วันศุกร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

บทเรียนโคราช...หยุดโครงการสีเทา ปฏิรูปชีวิตทหาร'ผู้ใต้บังคับบัญชา'

 12 ก.พ. 2563 03:40 น. | หมวดหมู่ การ รปภ. ในชีวิต และทรัพย์สิน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ปกรณ์ พึ่งเนตร
กรุงเทพธุรกิจ ศ.ดร.สุรชาติ บำรุงสุข คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะนักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง ให้ความเห็นหลังมีผู้ก่อเหตุกราดยิงภายในห้างสรรพสินค้าเทอมินอล 21 จังหวัดนครราชสีมา โดยยอมรับเป็นปัญหาตัวอย่างของความมั่นคง และเป็นบทเรียนใหญ่ แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจะเรียกว่าก่อการร้ายไม่ได้ เพราะแรงจูงใจไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องส่วนตัว และถ้าดูจากเหตุเกิดขึ้น คือ โลนวูล์ฟ หรือ หมาป่าตัวเดียวในการออกปฏิบัติการ ไม่มีคอนเน็กชั่น เครือข่าย แล้วออกก่อเหตุ
อาจารย์รัฐศาสตร์ อธิบายว่า ลักษณะการก่อเหตุคนเดียว การปราบปรามอาจดูเหมือนง่าย เพราะมีคนเดียว แต่เมื่อเอาจริงๆ มักจะก่อเหตุและสร้างความ เสียหายใหญ่ ก่อนเจ้าหน้าที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ดังนั้นคิดกลับกันว่า สมมุติเป็นเหตุก่อการร้ายที่เห็น ในโลกตะวันตก สะท้อนชัดว่าไทย ไม่ได้มีมาตรการรองรับอะไร เปรียบเทียบลักษณะนี้ ไม่ต่างจากการก่อเหตุ ยิงบุคคลเป็นจำนวนมากในสหรัฐ
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกฝึกมาเพื่อจัดการกับอาชญากรในลักษณะปล้นทรัพย์ ขณะที่ทหารถูกฝึกอยู่กับการรบขนาดใหญ่ แต่เมื่อเจอเหตุการณ์นี้ จึงไม่มีมาตรการรักษาความมั่นคงของเมือง หรือการรักษาความปลอดภัยเมือง ซึ่งไทยไม่ค่อยมีโจทย์ต้องเผชิญ ทั้งที่จริงๆ มีตั้งแต่กรณีอุยกูร์ (ระเบิดศาลพระพรหม สี่แยก ราชประสงค์) แล้วมาโคราช ซึ่งโจทย์ปัญหาความมั่นคงอย่างนี้ จะทำอย่างไรที่ภาครัฐจะสนใจมากขึ้น
ขณะเดียวกันก็โยงไปถึงการฝึก การเตรียมบุคคล รวมถึงการจัดสรรงบประมาณ ไม่ใช่พูดลอยๆ เพราะเรื่องพวกนี้ การเตรียมเป็นเรื่องใหญ่มากกว่าที่คิด ดังนั้นสิ่งที่คิด คือทำอย่างไรจะออกมาตรการเหล่านี้ ได้จริงจัง
ส่วนการปล้นปืนนั้น ศ.ดร.สุรชาติ มองว่า เห็นบทเรียนใหญ่จาก 4 มกราคม 2547 ในภาคใต้ (ปล้นปืน จากค่ายปิเหล็ง อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส) แล้วคิดว่าตามปืนกลับมา ได้จำนวนน้อยนิด และน่าสนใจว่า การปฏิบัติการปล้นปืนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจน แม้มีการถกกันในเชิงข้อมูลก็ตาม แต่ในกรณีอย่างนี้ต้องยอมรับว่า เกิดเหตุจากบุคคลภายใน ก็อาจยากลำบากสักนิดหนึ่งใน การป้องกันของเจ้าหน้าที่หน่วย รักษาการ ในการเข้าไปสู่พื้นที่ที่เป็นเขต ต้องห้าม เพราะเป็น"คนใน"ด้วยกันเอง
