วันอาทิตย์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

บีอาร์เอ็นรับยิงชรบ.15ศพ

 15 พ.ย. 2562 04:44 น. | หมวดหมู่ เหตุร้ายรายวัน
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ยะลาลุยค้น9จุดบิ๊กแดงบิ๊กแป๊ะลงจว.ใต้
'บีอาร์เอ็น' รับอยู่เบื้องหลังสั่งยิงถล่ม ชรบ.ดับ 15 ศพที่ยะลา หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบ ให้การซัดทอด แฉสาเหตุคนร้ายต้องการตอบโต้จนท.รัฐที่จับกุมตัวอุสตาซ ขณะที่ 'สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข' รองผบ.ตร.ส่งชุดสืบสวนจากนครบาลช่วยไล่ล่าคนร้าย เผยรวบผู้ต้องสงสัย 10 ราย ด้านทหารสนธิกำลังตำรวจ บุกค้น 9 จุด ในพื้นที่ 4 อำเภอของยะลา พร้อมเชิญตัวผู้ต้องสงสัย 6 คนมาซักถาม ตร.ภาค 9 ออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน ส่วนคนร้ายกลุ่มนี้คาดมีกว่า 20 คน ล้วนมีหมายจับมาก่อน เคยก่อเหตุในพื้นที่ 3 จว.ใต้ 50-60 คดี ด้าน "บิ๊กแดง" อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และ "บิ๊กแป๊ะ" พล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ลงพื้นที่ติดตามคดี
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 14 พ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารจากกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ค่าย สิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี มีทหารพราน ทหารหน่วยเฉพาะกิจ จ.ยะลา และกองกำลังพิเศษ เข้าปิดล้อม ตรวจค้นบ้านเป้าหมายจำนวน 9 จุด ในพื้นที่จ.ยะลา จำนวน 4 อำเภอ คืออ.เมืองยะลา, อ.กรงปินัง อ.บันนังสตา และ อ.กาบัง โดยเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เพื่อตรวจค้นและเชิญตัว ผู้ต้องสงสัยที่คาดว่าเป็นบุคคลคนที่เกี่ยวข้องและร่วมเข้าโจมตีป้อมชุดคุ้มครองตำบลลำพะยา บ้านทุ่งสะเดา หมู่ 5 ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เป็นเหตุให้ ชรบ.และราษฎรเสียชีวิต 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย เหตุเกิดกลางดึกวันที่ 5 พ.ย.ที่ผ่านมา
สำหรับ อ.เมืองยะลา หมู่บ้านเป้าหมายที่เข้าตรวจค้นโดยเฉพาะ คือบ้านต้นหยี หมู่ 7 ต.ลำพะยา เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างจากจุดที่คนร้ายบุกเข้าโจมตี ชคต.ลำพะยา 4 ก.ม.เศษ และเป็นเขตติดต่อกับอ.ยะหา ซึ่งสามารถข้ามไปอ.สะบ้าย้อย จ.สงขลา ได้ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ต้องใช้อำนาจตามกฎอัยการศึก เข้าตรวจค้นหาตัวบุคคลเป้าหมาย สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่บ้านต้นหยีไว้ได้ 1 คน ซึ่งมีเบาะแสว่าเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญในการประกอบวัตถุระเบิดแสวงเครื่องที่นำใช้ในการก่อเหตุครั้งนี้ เมื่อรวมกับอำเภออื่น เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวไว้ได้ 6 คน ประกอบด้วย นายไซนู้ญฮาบีดีน ดอเลาะกาเต, นายอาหาหมัดหูสนี บอเกาะ, นายเพาซี เจ๊ะและ, นายสาลาฮูดดีน ลำเดาะ, นายมารูวัน สาและ และนายสุดิน เจ๊ะแว เจ้าหน้าที่ทหารได้นำตัวบุคคลทั้ง 6 ส่งไปยังหน่วยซักถาม ที่ กรมทหารพรานที่ 41 กรม ทพ.43 และ ศูนย์ซักถามหน่วยข่าวกรองการทหาร ในค่ายอิงคยุทธบริหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
หน่วยงานด้านมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ รายงานว่า เหตุถล่มยิงป้อมจุดตรวจ ลำพะยา น่าจะเป็นการตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่จับกุมตัวอุสตาซรายหนึ่งในพื้นที่จ.สตูล เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีหมายจับคดีความมั่นคงและมีความเชื่อมโยงกับเหตุลอบวางระเบิด อส.อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เสียชีวิต 2 นาย เมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา ทั้งนี้เนื่องจาก อุสตาซคนดังกล่าว เดิมมีภูมิลำเนาอยู่ที่ ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา เคยเป็นอุสตาซสอนอยู่ที่โรงเรียนปอเนาะแห่งหนึ่งในจ.ยะลา ก่อนถูกออกหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ข้อหากบฏ ก่อการร้าย อั้งยี่ ซ่องโจร และได้หลบหนีกบดานอยู่ในโรงเรียนปอเนาะในพื้นที่อ.ควนกาหลง จ.สตูล นาน 14 ปี ก่อนจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม และรับว่าเคยเป็นแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็น
