วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ปชป.สู้แก้6มาตรา ลุยตัดอำนาจส.ว.

 04 เม.ย. 2564 04:51 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ชี้3ปมชนวน'ยุบสภา'อู๊ดด้าปรามก่อเงื่อนไขพท.จวกยึดทรัพย์สินปูโวยเล็งขายทอดตลาดพี่ยงยุทธเสียบหน.พช.
ปชป.ยก 6 ร่างแก้ รธน.เสร็จแล้ว นัดประชุมพรรคสรุป 4 เม.ย. ยันตัดอำนาจ ส.ว. 'จุรินทร์'เตือนรัฐบาลอย่าสร้างเงื่อนไข 'สงคราม'ไขก๊อก หน.พช.- 'บุศริณธญ์'เสียบนั่งแทน
'จุรินทร์'ย้ำจับมือภท.-ชทพ.แก้รธน.
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ที่ศูนย์สรรพสินค้าซีคอนสแควร์ ถนนศรีนครินทร์ ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะยื่นญัตติต่อรัฐสภาในวันที่ 7 เมษายนนี้ 13 มาตรา 5 ประเด็น แต่ยังคงให้อำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่ทราบ สุดท้ายพรรค พปชร.จะมีมติอย่างไร ให้เสนอกี่ร่าง เพราะจากข่าวที่ออกมาเป็นเพียงการให้สัมภาษณ์ของบุคคลเพียงคนหนึ่งเท่านั้น แต่พรรค ปชป.มีจุดยืนชัดเจนว่าต้องนำประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ไม่ใช่แก้แล้วถอยหลัง ดังนั้น ร่างของพรรค พปชร.ที่จะเสนอเข้าที่ประชุมวิปรัฐบาลต้องดูเป็นกรณีว่าร่างไหนเข้าเกณฑ์ หรือร่างไหนพาประเทศถอยหลัง โดยพรรค ปชป.ได้หารือร่วมกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล เห็นพ้องจะเสนอแก้ไขเป็นรายมาตรา หรือรายประเด็น โดย 2 พรรคได้มอบให้พรรค ปชป.เป็นผู้ร่าง เช่น มาตรา 256 ว่าด้วยวิธีการแก้รัฐธรรมนูญ ไม่จำเป็นต้องใช้เสียง ส.ว. 1 ใน 3 ที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ และไม่จำเป็นต้องใช้เสียงฝ่ายค้านร้อยละ 20 โดยให้ใช้เสียง 3 ใน 5 ของที่ประชุมร่วมรัฐสภาแทนก็สามารถแก้ไขได้
ยันชงรื้อยกเลิกอำนาจสว.
นายจุรินทร์กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังให้ยกเลิกอำนาจ ส.ว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ เพราะอำนาจโหวตนายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง อีกทั้งจะเสนอแก้ไขการกระจายอำนาจและสิทธิเสรีภาพประชาชน ส่วนเรื่องการใช้บัตรเลือกตั้งจากใบเดียวเป็น 2 ใบ พรรค ปชป.ไม่ขัดข้อง เพราะบัตรใบเดียวในการเลือกตั้งที่ผ่านมามีจุดอ่อนมาก นำไปสู่การเลือกตั้งแบบเบี้ยหัวแตก สุดท้ายทำให้ฝ่ายบริหารขาดเสถียรภาพและไม่ส่งเสริมระบบพรรคการเมืองที่มีความชัดเจนเหมือนบัตร 2 ใบ เพราะเป็นการเลือกคนและเลือกพรรค ซึ่งจะทำให้พรรคการเมืองเข้มแข็ง เป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตย ส่วนการยกเลิกนับคะแนนแบบจัดสรรปันส่วนนั้นยังไม่ขอออกความเห็น
"ยืนยันว่าขณะนี้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราของพรรค ปชป.และอีก 2 พรรคร่วมเสร็จแล้ว โดยจะหารือกันภายใน 1-2 วันนี้เพื่อยื่นให้ประธานรัฐสภาให้ทันช่วงเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญวันที่ 7-8 เมษายนนี้" นายจุรินทร์กล่าว
เคยเตือนรบ.แล้วอย่าถ่วงแก้รธน.
