วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

รัฐโต้กลุ่ม'บุหงารายา'ยันไทยส่งเสริมภาษาถิ่นในชายแดนใต้

 01 ธ.ค. 2562 15:07 น. | หมวดหมู่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

'รัชดา'แจงโต้กลุ่ม 'บุหงารายา'ฟ้องยูเอ็น ยันไทยส่งเสริมภาษาถิ่นในชายแดนใต้ -สนับสนุนร.ร.ตาดีกาและปอเนาะเต็มที่
เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่นายฮาซัน ยามาดีบุ ตัวแทนกลุ่มบุหงารายา จ.ปัตตานี กล่าวในเวทีสหประชาชาติว่าด้วยเรื่องชนกลุ่มน้อย ซึ่งเป็นเวทีเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะของแต่ละประเทศว่าด้วยการศึกษาและการสอนภาษาของชนกลุ่มน้อย ที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยนายฮาซัน ระบุว่ารัฐบาลไทยขัดขวางการสอนภาษายาวี-มลายู และวัฒนธรรมปาตานี รวมถึงมองว่าโรงเรียนตาดิกาและปอเนาะมีความคิดแบบสุดโต่งนั้น
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลขอชี้แจงว่าได้ดำเนินการส่งเสริมให้เยาวชนในพื้นที่เข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและส่งเสริมอัตลักษณ์วัฒนธรรมและภาษาท้องถิ่นเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยให้การสนับสนุนงบประมาณโรงเรียนตาดีกา สถาบันศึกษาปอเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา ซึ่งทั้ง 3 สถาบันนี้เป็นแหล่งให้ความรู้ทางด้านศาสนาและภาษาแก่เยาวชนมุสลิมในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงเรียนตาดีกาที่ตั้งอยู่ในชุมชน ซึ่งนักเรียนระดับประถมศึกษาจะไปเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ ส่วนสถาบันศึกษาปอเนาะ การเรียนการสอนสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาเป็นไปอย่างสอดคล้องกับวิถีชาวบ้าน ให้ความรู้ทั้งทางศาสนาและภาษามาลายู เสริมด้วยวิชาสามัญเพื่อทักษะในการประกอบอาชีพเท่าทันสถานการณ์ นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาได้จัดทำหลักสูตรกลางอิสลามศึกษาสำหรับผู้สนใจในระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย ทั้งแบบภาษาไทยและมาลายู ซึ่งกระทรวงฯ ไม่ได้เข้าแทรกแซง แต่เป็นการจัดทำหลักสูตรร่วมกันระหว่างศึกษานิเทศก์ที่มีความเชี่ยวชาญ โต๊ะครู และสมาคมโรงเรียนสอนศาสนาอิสลาม
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ส่วนข้อกังวลถึงการไม่ใช้ภาษามาลายูเป็นชื่อสถานที่นั้น ที่จริงแล้ว ชื่อหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และสถานที่ท่องเที่ยว หากมีชื่อเรียกภาษามาลายูอยู่ก่อนแล้ว ยังใช้ให้ชื่อนั้นอยู่ทุกวันนี้ อาทิ บ้านตะบิงติงงี บ้านคาแวะ ต.กาบัง ต.สะเอะ อ.เจาะไอร้อง อ.ระแงะ หาดตะโล๊ะสะมีแล หาดตะโละกาโปร์ จึงขอให้ประชาชนและนานาชาติมั่นใจต่อนโยบายของรัฐบาลไทยที่เคารพเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนทุกกลุ่ม รวมถึงส่งเสริมอัตลักษณ์และวัฒนธรรมอันหลากหลาย ตลอดจนการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน เพราะนี่คือหัวใจของสันติภาพอย่างแท้จริง อีกทั้งขอให้พิจารณาข้อมูลต่างๆที่เผยแพร่ด้วยความหนักแน่น อย่าตกเป็นเครื่องมือการสร้างความเกลียดชัง เพราะกระแสจากภายนอกจะกระทบวิถีชีวิตคนในพื้นที่และอาจขยายวงไปสู่ประเด็นอื่น วันนี้คนไทยพุทธและไทยมุสลิมไม่ได้มีความขัดแย้งต่อกัน และประเทศไทยไม่มีความขัดแย้งทางศาสนาหรือวัฒนธรรม.

ที่มา: www.dailynews.co.th
News Code: pol g:dailynews g:agency p:wdn v:netnews

Comment
Related