วันเสาร์ที่ 06 มิถุนายน พ.ศ.2563 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

บิ๊กโจ๊กทิ้งทวน ระบุปมขัดแย้งคือเซ็นยกเลิกไบโอแมทริกซ์ แฉอีกรถไฟฟ้า

 11 ม.ค. 2563 05:25 น. | หมวดหมู่ การเมือง
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

“บิ๊กโจ๊ก” เข้าให้การ ป.ป.ช.แล้ว โวกรณีนี้มีพยานไม่ต่ำกว่า 40 ปาก รวมทั้งคนในคณะกรรมการตรวจรับเครื่องไบโอแมทริกซ์เจ้าปัญหาด้วย ส่วนข่าว “บิ๊กป้อม” จะเป็นกาวใจเคลียร์กับ “บิ๊กแป๊ะ” ยังไม่ได้รับการติดต่อ แต่ถ้าให้ทำผิดกฎหมาย ไม่ทำแน่ แฉต่อเรื่องรถไฟฟ้าอัจฉริยะ สำนักงานตำรวจแห่งชาติโอนงบ สตม.ไปจัดซื้อเอง มีพิรุธ สุดท้ายเอามาเป็นรถนำขบวน ผิดวัตถุประสงค์ ส่วนการสืบสวนคลี่คลายคดียิงรถ บช.น.แจกแค่ใบแถลงข่าว ดำเนินการ 4 ข้อ ทั้งสอบสวนพยานไปแล้ว 120 ปาก ตามรอยมือปืนจากกล้องวงจรปิด และรอผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ ด้าน “วิษณุ” แจงกรณีความขัดแย้ง “บิ๊กแป๊ะ-บิ๊กโจ๊ก” ไม่มีผลกระทบรัฐบาล
กรณีมือปืน 2 คน บุกยิงรถยนต์ส่วนตัว พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่จอดอยู่หน้าสาริกา มาสสาจ ซอยสาริกา ถนนสุรวงศ์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก จนเหตุการณ์บานปลายกลายเป็นความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เข้าให้การพนักงานสอบสวน สน.บางรัก เชื่อว่า สาเหตุมาจากการร้องเรียนโครงการไบโอแมทริกซ์และรถไฟฟ้าอัจฉริยะของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ต่อ ป.ป.ช. กระเทือนถึง “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่อยู่ระหว่างลาราชการเดินทางไปต่างประเทศ หลังจากนั้นมีคลิปเสียงการพูดคุยระหว่างบิ๊กแป๊ะกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร.และ รรท.ผบ.ตร. ทำนองเตือน พล.ต.อ.วิระชัย อย่าตีปี๊บเปิดแถลงข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นรายวัน สร้างความตึงเครียดและอึมครึมให้กับวงการสีกากี เนื่องจากเกิดความหวาดระแวงกันเองเกิดขึ้นตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 ม.ค. บช.น.แจกใบแถลงข่าวกรณีความคืบหน้าการสืบสวนคดียิงรถ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ดังนี้ 1.สอบสวน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ผู้เสียหายและสอบพยานในที่เกิดเหตุ 120 คน 2.ตรวจสอบวัตถุพยานพบหัวกระสุนในที่เกิดเหตุ 1 หัว และหัวกระสุนภายในรถอีก 7 หัว รวม 8 หัว อยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ดำเนินการตรวจสอบว่า เป็นหัวกระสุนชนิดใด และตรวจเปรียบเทียบกับคดีอื่น 3.ตรวจสอบกล้องวงจรตามเส้นทางประมาณ 100 ตัว 4.หน่วยงานที่ร่วมกันทำคดีประกอบด้วย ทีมสืบสวนสอบสวน สน.บางรัก ทีมสืบสวนสอบสวน กก.สส.บก.น.6 และบก.สส.บช.น. นอกจากนี้ ยังมีชุดสืบสวนพื้นที่ใกล้เคียง เช่น บก.น.5 ร่วมสืบสวนเก็บข้อมูลด้วย ตั้งแต่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.น.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนมาโดยตลอดในห้วง 3 วันที่ผ่านมา แต่การทำงานต้องใช้เวลารวบพยานหลักฐานและความละเอียดรอบคอบ ทั้งนี้ กำชับให้ผู้ปฏิบัติดำเนินการอย่างเต็มที่ต่อไป
ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีตผบช.สตม. เดินทางไปสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ถ้อยคำต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ฐานะพยาน กรณีตรวจสอบการจัดซื้อเครื่องไบโอแมทริกซ์ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) วงเงิน 2,100 ล้านบาท พล.ต.ท.สุรเชษฐ์เผยก่อนให้ถ้อยคำว่า ป.ป.ช.นัดตนและพยานอีกไม่ต่ำกว่า 40 คนมาให้ข้อมูลฐานะพยาน จะทยอยกันมา เมื่อความยุติธรรมในองค์กรหาไม่ได้ต้องมาหานอกองค์กรแบบนี้ ที่ผ่านมาทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว วันนี้ (10 ม.ค.) น่าจะเป็นวันสุดท้ายที่ให้สัมภาษณ์ จากนี้ไปจะไม่ให้สัมภาษณ์เพราะเมื่อให้การแล้วถือว่าหมดหน้าที่ ต่อไปเป็นเรื่องของ ป.ป.ช. เรื่องนี้เป็นบทเรียนให้หน่วยต่างๆรักษาผลประโยชน์ของชาติ มั่นใจว่าเมืองไทยสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง ใครฉ้อราษฎร์บังหลวงมีอันเป็นไปหมด