นายจุรินทร์กล่าวถึงการนัดชุมนุมของนาย จตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช.ในนามกลุ่มสามัคคีประชาชน ในวันที่ 4 เมษายนนี้ โดยใช้เหตุผลว่า การบริหารงานของรัฐบาล 7 ปี ทุกฝ่ายถูกหลอก โดยเฉพาะการแก้รัฐธรรมนูญ ว่าเรื่องนี้เคยเตือนซีกรัฐบาลแล้วว่าอย่าสร้างเงื่อนไขทางการเมืองโดยไม่จำเป็น หากไม่สนับสนุนเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญตามนโยบายของรัฐบาลที่เคยแถลงนโยบายต่อรัฐสภาก็จะนำไปสู่การก่อเหตุทางการเมืองได้ ซึ่งสุดท้ายก็เริ่มเกิดเหตุดังที่เคยเตือนไว้แล้ว เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายรัฐบาลอยู่แล้ว การไปดึงถ่วงไว้ไม่มีประโยชน์ ประเทศต้องเดินหน้าไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นทิศทางที่ถูกต้อง โดยการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเดินหน้าควบคู่กับการเมืองไปได้ด้วยความราบรื่น ไม่มีประเด็นการเมืองมาถ่วงรั้ง โดยต้องยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชนในภาพรวม
"ถ้าผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้สำเร็จตามนโยบายที่เคยประกาศไว้ก็จะสามารถลดการเคลื่อนไหวทางการเมืองได้ จะนำมาอ้างไม่ได้ เพราะรัฐบาลได้ทำตามที่แถลงไว้ต่อรัฐสภาแล้ว และความชอบธรรมของการชุมนมก็จะลดลง" นายจุรินทร์กล่าว
ปชป.ยกร่างแก้รธน.เสร็จแล้ว
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค ว่าขณะนี้ นายถวิล ไพรสณฑ์ ประธานคณะกรรมการกฎหมายของพรรค ได้ทำการยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จแล้ว จะมีการนัดประชุมสรุปในวันที่ 4 เมษายน โดยมีทั้งหมด 6 ร่าง แต่ละร่างแยกออกจากกันชัดเจน ทั้งเรื่องสิทธิของประชาชน เรื่องระบบเลือกตั้ง บัตรสองใบ การคำนวณจำนวน ส.ส.ต้องมีความชัดเจน เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สามารถทำได้ง่ายขึ้น คือมาตรา 256 เรื่องการกระจายอำนาจ เรื่องการตรวจสอบถ่วงดุลในเรื่องทุจริต เรื่องอำนาจ ส.ว.ตามบทเฉพาะกาล ทั้งหมดจะถูกนำเสนอด้วยเหตุด้วยผล และจะได้นำร่างทั้งหมดเสนอในที่ประชุม ส.ส.ของพรรคต่อไป ที่สำคัญนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานวิปพรรค จะได้นำร่างไปพูดคุยกับพรรคร่วมด้วย
นายราเมศกล่าวต่อว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องตั้งต้นจากความจริงใจที่อยากเห็นรัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น หากมีหลักคิดดังกล่าวประโยชน์จะไม่ได้ตกแก่ผู้ที่แก้ไข แต่จะตกแก่ประชาชนและประเทศในวันข้างหน้า การคิดถึงประโยชน์ของส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตนคือตัวแทนประชาชนอย่างแท้จริง แต่ถ้าเห็นประโยชน์ส่วนตนมากกว่าประชาชนก็มองออกได้ถึงความจริงใจที่ผ่านการดำเนินกิจกรรมทางการเมือง
ภท.ปัดมอบปชป.ร่างรธน.
นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรค ปชป.เตรียมยื่นร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเสร็จแล้ว จะใช้เป็นร่างของ 3 พรรค ว่าที่ผ่านมาพรรค ภท.ยังไม่ได้มีการประชุมเรื่องนี้ และที่ผ่านมาเป็นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนที่มาคุยกันยังไม่ใช่มติของพรรค ด้วยความที่ในแต่ละพรรคมี ส.ส.ไม่ถึง 100 คน เพื่อที่จะยื่นเองได้ จึงคิดว่าถ้าจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราควรที่จะร่วมกันลงชื่อ จึงคุยกันว่า ปชป.ลองร่างมาดูหรือพรรค ชทพ.อยากร่างก็ร่างมาดูในส่วนของ ภท.ก็จะลองร่างไป เพราะฉะนั้นไม่ใช่เป็นการมอบให้ ปชป. แต่เป็นการให้แต่ละพรรคลองไปร่างมาและมาดูกันแล้วแต่ละคนก็จะกลับไปรายงานให้พรรคทราบ สรุปว่าร่างของพรรคร่วม 3 พรรคตอนนี้ยังไม่มี ตอนนี้เป็นเรื่องของแต่ละพรรคไปร่างของตัวเอง และไปเสนอให้พรรคอื่นไปพิจารณาลงชื่อให้สนับสนุน
เมื่อถามว่าพรรค ภท.ได้เริ่มร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมรัฐแล้วหรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ร่างแล้ว เมื่อถามว่าร่างของพรรค ภท.สอดคล้องกับของกับพรรค ปชป.หรือไม่ นายศุภชัยกล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่รู้ว่า ปชป.ร่างอะไรมา เพราะต่างคนต่างไปร่างกันอยู่ ยังไม่เคยเห็นว่าแก้มาตรานี้อย่างไร มาตรานี้ว่าอย่างไร หรือแก้เรื่องอะไรบ้าง วันนี้จึงยังตอบไม่ได้ว่าร่างของ ปชป.เห็นด้วยเรื่องใด หรือไม่เห็นด้วยเรื่องใดเพราะยังไม่เห็น และวันนี้ยังไม่มีร่างกลาง
เมื่อถามว่าจะมีการประชุมพรรค ภท.เพื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้เมื่อใด นายศุภชัยกล่าวว่า วันนี้ยังไม่ต้องรีบเร่ง เพราะเห็นว่าที่เคยยื่นไปก็ตกไปแล้ว วันนี้ต้องเสนอร่างด้วยความพิถีพิถันและระมัดระวังอย่าให้มันเป็นปัญหาในทางกฎหมายที่จะทำให้ไม่สามารถผลักดันแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ สิ่งที่พรรค ภท.คิดที่จะทำคือร่างมาแล้วและนัดคุยกับพรรค ปชป.และพรรค ชทพ. แต่ว่าก็ยังไม่ต้องรีบเร่งเพราะช่วงนี้ยังปิดสมัยประชุมรัฐสภาคงจะมีการคุยอีกครั้งและค่อยเริ่มกัน
ก้าวหน้าเดินหน้าจัดแคมเปญมธ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครไม่อนุญาตให้กลุ่ม "Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่" โดยการนำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ จัดกิจกรรมแคมเปญรณรงค์แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในวันที่ 6 เมษายน 2564 เวลา 15.00 น. ที่ห้องอเนกประสงค์ 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ภายใต้สโลแกน "ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์" โดยให้เหตุผลว่า กิจกรรมมีแนวโน้มไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้และเป็นการเมืองเกินไป
ล่าสุด เพจคณะก้าวหน้าได้แจ้งกำหนดการใหม่ โดยจะจัดงานในวันอังคารที่ 6 เมษายน เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ที่ห้อง LT1 ชั้น 1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พร้อมระบุว่า เตรียมบัตรประชาชนและไฟแห่งความหวังให้พร้อม จับปากกาให้มั่น มาร่วมลงชื่อพร้อมกันครั้งแรก รื้อระบอบประยุทธ์ หยุดยื้อเวลาเผด็จการ ด้วยกัน #ไม่ง้อเผด็จการ #สว.มีไว้ทำไม
'โจ้'หวั่นกม.ประชามติถูกคว่ำ
ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคามและรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) แถลงกรณีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่จะเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 7-8 เมษายนนี้ ว่าจากที่นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ ระบุว่า ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวผ่านที่ประชุมรัฐสภาแน่ แต่ก็ต้องมีการปรับแก้เนื้อหาเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 9 โดยเฉพาะจำนวนการเข้าชื่อของประชาชนในการขอทำประชามติ และแม้ในชั้น กมธ.จะมีการแก้ไขเนื้อหาในมาตรา 11 วรรคสอง ที่กำหนดให้ประชาชน จำนวน 50,000 คน เข้าชื่อเสนอเรื่องทำประชามติ ทั้งที่มีมติออกมาแล้วว่าให้ประชาชนเข้าชื่อ 10,000 คน แต่ กมธ.กลับไปใช้จำนวน 50,000 คนเท่าเดิม ซึ่งในส่วนนี้พวกตนในฐานะสมาชิกรัฐสภายังไม่เห็นรายละเอียดในมาตราดังกล่าว จึงไม่รู้ว่าที่สุดแล้วจะเป็นอย่างไร และหากไม่ผ่านจะทำอย่างไร
"จึงเห็นว่าแม้การแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับจะจบไปแล้ว แต่การแก้รายมาตราก็ยังจำเป็นต้องทำประชามติอยู่ จึงต้องมีกฎหมายฉบับนี้ออกมา และประเด็นจำนวนการเข้าชื่อของประชาชนที่ถกเถียงกัน ผมเห็นสุดท้ายแล้วถ้าตกลงกันไม่ได้ก็สามารถนำเขียนเป็นข้อสังเกตได้ ไม่ใช่มายื้อกฎหมาย" นายยุทธพงศ์กล่าว
'ก.ก.'ชี้ใช้5หมื่นชื่อประชามติมากไป
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. ... รัฐสภา กล่าวว่า กมธ.เสียงข้างน้อยได้ตั้งข้อสงวนความเห็นต่อการปรับแก้ไขมาตรา 11 ที่กำหนดให้ประชาชน จำนวน 50,000 คน เข้าชื่อเสนอเรื่องทำประชามติ เพราะถือว่าเป็นจำนวนที่มากเกินไป จึงควรใช้จำนวน 10,000 รายชื่อแทน โดยจะนำข้อสงวนนี้ไปอภิปรายในรัฐสภาในวันที่ 7 เมษายนนี้
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า กมธ.เสียงข้างมากในสัดส่วนของรัฐบาล รวมถึง ส.ว.ที่เสนอให้ใช้ จำนวน 50,000 คน เข้าชื่อเสนอเรื่องทำประชามติ ได้ให้เหตุผลกังวลอยู่ 3 เรื่องคือ 1.กมธ.เสียงข้างมากมีความกังวลว่าข้อกฎหมายที่ใช้อ้างอิงเรื่องจำนวนประชากร 10,000 คน มาจากไหน ซึ่ง กมธ.เสียงข้างน้อยได้ชี้แจงว่าเป็นไปตาม พ.ร.บ.เข้าชื่อเสนอกฎหมายที่ผ่านความเห็นของรัฐสภาไปก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม กมธ.เสียงข้างมากเห็นว่าไม่ใช่ข้ออ้างที่มีน้ำหนัก เพราะข้ออ้างอิงที่น่าจะเทียบเคียงกันควรจะใช้การเข้าชื่อขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องใช้ 50,000 คนขึ้นไป 2.กมธ.เสียงข้างมากมองว่าการทำประชามติจะต้องเป็นเรื่องระดับชาติเท่านั้น แต่ตนมองว่า คำว่าเรื่องระดับชาติยังมีข้อถกเถียงในรายละเอียด เพราะ ประเด็นระดับชาติ กับพื้นที่ระดับชาติ ไม่เหมือนกัน ยกตัวอย่างกรณีข้อพิพาทการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมจะนะ จ.สงขลา ก็สามารถมองเป็นประเด็นระดับชาติได้ เพราะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนภาคใต้ทั้งหมด
นายณัฐวุฒิกล่าวว่า และ 3.กมธ.เสียงข้างมากมีความเห็นว่า หากใช้ 10,000 รายชื่อ อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งในเรื่องที่จะเสนอการทำประชามติก่อนที่จะทำประชามติด้วยซ้ำ ซึ่งเป็นเหตุผลที่มีน้ำหนัก เช่น หากมีประชาชนกลุ่มหนึ่งเห็นว่าเรื่องนี้ควรทำประชามติก็จะเข้าชื่อ 10,000 คน แต่ประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งมองเรื่องเดียวกันแตกต่างออกไป จึงเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ควรทำประชามติ ก็ไปเข้าชื่อมาอีก 10,000 คน มาเช่นเดียวกัน สุดท้ายจะสร้างความยุ่งยากให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการพิจารณาว่าควรจะทำประชามติหรือไม่
'สงคราม'เผยลาออกจากหน.พช.
