วันศุกร์ที่ 07 สิงหาคม พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

สั่งสอบคดีตร.อุ้มตร.! ชั้นสัญญาบัตร-ประทวน3นาย เรียกค่าไถ่'ส.ต.ท.'กะพ้อ

 11 พ.ค. 2562 18:38 น. | หมวดหมู่ การบำรุงขวัญกำลังพล
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ส.ต.ท.โรงพักกะพ้อ จ.ปัตตานี 1 ใน 6 เหยื่อถูกกลุ่มคนอ้างเป็นชุดสืบ ภาค 9 อุ้มขึ้นรถเรียกค่าไถ่ 5 แสน หอบเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.หาดใหญ่ ท้องที่เกิดเหตุแล้ว เบื้องต้นทราบตัว 4 ราย ทั้งตำรวจและหญิงสาวคนประสานงาน แจ้ง 4 ข้อหาหนัก
11 พ.ค.62 จากกรณี ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อ พล.ต.ต.โพธ สวยสุวรรณ รอง ผบช.ภ.9 ที่สำนักงานตำรวจภูธร ภาค 9 ส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 62 ที่ผ่านมา หลังจากที่ถูกกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 รวมจำนวนกว่า 10 คน ยึดอาวุธปืนประจำกาย 2 กระบอก และอุ้มขึ้นรถยนต์กระบะพร้อมกับกลุ่มเพื่อนชายที่ไม่ได้เป็นตำรวจอีก 5 คน เข้าเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และทำการเรียกค่าไถ่รวมกันเป็นเงินจำนวน 5 แสนบาท และมีการต่อรองกันจนเหลือ 2 แสนบาท โดยให้เป็นเงินสดและจำนำรถเก๋งส่วนตัว 1 คัน ก่อนถูกปล่อยตัวออกมา พร้อมกับคืนอาวุธปืน
ไม่พลาดข่าวสำคัญ ติดตาม LINE@แนวหน้า ที่นี่
โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 26 ม๊.ค.ต่อเนื่องถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 27 มี.ค. 62 ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่เรื่องยังไม่จบ เนื่องจากเมื่อมีการไปติดต่อขอไถ่ถอนรถคืนกลับถูกปฏิเสธว่า ได้ขายต่อไปให้แก๊งค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.ยะลา ไปแล้วในราคา 200,000 บาท จากแต่เดิมที่จำนำเอาไว้ 80,000 บาท และต้องเสียดอกเบี้ย 10% ต่อเดือน หากจะมาเอารถคืน รวมทั้งมีการส่งข้อความมาข่มขู่จากหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ติดต่อประสานงานระหว่างชุดอุ้มกับทางกลุ่มผู้เสียหาย โดยบอกให้จบเรื่อง และหากไม่จบ ก็จะมีการเล่นงานด้วยวิธีการต่างๆนานๆ และยัดยาเสพติดใส่ในรถเก๋ง เพื่อให้หลุดจากวงการตำรวจ จนทางครอบครัวและญาติที่เป็นตำรวจด้วยกันไม่สามารถที่จะยินยอมต่อไปได้ กระทั่งมีการเข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับบัญชานั้น
ล่าสุดเมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้(11 พ.ค. 62 ) ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ซึ่งเป็น 1 ใน 6 ผู้เสียหาย พร้อมกับมารดา ได้เดินทางนำเอกสารหลักฐานทั้งบันทึกข้อความขอความเป็นธรรม รวมทั้งหลักฐานจากการแคปเจอร์หน้าจอการสนทนา และหลักฐานทางการเงินต่างๆ และรายการจำนำทอง เข้าแจ้งความกับทาง ร.ต.อ.เดชาวัต มากคำ พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่เพื่อให้ดำเนินคดีกลับกลุ่มบุคคลที่อ้างตัวว่า เป็นตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 ที่อุ้มตัวไปเรียกค่าไถ่ดังกล่าว ในฐานความผิด 4 ข้อหา คือ ร่วมกันทำความผิดต่อเสรีภาพ , ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขัง , ร่วมกันเรียกค่าไถ่ และ ร่วมกันกรรโชกทรัพย์
โดยเบื้องต้นนั้นทราบตัวแล้ว 4 ราย โดยเป็นตำรวจทั้งชั้นประทวนและสัญญาบัตรรวม 3 ราย และอีกรายเป็นหญิงสาวที่ทำหน้าที่เป็นคนติดต่อประสานงาน และอ้างตัวว่า เป็นเมียตำรวจ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะให้เปิดเผยรายชื่อในขณะนี้ได้
หลังจากนั้นทางพนักงานสอบสวนได้พาตัว ส.ต.ท.สัญลักษณ์ จันทร์ดำ ผบ.หมู่ (ป) สภ.กระพ้อ จ.ปัตตานี ผู้เสียหาย ไปตรวจสอบ และชี้จุดที่เกิดเหตุ 2 จุด โดยจุดแรกอยู่ภายใน ซ.18 ถ.รัตนอุทิศเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ซึ่งเป็นจุดที่ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ ได้ขับรถเก๋งมาส่งเพื่อนที่บ้านพัก และพบกับกลุ่มคนที่อ้างตัวว่า เป็นตำรวจ ก่อนที่จะมีการชุลมุนกันขึ้น และทั้ง 6 คน ถูกอุ้มขึ้นท้ายรถยนต์กระบะมุ่งหน้าไปยังเซฟเฮ้าส์แห่งหนึ่งภายใน ซ.5 ถ.ท่าไทร-บางหยี ต.คลองแห อ.หาดใหญ่ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 15 นาที ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุจุดที่ 2 เพื่อเป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี
นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวนยังได้มอบหมายให้ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ นำสำเนาบันทึกแจ้งความเข้ายื่นต่อตำรวจ สภ.บางกล่ำ จ.สงขลา หลังจากที่ทาง ส.ต.ท.สัญลักษณ์ สืบทราบ และตามหาจนพบว่า รถยนต์เก๋งส่วนตัวของตนเองนั้น ถูกขายต่อมาอีกทอด และมีผู้ครอบครองอยู่ในพื้นที่ อ.บางกล่ำ จ.สงขลา เพื่อให้ทางตำรวจ สภ.บางกล่ำ เข้าตรวจสอบ และแจ้งให้กับผู้ที่ครอบครองทราบว่า เป็นรถที่อยู่ในระหว่างการดำเนินคดี และต้องนำมาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.หาดใหญ่ จนกว่าคดีความจะแล้วเสร็จ
ส่วนทางด้านผู้เป็นแม่และญาติที่เป็นตำรวจของ ส.ต.ท.สัญลักษณ์ นั้น ได้ขอให้ทางผู้บังคับบัญชา รวมทั้งตำรวจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ความยุติธรรมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย เนื่องจากเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย มีการข่มขู่คุกคามตลอดเวลา อีกทั้งยังเป็นตำรวจเหมือนกันอีกด้วย
ด้าน พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ได้ทราบเรื่อง และสั่งให้การตั้งคณะกรรมการสอบสวนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว โดยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน และขอเวลาสะสางเรื่องนี้ แต่อาจจะยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลไปได้มากกว่านี้ แต่ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย และหากมีความผิดจริงดังที่ปรากฎก็จะต้องได้รับโทษทั้งทางอาญาและวินัยอย่างถึงที่สุด

ที่มา: www.naewna.com
News Code: loc g:naewna g:agency p:wnn v:netnews

Comment
Related