ส่วนสังคมจะเรียกร้องความรับผิดชอบจากกองทัพได้หรือไม่นั้น มองว่าเป็นประเด็นใหญ่ และไม่อยากเห็นอย่างเดียว แต่ความรับผิดชอบเกิด 2 อย่าง 1.ส่งคนไปงานศพในฐานะตัวแทนกองทัพบก 2.จ่ายเงินทดแทน แต่วันนี้สถานการณ์รุนแรงและเห็นความชัดเจนว่า มันมีปัญหาเกิดขึ้น ทำอย่างไรที่กองทัพบก รวมถึง รมว.กลาโหม ต้องแสดงความรับผิดชอบบางอย่าง ต้องคิดเหมือน ต่างประเทศ แต่ไม่ได้บอกให้เลียนแบบฝรั่ง
อย่างไรก็ดี ต้องมากกว่ามี ผู้แทนไปวางพวงหรีดในงานศพ นั่งฟังสวด หรือเอาซองสตางค์ไปให้ แต่ทำอย่างไรที่จะเห็นความรับผิดชอบมากกว่านั้น วันนี้ถึงเวลาแล้วหรือยังที่จะต้องพูดถึงการปฏิรูปชีวิตทหารในกองทัพ ไม่ได้พูดถึงการปฏิรูปกองทัพ เพราะเหตุการณ์ที่โคราชสะท้อนชัด คือ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้บังคับบัญชากับผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นนายทหารชั้นประทวน
ดังนั้นวันนี้อาจต้องประกาศชัดว่า มาตรการของกระทรวงกลาโหม และมาตรการของกองทัพบกไทย รวมถึงเหล่าทัพต่างๆ ทั้งกองทัพเรือ กองทัพอากาศ ต้องยุติโครงการหากินกับลูกน้อง หรือพูดง่ายๆ ต้องยุติ "โครงการหากิน" ที่ผู้บังคับบัญชาหากินกับนายทหาร ชั้นประทวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายสิบและจ่า ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องสังคายนา
ศ.ดร.สุรชาติ ขยายความด้วยว่า ถ้าเหตุการณ์นี้จะเป็นโอกาส แล้วเป็นแรงกดดันที่ทำให้จ่าคนหนึ่งต้องตัดสินใจก่อเหตุ แต่คิดอีกมุมหนึ่งทำอย่างไรที่เหตุการณ์นี้นำไปสู่การปฏิรูปชีวิตคนในกองทัพ แล้วยกเลิกธุรกิจที่ไม่ชอบมาพากลในกองทัพ คิดว่าวันนี้ กองทัพบกและกระทรวงกลาโหมต้องกล้าดำเนินการมาตรการชุดนี้ ไม่ใช่ปล่อยและสุดท้ายเรื่องเงียบหายไปภายในกองทัพ โดยไม่เกิดอะไรขึ้น ดังนั้นคิดว่าพอมาถึงจุดนี้น่าจะมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แล้วยกเลิกโครงการเหล่านี้ทั้งหมด
สำหรับการก่อเหตุในพื้นที่สาธารณะซึ่งดูใกล้ตัวเข้าไปทุกทีนั้น นักวิชาการด้านความมั่นคงชื่อดัง มองว่า ภาพสะท้อนวันนี้ คือ ความมั่นคงสาธารณะ หรือ พับบลิค ซีเคียวรีตี้ ในภาษาทางวิชาการ ต้องทำอย่างไรจะรักษาความมั่นคงของชีวิตของคนในสังคมภาวะปกติให้ปลอดภัยมากที่สุด วันนี้ถ้าอยู่ในสังคมอเมริกา จะมีข้อเรียกร้องตามมา คือ กฎหมายในการควบคุมอาวุธปืน วันนี้แทบไม่เคยเห็นมีการเรียกร้องกฎหมายควบคุมอาวุธปืนเหมือนโลกตะวันตก ถ้าเชื่อว่าส่วนหนึ่งของปัญหาเกิดจากการมีอาวุธปืน ไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์ที่โคราช ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นอาวุธสงคราม แต่ถ้าเป็นกรณีการก่อเหตุของพลเรือนทั่วไป เชื่อว่าอาวุธปืนก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตามมาถึงทุกวันนี้ก็ต้องฝึกประชาชนเหมือนกัน คือ ที่ผ่านมาไม่เคยมีการให้ข้อมูลประชาชนว่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต้องทำอย่างไร รวมถึงถ้าคิดในภาพใหญ่ หากเป็นก่อการร้าย ความรุนแรงจะมาก กว่านี้มาก ดังนั้นต้องคิดเป็นบวกคู่ขนานไปกับสถานการณ์นี้ เป็นโอกาสเข้าไปตรวจสอบภายในกองทัพ ตรวจสอบโครงการ ไม่ชอบมาพากลของนายทหารบางคน บางกลุ่มในกองทัพ แล้วคิดริเริ่มความมั่นคงสาธารณะบางอย่าง เพื่อช่วยพิทักษ์ชีวิตคนในสังคม
ส่วนการเลือกใช้ห้างสรรพสินค้า ในการก่อเหตุ ศ.ดร.สุรชาติ อธิบายว่า เป็นเพราะคนเยอะ และพื้นที่เปิด หรือภาษาก่อการร้ายเรียก soft target คือ การระมัดระวังป้องกันได้ยาก เป็น เป้าหมายอ่อน เห็นได้จากกรณีปล้นทองลพบุรี รปภ.ก็เสียชีวิต และภาพที่เห็นก็คือ รปภ.ไม่รู้จะทำอย่างไร วิ่งไปล็อกกุญแจ ซึ่งกรณีอย่างนี้ต้องคิดให้ใหญ่มากขึ้น มากกว่าปล่อยให้สรุปกันว่าเกิดจากทหารคนหนึ่งมีปัญหาสุขภาพจิต มีความกดดันจากเรื่องที่เกิดขึ้น ทำธุรกิจภายในกองทัพ แล้วก็ออกมาก่อเหตุ ต้องคิดให้ไกลมากกว่าแค่นั้นแล้ว
นอกจากนี้ ท่าทีนายกฯตอนลงพื้นที่ ลักษณะความเหมาะสมกับผู้นำ หากเทียบกับผู้นำโลก ซึ่งหากไปวิจารณ์มากก็หาว่าเป็นการต่อต้านรัฐบาลแต่เห็นชัดว่าในสถานการณ์นี้ การแสดงออกของผู้นำเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่เกิดการเสียชีวิตและอีกมิติหนึ่ง คือ การฝึกผู้นำในการแสดงออกที่เหมาะสมกับสถานการณ์ ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เคยฝึกผู้นำไทยในการแสดงออกอย่างไร คงต้องตระหนักว่าไม่ใช่การไปยืนโบกมือเหมือนไปงานคอนเสิร์ต
ขณะเดียวกัน จากภาพที่ปรากฏ สะท้อนว่านายกฯไทยไร้วุฒิภาวะ และ ไม่มีความละเอียดอ่อนต่อเหตุร้าย ที่เกิดขึ้น อาจจะเห็นสิ่งนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย จนมองข้ามอารมณ์และความรู้สึกของประชาชน ไม่เหมือนต่างประเทศ เช่น กรณีของผู้นำนิวซีแลนด์ที่ออกมาแสดงความเสียใจต่อเหตุกราดยิง หรือแม้กระทั่งผู้นำออสเตรเลียไปพักผ่อนที่ฮาวายขณะที่มีไฟไหม้ป่าครั้งใหญ่ ก็ยังมีการเรียกร้องให้ลาออก จนต้องออกมาขอโทษประชาชน เป็นต้น ดังนั้น การแสดงออกแบบนี้จึงไม่อาจให้อภัยได้เลย

บรรยายใต้ภาพ
สุรชาติ บำรุงสุข

ที่มา: นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 12 ก.พ. 2563
News Code: pol edu crim labor g:kt g:agency g:paper g:nmg p:kt v:paperl

Comment
Related