ที่ห้างอิมพีเรียลสำโรง ถนนสุขุมวิท ตำบลสำโรงเหนือ นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พช.) ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมใหญ่สามัญพรรคเพื่อชาติประจำปี 2564 ถึงสาเหตุการลาออกในฐานะหัวหน้าพรรค พช. เพราะมีกระแสข่าวว่าเกิดจากการโหวต ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา นายสงครามกล่าวว่า นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่ง แต่การโหวตไม่ออกเสียงให้ ร.อ.ธรรมนัส ตนเห็นว่าความผิดของเขาไม่ใช่เรื่องรุนแรงและสามารถชี้แจงได้ ในเมื่อเราเคยถูกกระทำกันอย่างไม่เป็นธรรมอย่างยัดข้อหาหรือการกล่าวหาตนจึงอยากจะทำตัวอย่างให้ดูว่า ในเมื่อตนเห็นว่า ร.อ.ธรรมนัสไม่ผิดหรือว่าไม่ร้ายแรงก็ไม่ออกเสียง ซึ่งถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด
'บุศริณธญ์'นั่งหน.พช.คนใหม่
ที่ห้างอิมพีเรียลสำโรง ถนนสุขุมวิท ตำบลสำโรงเหนือ พรรคเพื่อชาติ (พช.) จัดการประชุมใหญ่สามัญพรรคประจำปี 2564 โดยมี นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตหัวหน้าพรรค พช. และนางบุศริณธญ์ วรพัฒนา นันน์ รักษาการหัวหน้าพรรค พช.และเป็นประธานการประชุมครั้งนี้ พร้อมสมาชิกพรรคเข้าร่วมด้วย
นอกจากการประชุมที่ผ่านไปอย่างราบรื่น โดยมีการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค พช. ผลการเลือกตั้ง 1.นางบุศริณธญ์ วรพัฒนา นันน์ รักษาการหัวหน้าพรรค พช. 2.นาย เทวกฤต พรหมมา รองหัวหน้าพรรค 3.นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ เลขาธิการพรรค 4.นายองอาจ คำทอง รองเลขาธิการพรรค 5.นางสาวเกศปรียา แก้วแสนเมือง รองเลขาธิการพรรค 6.นางสาวกิ่งดาว สุจริต เหรัญญิกพรรค 7.นางณัฏฐ พิชา มีกองทรัพย์ นายทะเบียนพรรค 8.นายภูมิพัฒน์ บุตุธรรม นายทะเบียนพรรค 9.นายกัมปนาท วงศ์หงษ์กูล โฆษกพรรค 10.นายธีรพงษ์ เผ่ากา รองโฆษกพรรค 11.ว่าที่ ร.ต.ณัฐชัย วิอังศุธร รองโฆษกพรรค 12.นางสาวสรินทร์ ศรัณย์เกตุ กรรมการบริหาร 13.นางสาววิภาลักษณ์ เตชะภู กรรมการบริหาร 14.นาย เกริกมนตรี รุจโสต
สัญญาทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
นางบุศริณธญ์กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ให้เกียรติตนมาเป็นหัวหน้าพรรค พช.ในวันนี้ และขอสัญญาว่าจะทำงานให้พรรค พช.อย่างสุดความสามารถ และการเลือกกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้จะนำไปสู่การเลือกสรรคนที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนเหมือนคำกล่าวในอดีต "พรรคเลือกคน ประชาชนเลือกพรรค" ขอให้สมาชิกพรรค พช.