“วันนี้โลกกระบวนการยุติธรรมมีความชัดเจน อย่าเอามือไปปิดแผ่นฟ้า วิธีการเก่าๆโบราณ ยิงขู่เขา อย่านึกว่าไม่รู้ ผมทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ชาติ สมัยเป็น ผบช.สตม.กล้าเซ็นยกเลิกสัญญาโครงการไบโอแมทริกซ์โดยไม่บอกคนอื่นเพราะไม่อยากดัง แต่วันนี้ต้องให้รู้เสียที เป็นวันที่รอคอยจะมาให้การ ป.ป.ช. หลักฐานที่มายื่นมีเล็กน้อย เพราะอยู่ในหัวหมด ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริงมานานแล้ว คงมีข้อมูลมากพอสมควร ยอมรับว่าไบโอแมทริกซ์เป็นระบบที่ดีไม่ได้ต่อต้านและเห็นด้วย แต่การจัดซื้อผิดปกติ มีการปรับเพิ่มงบประมาณส่งงานล่าช้า ระบบทำงานเชื่อมต่อไม่ได้ ส่งไปตามสถานีตำรวจภูธรจังหวัดโดยไม่ใช้งาน เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้สำหรับ ตม. ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามทีโออาร์กำหนดไว้ 30 ข้อ แต่ตรวจรับโดยที่งานยังไม่เสร็จ” อดีต ผบช.สตม.กล่าว
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า ขอเตือนบางหน่วยให้เลิกแถลงข่าว ยิ่งแถลงยิ่งมัดตัว ฐานะอดีต ผบช.สตม. ถ้าสิ่งที่พูดโกหก คงไม่กล้า ใครจะกล้าสู้กับผู้มีอำนาจแบบนี้ถ้าไม่จวนตัวจริงๆ ไม่ไหวแล้ว ต้องพอสักที ส่วนเรื่องรถตรวจการณ์ระบบไฟฟ้าของ สตม. 260 คัน วงเงิน 900 ล้านบาท เอางบของ สตม.โอนไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดซื้อเอง มีพิรุธ มีข้อสังเกตว่า รถตรวจการณ์ไฟฟ้าเป็นรถบีเอ็มดับบลิว เป็นรถไฟฟ้าใช้ไวไฟเชื่อมต่อ แต่เอาไปใช้ที่ด่านชายแดน จ.อุบลราชธานี จ.นครราชสีมา จ.ยะลา และ จ.ปัตตานี ถามว่าเอาปลั๊กอินมาจากไหน รถต้องจอดทิ้งเฉยๆ หากเอาไปเติมน้ำจะผิดทีโออาร์เพราะให้ใช้ไฟฟ้า สุดท้ายนำรถเหล่านี้มานำขบวน ผิดวัตถุประสงค์ ไม่คุ้มค่า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มั่นใจว่าจะจับคนร้ายที่ยิงรถส่วนตัวได้หรือไม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า เสียงคลิปมาขนาดนั้น ยอมรับว่าเรื่องคดีตนไม่ได้ตามแล้ว เพราะฟังเสียงในคลิปก็อ่อนใจ วันนี้คนในคลิปต้องตอบสังคมและขอโทษสังคม เราจะอยู่กันอย่างไร ผบ.ตร.ต้องติดตามคนร้ายให้ได้ แต่ไปสั่งไม่ให้ทำงาน แค่นี้เดาได้แล้วว่าจับคนร้ายได้หรือไม่ ไม่มีทางที่ตนจะสร้างสถานการณ์เอง เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเป็นเกมที่ทำให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กลับ สตช. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า จะได้กลับหรือไม่เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชา ไม่ได้เป็นเกม ตนถูกกระทำจริงๆ ถ้าเป็นเกมต้องไม่มีเรื่องแบบนี้ เรื่องกลับหรือไม่กลับ สตช.ตนเฉยๆ ตั้งแต่ถูกย้ายมาอยู่สำนักนายกรัฐมนตรีไม่เคยร้องขอความเป็นธรรม เป็นข้าราชการอยู่ตรงไหนก็ได้ วันนี้เหมือนการขุดลอกคูคลองต้องเอาน้ำเสียออกไปเยอะๆ เอาน้ำดีเข้ามามากๆ ตนเหลืออายุราชการ 11 ปี ถ้าไม่ทำแบบนี้จะมีที่ยืนได้อย่างไร ความจริงเรื่องเซ็นยกเลิกสัญญาไบโอแมทริกซ์มีอะไรมากกว่านั้น พูดคุยกันหลายส่วน แต่พูดไม่ได้ ให้กระบวนการตรวจสอบทำหน้าที่ไป
