งเรื่องอิเหนา (อิเหนาเล็ก) รัชกาลที่ ๒ ก็ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาเป็นบทละคร เป็นการผสานวัฒนธรรมภาคกลางกับวัฒนธรรมจังหวัดชาย แดนภาคใต้เข้าด้วยกัน บทเพลง "บุหงาปัตตานี" ที่คุณสุเทพ วงศ์กำแหง ขับร้อง ก็ไพเราะและมีลักษณะผสานวัฒนธรรมด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อขับร้องคลอไปกับศิลปะการร่ายรำของชาวจังหวัดชายแดนภาคใต้
๙.รัฐและ ศอ.บต.ขับเคลื่อนโครงการต่างๆ เพื่อเปิดพื้นที่โดยพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว กีฬาอย่างต่อเนื่อง อาจจัดให้มีโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำเอาที่ดิน ส.ป.ก.๔-๐๑ มาจัดสรรให้แก่สมาชิกคนละ ๒ ไร่ ผู้มีสิทธิ์สมัครเข้าโครงการนี้ควรจำกัดเฉพาะตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครทหารพรานและอื่นๆ แพทย์ พยาบาล ครู ที่เป็นคนสัญชาติไทย ไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา วัฒนธรรม ที่ได้ปฏิบัติงานในพื้นที่มาไม่น้อยกว่า ๗ ปีติดต่อกัน ผู้ปฏิบัติงานนานกว่าย่อมได้สิทธิ์ก่อน เชื่อว่าผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ยิ่งนานยิ่งผูกพันในพื้นที่ และประสงค์จะลงหลักปักฐานในพื้นที่นั้น เป็นแรงจูงใจและขวัญกำลังใจแก่กำลังพล บุคลากร และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ระยะยาวด้วย ช่วยเสริมสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมให้มากขึ้นๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้
๑๐.ในระยะยาวหากสถานการณ์เหมาะสม ลุงตู่อาจเข้าร่วมพิธีละหมาดที่มัสยิดกรือเซะที่ตากใบ เพื่อเยียวยารักษาแผลเก่าให้หายสนิท ต่อยอดการขอ โทษต่อกรณีตากใบกรือเซะของพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี
๑๑.ลุงตู่อาจนำเอาโมเดลสู้ศึกโควิด-๑๙ มาใช้ในงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ลุงตู่อาจตั้งทีมที่ปรึกษาเกี่ยวกับงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยแม่ทัพภาคที่สี่, ผอ.ศอ.บต., อดีตแม่ทัพภาคที่สี่, อดีต ผอ.ศอ.บต.ที่มีผล งานเป็นที่ประจักษ์ มาเป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อให้คำแนะนำการปฏิ บัติการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (เปรียบเทียบกับทีมแพทย์สู้ศึกโควิด-๑๙).
ขอบคุณครับ
ขอแสดงความนับถือ
ชาวบางนา
ปัญหาชายแดนใต้มันคาราคาซังมานานจริงๆ นะครับ แม้ช่วงโควิด จะดูเงียบๆ ไป แต่ความขัดแย้งยังคงอยู่และพร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ สาเหตุหลักๆ ก็เรื่องความแตกต่างในหลายๆ ด้าน ใครที่เคยไปใช้ชีวิตในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะเห็นภาพนี้ชัดเจนครับ การละลายพฤติกรรมทางสังคมน่าจะช่วยได้เยอะแต่ก็ไม่ง่าย ถ้าภาครัฐสนใจนำข้อเสนอของคุณชาวบางนาไปปฏิบัติดูนะครับ ให้สำเร็จสักข้อก็ยังดี.

ที่มา: นสพ.ไทยโพสต์ ฉบับวันที่ 8 ก.ค. 2563
News Code: g:thaipost g:agency g:paper p:tpd v:paperl

Comment
Related