มีความมั่นใจและให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนองนโยบายของพรรค และจะทำการคัดสรรบุคคลที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนของพรรคเพื่อที่จะทำงานให้ประชาชนได้ดีที่สุด ไม่ให้เสียความรู้สึกและความตั้งใจที่สนับสนุนพรรค ขอให้ศรัทธาต่างๆ กลับคืนมาสู่พรรค พช. และเราเองจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนางบุศริณธญ์เป็นพี่สาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช แกนนำพรรคเพื่อชาติ และเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6 ของพรรค ขณะที่นายสงครามได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานที่ปรึกษาและประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ
นางบุศริณธญ์ให้สัมภาษณ์ถึงการขับเคลื่อนหลังจากได้รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค พช. ว่าจะออกนอกพื้นที่ไปในต่างจังหวัด เพราะเราต้องนำนโยบายไปสู่สาขาของพรรคในแต่ละจังหวัดเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น กรณีการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาทางพรรค พช.สรรหาบุคคลที่มาลง ส.ส.ในได้น้อย แต่ต่อไปนโยบายพรรคเราจะออกพื้นที่ไปต่างจังหวัดเพื่อนำนโยบายและขยายแนวนโยบายของพรรคให้กับสาขาของพรรคเพื่อที่ลงไปสู่พี่น้องประชาชนให้เป็นรูปธรรม
'สมคิด'อัด'วิษณุ'ขี้แพ้ชวนตี
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 3.5 หมื่นล้านบาทจากโครงการรับจำข้าว ว่าจากคำพิพากษาใจความพออธิบายได้ว่า เป็นโครงการที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา และอยู่ในกรอบวงเงินที่ขอไว้ รวมทั้งเพิกถอนคำสั่งที่อายัดทรัพย์สิน โดยศาลบอกว่าเป็นคำสั่งที่ไม่ถูกต้อง สรุปง่ายก็คือไม่ต้องจ่ายเงินตามคำสั่งของกระทรวงการคลัง แต่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า รัฐบาลจะอุทธรณ์ตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ การอายัดทรัพย์ก่อนหน้านี้มีบางรายการขายทอดตลาดไปแล้ว เป็นเงินสิบกว่าล้านไม่ถึงร้อยล้าน
นายสมคิดกล่าวว่า ตนขอบอกว่านายวิษณุรู้อยู่แก่ใจว่าการใช้คำสั่งกระทรวงการคลังตามมาตรา 44 นั้นเป็นการลุแก่อำนาจ คดีความก็อยู่ระหว่างดำเนินการในศาล เหตุใดไม่รอให้ศาลพิพากษาก่อน ถือว่าขาดหลักนิติธรรมอย่างยิ่ง ประเด็นไม่อยู่ว่าเงินเท่าไร เพราะทรัพย์สินบางอย่างมันมีมูลค่าทางจิตใจ บ้านที่อายัดไว้หรือทรัพย์สินการขายทอดตลาดเขาก็ได้มาก่อนดำรงตำแหน่งนายกฯ นายวิษณุไม่ต้องมาบอกว่าพอศาลตัดสินให้ชนะก็พอใจ พอแพ้ก็บอกสองมาตรฐาน ตนก็ขอบอกว่าคดีนี้ก็อย่าเป็นขี้แพ้ชวนตี
"เมื่อมีการยึดอำนาจในประเทศนี้ ทุกครั้งก็จะใช้อำนาจที่มีไล่ล่า กวาดล้างฝ่ายตรงกันข้ามกับตนเอง ซัดไว้ก่อนผิดถูกอีกเรื่องหนึ่ง สร้างรอยแตกแยกมาตลอด เห็นได้ชัดอยู่แล้ว" นายสมคิดกล่าว
'ชินวรณ์'ชี้3ปมเหตุรัฐบาลยุบสภา