เมื่อถามว่าบุคคลในคลิปมีปัญหาอะไรกันหรือไม่ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า ที่มีปัญหาและขัดแย้งทุกวันนี้ก็เรื่องนี้ เพราะติดต่อให้ไปพบเจรจาหลายครั้งเพื่อให้ยุติ แต่ตนยุติไม่ได้ ต้องดำเนินต่อไปเพื่อให้ความจริงปรากฏ จะช้าหรือเร็วความจริงปรากฏแน่ นอกจากสั่งการให้นายตำรวจระดับสูงตรวจรับเครื่องไบโอแมทริกซ์แล้ว ยังตั้งคณะกรรมการเอาผิดวินัยกับตนที่ไปเซ็นยกเลิกสัญญา แต่นายตำรวจระดับสูงคนนั้นไม่ทำ
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุจะเป็นคนเคลียร์ใจให้ตนกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พล.อ.ประวิตรเป็นเจ้านาย เป็นผู้มีพระคุณ ท่านไม่ได้ยุ่งเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ได้สั่งอะไร ไม่ได้โทร.มาหา ตนพร้อมคุยด้วยทุกเรื่อง แต่จะให้ทำสิ่งผิดกฎหมายตนไม่ทำ เมื่อถามว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ระบุว่า เป็นการจัดฉากเพื่อแย่งชิงตำแหน่ง ผบ.ตร. พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า จะแย่งชิงได้อย่างไรในเมื่อเป็นแค่ พล.ต.ท. เมื่อถามว่ามั่นใจแค่ไหนในข้อมูลที่ให้ ป.ป.ช.จะมัดผู้ถูกร้องได้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ตอบว่า พยานมีหลายคน ในส่วนกรรมการตรวจรับมาให้ถ้อยคำ มั่นใจในข้อมูลและสิ่งที่ทำว่าถูกต้อง แต่เรื่องเอาผิดและลงโทษขึ้นอยู่กับ ป.ป.ช. เชื่อมั่นว่าพยานหลักฐานต้องนำไปสู่ความจริงได้
ต่อมาเวลา 13.00 น. หลังให้ปากคำ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ออกมาเผยว่า ให้ข้อมูลประเด็นทุจริตและความไม่คุ้มค่า ฐานะผู้เซ็นเลิกสัญญาโครงการไบโอแมทริกซ์ คาดว่าสัปดาห์หน้าต้องเข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม ป.ป.ช.กำหนดประเด็นให้ชี้แจงเพิ่มเติม รวมทั้งต้องกลับไปทำเอกสารเปรียบเทียบราคา เช่น ปืนไฟฟ้า คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กอัจฉริยะเครื่องละ 2 แสนบาท ขณะที่คอมพิวเตอร์ในท้องตลาดขายกัน 20,000 บาท รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันละกว่า 4 ล้านบาท เหตุใดไม่เลือกใช้ยี่ห้ออื่นราคาเพียงล้านบาทเศษ ให้ข้อมูลเพื่อชี้ให้ตรวจสอบว่าบริษัทที่ขายรถอัจฉริยะเป็นผู้ผลิตรถยนต์หรือไม่ หรือผู้ประมูลไบโอแมทริกซ์เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีประวัติรับงานในสตม.หรือไม่ รวมถึงการขยายวงเงินเพิ่มอีก 1,000 ล้านบาทว่า ใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ไบโอแมทริกซ์เป็นโครงการที่ดี เพียงแต่อุปกรณ์ที่มีอยู่มีคุณภาพหรือไม่
“วันนี้จะผิดหรือถูกไม่ได้ขึ้นอยู่กับคำให้การของผม แต่ขึ้นอยู่กับพยานเอกสาร โดยเฉพาะวันตรวจรับว่า งานเสร็จหรือยัง ผมไม่ห่วงตัวเอง แต่ห่วงคนที่เกษียณแล้วจะเดือดร้อน มั่นใจว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นผู้ใหญ่ของประเทศ เรื่องดีๆท่านจะส่งเสริม เรื่องไม่ดีเรื่องชั่วๆเลวๆท่านจะไม่ยุ่ง ขนาดผมเป็นตำรวจลูกน้องเลวๆยังต้องจัดการ วันนี้ผมพร้อมพูดคุยแต่จุดยืนไม่เปลี่ยน ถ้าเป็นไปได้อยากคุยต่อหน้าสื่อมวลชน” อดีต ผบช.สตม.กล่าว
ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯเผยกรณี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขัดแย้งกับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ อยู่ใต้บังคับบัญชาปลัดสำนักนายกฯ ปลัดฯเคยรายงานให้ทราบว่า พล.ต.ท.สุรเชษฐ์มาทำงานปกติ นั่งอยู่ที่สำนักปลัดฯ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ ปลัดสำนักนายกฯรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานทุกคนที่มาช่วยราชการ ไม่ใช่เฉพาะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เวลาจะไปไหนเขาลาเสมอ ยืนยันว่าไม่ได้กระทบต่องานที่รับผิดชอบ กรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้มีผลกระทบรัฐบาล

ที่มา: www.thairath.co.th
News Code: pol g:thairath g:agency p:wtr v:netnews

Comment
Related