หลังการจับกุมอุสตาซรายนี้ ทำให้แกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบในพื้นที่จ.ยะลา ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิดระดมแกนนำระดับปฏิบัติการหลายคนที่เคยก่อเหตุและแนวร่วมในพื้นที่ ทั้งจ.ยะลา, ปัตตานี รอยต่อจ.สงขลา เข้ามาวางแผนการ และเลือกเป้าหมายที่จะก่อเหตุได้ง่ายและอยู่ในพื้นที่ รวมถึงเส้นทางหลบหนีออกนอกพื้นที่ ป้อมชรบ.ดังกล่าวจึงเป็นเป้าหมายที่ใช้ก่อเหตุขึ้น
วันเดียวกัน ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า (ศปก.ตร.สน.) จ.ยะลา พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. พร้อมด้วยพล.ต.ท.พงษ์วุฒิ พงษ์ศรี ผู้ช่วยผบ.ตร. พล.ต.ต.สันติ ชัยนิรามัย ผบก.สส.บช.น. และคณะเดินทางมาร่วมประชุมความคืบหน้าคดีความมั่นคงในพื้นที่บช.ภ.9 และลงพื้นที่จ.ยะลา ตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุคนร้ายยิงถล่มป้อมชรบ.ต.ลำพะยา จนมี ผู้เสียชีวิต 15 ราย โดยมีพล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 ในฐานะผบ.ศปก.ตร.สน. พล.ต.ต.ชอบ คิสาลัง รอง ผบช.ภ.9 ต้อนรับ
พล.ต.อ.สุวัฒน์เปิดเผยว่า ภาพรวมของคดีที่เกิดขึ้นขณะนี้มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมกันรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยให้ชุดสืบสวนบช.น.เข้ามาช่วยการติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุด้วย อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะ
ส่วนการลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุป้อมชรบ.ต.ลำพะยานั้น ต้องมีการฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุ ขณะเกิดเหตุกว่าจะมีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเข้ามาบริเวณที่เกิดเหตุใช้เวลาถึง 45 นาที ทั้งที่ควรใช้เวลาไม่เกิน 20-25 นาที อย่างบริเวณที่เกิดเหตุเป็นจุดพื้นที่ต่ำ ไม่มีลวดหนาม ยามเฝ้าระวังค่อนข้างหละหลวม ไม่มีการทำความเข้าใจพื้นที่เพื่อถอนตัวออกไประหว่างเผชิญเหตุ ต้องถอดบทเรียนยุทธวิธีในการรบ เพิ่มจุดที่ต้องแก้ไขต่อไป
"ทางเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานจะต้องฝึกฝนเพิ่มขีดความสามารถ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ ยกตัวอย่างกองร้อยพิเศษตชด.ให้สามารถเข้าพื้นที่ช่วยเหลือได้รวดเร็ว ทั้งทางบกและอากาศ ขยายพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยาก อย่างบริเวณพื้นที่ป่าหรือภูเขาเพื่อเตรียมพร้อมนำกำลังเข้าปะทะในการตรวจสอบกลุ่มผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ หรือช่วยเหลือผู้เกี่ยวข้องในเหตุความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ต้องเตรียมความพร้อมกับสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะแม้เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จำนวนเหตุจะลดลง แต่ระดับความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ลดลง" รองผบ.ตร.กล่าว
รองผบ.ตร.กล่าวต่อว่า แผนการดำเนินการตรวจสอบกลุ่มบุคคลต้องสงสัย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการดำเนินการแผนจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่บช.ภ.8 บช.ภ.9 มีการนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบประวัติบุคคลต้องสงสัย โดยวิธีการนำบัตรประชาชนเสียบเข้าฐานข้อมูลเพื่อตรวจสอบหมายจับ ซึ่งจะบันทึกข้อมูลการถูกตรวจสอบว่าอยู่บริเวณจุดใดในพื้นที่ภาคใต้ได้ด้วย คาดว่าจะสามารถใช้ได้ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อช่วยคัดกรองบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะก่อเหตุในพื้นที่และบุคคลที่มีหมายจับคดีเกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคใต้