ที่ จ.นครศรีธรรมราช นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า การหารือทั้ง ปชป. ภท.และ ชท.เพื่อนำเสนอการขอแก้ไข รธน.เป็นรายมาตราเพราไม่สามารถนำเสนอในนามพรรคใดพรรคหนึ่งได้ ต้องมีผู้ลงชื่อ 1 ใน 5 หรือ 100 เสียง จึงจะสามารถที่จะเสนอร่างฯได้ จำเป็นที่จะต้องแสวงหาความร่วมมือกัน 3 พรรค เพื่อให้มีเสียงมากพอที่จะเสนอประเด็นเป็นรายมาตรา ข้อสรุปเบื้องต้นคือจะมีการเสนอเป็น 6 ประเด็น 6 ฉบับ ประการแรก คือ ขอแก้ไข ม.256 เพื่อแก้ไขจากการแก้ไข รธน.ที่ยากมาง่ายๆ และใช้เสียง 3 ใน 5 ประการที่ 2 แก้ไข ม.272 ตัดสิทธิในการโหวตนายกรัฐมนตรีของ ส.ว. เพราะ ส.ว.ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ประการที่ 3 แก้ไขในหมวดสิทธิและเสรีภาพ ตลอดจนสิทธิและชุมชน ซึ่งจะต้องปรับปรุงให้มีความเข้มข้น ขึ้นเหมือนกับ รธน. ปี 2540 ให้ ปชช.มีสิทธิและเสรีภาพ และ ชุมชนมีสิทธิเพิ่มมากขึ้น ประการที่ 4 การกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ ปชป.ได้ต่อสู้เรื่องนี้ตลอดมา ประการที่ 5 เรื่องการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ หรือ ธรรมาภิบาล เป็นประเด็นที่ต้องการให้การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐมีความเข้มข้นขึ้น และ ประการที่ 6 เรื่องระบบเลือกตั้ง ทั้ง 3 พรรคร่วมเรามีความเห็นว่า น่าจะเป็นระบบการเลือกตั้งระบบใช้บัตรเลือกตั้งระบบ 2 ใบ มี ส.ส.เขต 400 เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่ออีก 100 คน
นายชินวรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้มีการจับตามองประเด็นที่ที่น่าสนใจทางการเมือง 3 ประเด็น คือ 1. เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประชาชนคาดหวังว่าจะต้องมีการแก้ไขเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้น 2.กระแสกลุ่มความเคลื่อนไหวค่อนข้างที่จะร้อนแรงขึ้นมาในช่วงหลัง คือ ความเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุมเริ่มขยายวงกว้างขึ้น ประกอบด้วย กลุ่มราษฎรเดิม กลุ่มรีเด็นกลุ่มนี้ไม่มีความชัดเจน แต่มีความรุนแรง และ อ๊อกเดม (กลุ่มคนเดือนตุลา) ออกมาเคลื่อนไหวและยังมีกลุ่มที่เป็นกลางๆ คือ กลุ่มภาคีเครือข่ายที่มีนายอนุสรณ์ ธรรมใจ เป็นประธาน ซึ่งมีพรรคการเมืองและภาคส่วนต่างๆ เข้าไปร่วมด้วย จะเห็นว่าการเคลื่อนไหวหลายกลุ่ม ต้องแสวงหาจุดเห็นร่วมกัน ให้ดี หากแสวงหาจุดร่วมไม่ได้ อาจจะขยายวงนำไปสู่ความขัดแย้งมากยิ่งขึ้น และ3. การแก้ไขปัญหาเรื่องวิกฤตปัญหาเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน ทุกฝ่ายจะต้องช่วยกันแก้ไขอย่าให้ทั้ง 3 สถานการณ์นำไปสู่ความขัดแย้ง เหมือนประเทศเมียนมาหรือนำไปสู่ความขัดแย้งที่ก้าวล่วงเกินไปกว่าที่เราคาดหวัง
'วันนอร์'ลั่นไล่เผด็จการ-แก้รธน.
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมโรงแรมอิมพีเรียล อ.เมืองนราธิวาส พรรคประชาชาติ ได้จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 ครั้งที่ 1 และจัดการ สัมนาตามมาตรา 23 แห่ง พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ.2560 นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ เป็นประธานการประชุม
นายวันมูหะมัดนอร์กล่าวว่า จากนี้ยังคงจะทำหน้าที่ที่ได้สัญญาไว้กับประชาชนประกอบด้วย 1.การขับไล่เผด็จการเพื่อมิให้สืบทอดอำนาจ และ 2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ หน้าที่ทั้ง 2 ประการ ยังไม่แล้วเสร็จหรือยังไม่จบสิ้น การต่อสู้ยังคงต้องดำเนินการต่อไปและชัยชนะคงอยู่อีกไม่นานและมั่นใจมากว่าต่อแต่นี้ไปการต่อสู้ของประชาชนจะเข้มข้นขึ้นเป็นลำดับ ถ้ารัฐบาลมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประชาชนและอยู่ครบ 4 ปี ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อประชาชนได้ แต่ภายใต้รัฐบาลที่ตระบัดสัตย์ ไม่รักษาสัญญา หรือ ไม่รักษาคำพูดอย่างรัฐบาลปัจจุบัน จึงไม่สามารถที่จะแก้รัฐธรรมนูญได้ทั้งๆ
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ กล่าวว่า การจะทำประชาธิปไตย ต้องปิดอำนาจเผด็จการด้วยการคืนอำนาจที่แท้จริง คืนอำนาจปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า มิใช่การผูกขาดอำนาจ เริ่มจากที่มาของบุคคลที่มาทำหน้าที่ต้องมาจากประชาชนเลือกมา รัฐบาลปัจจุบันพยายามกระจุกและทำเป็นศูนย์อำนาจมาที่ส่วนกลาง เป็นการบริหารที่สร้างปัญหาในระยะยาว จึงขอให้รัฐบาล ทบทวนและวางยุทธศาสตร์การบริการประเทศ ด้วยการกระจายอำนาจให้ทั่วถึงภูมิภาคและท้องถิ่น ท้องที่ ลดความเหลื่อมล้ำ อำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในทุกมิติ ให้เกิดขึ้นกับประชาชนทุกชาติพันธุ์ ได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันและดูแลปากท้องประชาชนให้อยู่ดีกินดี ประเทศจึงจะเกิดความสงบสุข
'จุรินทร์'ชี้'คดีปู'ต้องอุทธรณ์ต่อ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ศาลปกครองกลางเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 3.5 หมื่นล้านบาท จากโครงการรับจำข้าว ว่าเรื่องนี้ถือว่ายังไม่ถึงที่สุด จะต้องมีการไปอุทธรณ์ ซึ่งจะต้องติดตามต่อไป แต่มีอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวพันกับกระทรวงพาณิชย์คือคดีขายข้าวจีทูจี ที่ศาลมีการตัดสินไปแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังต้องไปดำเนินการว่าจะต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่าไหร่เช่นเดียวกันตาม พ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดฯ ซึ่งกระทรวงการคลังชี้ไปแล้วว่าขายต้องชดใช้เท่าไหร่ ทั้งหมดประมาณ 2 หมื่นล้านบาท และโดยเหตุที่กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้เสียหายในคดีจีทูจี ให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการบังคับคดีให้ผู้เสียหายได้ชดใช้ แต่ผู้ที่ต้องชดใช้ก็ไปร้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองก็วินิจฉัยแล้วว่าเป็นคำสั่งที่ชอบ ดังนั้น จึงต้องไปตามบังคับคดีต่อไป ส่วนคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ถือว่าคดียังไม่ถึงที่สุดก็ต้องรอการอุทธรณ์ของศาลต่อไป

บรรยายใต้ภาพ
หน.ใหม่ - พรรคเพื่อชาติจัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2564 เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหาร พรรคชุดใหม่ โดยนางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่ห้างอิมพิเรียลสำโรง ถนนสุขุมวิท ต.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 3 เมษายน

ที่มา: นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 5 เม.ย. 2564 (กรอบบ่าย)
News Code: frnt g:matichon g:agency g:paper g:mati p:mtcd v:paperl

Comment