รายงานจากฝ่ายข่าวด้านความมั่นคงแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจฝ่ายความมั่นคงควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมดที่ก่อเหตุยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) บ้านทางลุ่ม หมู่ 5 ต.ลำพะยา ได้ทั้งหมดประมาณ 10 ราย อยู่ระหว่างควบคุมตัวเพื่อสอบปากคำ ซึ่งมีผู้ต้องสงสัยเป็นชาย 1 ใน 10 รายให้การที่เป็นประโยชน์ โดยยืนยันว่าไม่ได้ระบุถึงสาเหตุการก่อเหตุ เพียงแต่ได้รับคำสั่งจากกลุ่มบุคคลที่อยู่ขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี หรือบีอาร์เอ็นให้มาก่อเหตุดังกล่าว
"เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจฝ่ายความมั่นคงกำลังตรวจสอบขยายผล คาดว่าน่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ไม่ต่ำกว่า 20 คน ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหมายจับมาก่อนหน้านี้อีกหลายคดี ซึ่งวัตถุพยานในที่เกิดเหตุ ทั้งอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนที่เก็บได้เชื่อมโยงกับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ 50-60 คดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งติดตามผู้ก่อเหตุขยายผลที่เกี่ยวข้องเพื่อออกหมายจับผู้ก่อเหตุดังกล่าวทั้งหมดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"
วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี รองผบช.ภาค 9 เปิดเผยความคืบหน้าคดียิงถล่มป้อมชรบ.ลำพะยาว่า ขณะนี้ตำรวจออกหมายจับเพิ่มอีก 1 คน คือนายอาดัม มูสอดี ราษฎร อ.กาบัง จ.ยะลา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้หลักฐานจากการตรวจดีเอ็นเอจากเลือดที่พบในที่เกิดเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ออกหมายจับในคดี ดังกล่าวนี้แล้วทั้งหมด 3 หมาย และกำลังหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม เชื่อว่าเร็วๆ นี้จะสามารถออกหมายจับผู้ก่อเหตุได้อีกหลายราย
เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 13 พ.ย. พ.อ.ธีร์พัชร์ เอมพันธุ์ ผู้บังคับชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 อ.ระแงะ จ.นราธิวาส และทหารชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด อโณทัย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นำระเบิดแสวงเครื่องซึ่งคนร้ายประกอบใส่ไว้ในถังแก๊สปิคนิค หนัก 25 ก.ก. จุดชนวนด้วยแบตเตอรี่ที่ลากสายไฟเข้าไปในป่าสวนยางพารายาว 30 เมตร ซึ่ง เจ้าหน้าที่เก็บกู้ไว้ได้ ขณะที่คนร้ายนำไปซุก ไว้ริมถนนในพื้นที่หมู่บ้านเจ๊ะเก ม.2 ต.บาโงสะโต อ.ระแงะ ห่างจากชคต.บาโงสะโต ประมาณ 150 เมตร หลังจากชุดชรบ. บ้านเจ๊ะเกตรวจสอบพบ โดยคนร้ายใช้กระสอบปุ๋ยคลุมทับไว้ด้านบน เจ้าหน้าที่สามารถเข้าเก็บกู้ไว้ได้เมื่อเวลา 17.00 น. ก่อนนำไปยิงทำลายที่บริเวณบ่อดินร้างในพื้นที่บ้านเจ๊ะเก
ด้านพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวถึงเหตุยิงชรบ.ที่ลำพะยา จ.ยะลา ว่า มีความคืบหน้าไปแล้วค่อนข้างมาก ทุกภาคส่วนเร่งทำงานสืบสวนหาตัวผู้ก่อเหตุ โดยวันที่ 15 พ.ย. พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะลงพื้นที่ไปติดตามคดีและหามาตรการป้องกันการก่อเหตุซ้ำ และในวันที่ 16 พ.ย. ตนเองก็จะลงพื้นที่ไปติดตามคดี พร้อมแถลงความคืบหน้าการจับกุมผู้กระทำผิด สำหรับผู้ก่อเหตุเบื้องต้นมีข้อมูลเชื่อมโยงกับการก่อเหตุในพื้นที่ภาคใต้ก่อนหน้านี้

บรรยายใต้ภาพ
คลี่คดีใต้ - พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผบ.ตร. รุดติดตามคดีกลุ่มคนร้ายโจมตีถล่มป้อมชรบ. 15 ศพ ล่าสุดควบคุมตัว ผู้ต้องสงสัย 10 คน และให้ การเชื่อมโยงขบวนการ บีอาร์เอ็น ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจส่วนหน้า จ.ยะลา เมื่อ 14 พ.ย.

ที่มา: นสพ.ข่าวสด ฉบับวันที่ 16 พ.ย. 2562 (กรอบบ่าย)
News Code: frnt g:khaosod g:agency g:paper g:mati p:ksd v:paperl

Comment
Related