วันอาทิตย์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับการศึกษา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

 05 ธ.ค. 2559 17:32 น. | อ่าน 2139
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ ได้จัดการประชุมเพื่อสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประธานสมัชชาสหประชาชาติ เริ่มกล่าวสดุดีเป็นคนแรก และตามด้วยผู้แทนภูมิภาคต่างๆ ขึ้นกล่าวสดุดี ซึ่งถือเป็นโอกาสพิเศษ ที่มีขึ้นไม่บ่อยนัก
      นายปีเตอร์ ทอมสัน ประธานสมัชชาสหประชาชาติ (UN) กล่าว สดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าขอแสดงความอาลัยต่อประเทศไทย และสมาชิกพระบรมวงศานุวงศ์ และกล่าวว่า การครองราชย์กว่า 70 ปี ซึ่งยาวนานที่สุด ของมนุษยชนชาติ และพระปฐมบรมราชโชวาท "เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนชาวสยาม" และทรงงานอย่างหนัก นำไปสู่ความกินดีอยู่ดี ทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคม และทรงงานอย่างหนัก และให้ความสำคัญกับงานเชิงบูรณาการหลายด้าน
      องค์การสหประชาติ ได้เห็นและได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล United Nation Development Programme - UNDP Human Development Live Time Achievement Award ซึ่งเป็นรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ซึ่งเป็นรางวัลชิ้นแรกของโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ UNDP และได้มีการเลือกให้วันดินโลก (World Soil Day) ให้ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และขอแสดงความอาลัยต่อการสวรรคต และจากนั้นสมาชิกทั้งหมดยืนถวายความอาลัย
      จากนั้น นายบันคี-มุน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ กล่าวสดุดีและถวายพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า การมารวมกันในครั้งนี้ เพื่อถวายเกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดถึง 70 ปี พระองค์ทรงเป็นที่รักทั้งคนไทย และประชาชนทั่วโลก ตลอดเวลาของการครองราชย์ ได้ทราบถึงการทรงงานหนักของพระองค์ ซึ่งเห็นได้ชัดจากการแสดงความอาลัยของประชาชนชาวไทย แสดงว่ามีความซาบซึ้งต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างสูง
      พระองค์ทรงงานหลายด้าน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงในหลายด้าน และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติถวายเมื่อปี 2549 จากนี้ไปโครงการสหประชาชนติ ก็จะทำงานต่อไปเพื่อสืบสานพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และหวังจะได้ทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยต่อไป

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง....ศาสตร์แห่งความเจริญอย่างยั่งยืน

ที่มาของภาพ : https://i.ytimg.com/vi/xVANIhsFEBM/hqdefault.jpg

      เมื่อวันศุกร์ที่ 21 ตุลาคม 2559 พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ที่เน้นย้ำความสำคัญของ “ศาสตร์พระราชา” ซึ่งได้รับการยกย่อง ในเวทีระดับโลก และสอดคล้องกับ “วาระของโลก” คือ เป้าหมาย “การพัฒนาที่ยั่งยืน”ขององค์การสหประชาชาติ (SDG 2030) โดยเฉพาะอย่งยิ่ง “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล อดุลยเดช  ที่พระราชทานแก่ปวงชนชาวไทย มากว่า 40 ปี และได้รับการเชิดชูสูงสุดจากองค์การสหประชาชาติ โดยนายโคฟี อันนัน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าถวายรางวัล “ความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์” เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่า เป็นปรัชญาที่สามารถสร้างภูมิคุ้มกันในตนเอง สู่ชุมชน สู่สังคม ในวงกว้างขึ้นในที่สุด  โดยองค์การสหประชาชาติได้สนับสนุนให้ประเทศต่างๆ ที่เป็นสมาชิกทั่วโลก ได้ยึดถือเป็นแนวทางสู่การพัฒนาประเทศแบบยั่งยืน
      รัฐบาล และหน่วยงาน/องค์กรที่เกี่ยวข้อง ได้น้อมนำศาสตร์ของพระราชาในเรื่อง “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ประยุกต์ใช้ในหลายๆ รูปแบบ เช่น การจัดทำบัญชีครัวเรือน เพื่อ “ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้” สร้างความเข้มแข็งให้กับ “ครอบครัว” และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากกนั้น ยังมีการ “ต่อยอด – ขยายผล” หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในระดับภูมิภาค และระดับโลก ทั้งในเวที G77 G20 และ ACD อีกด้วย

จากการประยุกต์ในภาพรวม สู่การประยุกต์ในภาคการศึกษา

ที่มาของภาพ : https://obecplan.files.wordpress.com/2016/04/yala4-e1461662435611.jpg?w=540

      นอกเหนือไปจากการนำ “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” มาประยุกต์ใช้ร่วมกับ “หลักการเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” เพื่อใช้ในแกนหลัก ในการกำหนดยุทธศาสตร์ และกลยุทธ์ในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการได้น้อมนำหลักการดังกล่าว ไปประยุกต์ใช้ในเชิงลึกในภาคการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้เยาวชนในทุกพื้นที่ ได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง โดยให้กระทรวงศึกษาธิการ เร่งขับเคลื่อนการทำงานอย่างเข้มข้น ในการส่งเสริมและสนับสนุนทางด้านการศึกษาให้แก่เยาวชน โดยเฉพาะเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ขณะเดียวกัน ต้องไม่ทิ้งความสามารถเฉพาะทาง อย่างด้านการกีฬา นอกจากนั้นยังจัดให้มีกิจกรรมการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ นำเยาวชนลงพื้นที่จริง ในแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามศูนย์การเรียนรู้ต่างๆ เช่น ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กองทัพเรือ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อเป็นการศึกษาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่เป็นรูปธรรม และเห็นผลที่ชัดเจน และเป็นการเปิดการเรียนรู้อย่างรอบด้านให้แก่เยาวชนอีกด้วย
      สำหรับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เข้าร่วมโครงการนี้ มีโรงเรียนเข้าร่วมทั้งหมด 6 โรงเรียน จำนวนนักเรียนรวม 433 คน ซึ่งเป็นนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และ 5 ในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ ยะลา, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส, โรงเรียนโพธิ์คีรีราชศึกษา จ.ปัตตานี, โรงเรียนนาทวีวิทยาคม จ.สงขลา, โรงเรียนละงูพิทยาคม จ.สตูล และโรงเรียนมัธยมสุไหงปาดี จ.นราธิวาส โดยพาเยี่ยมชมศึกษาแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมจัดนำเสนอด้านองค์ความรู้ และด้านกิจกรรม      
      ด้านองค์ความรู้ ได้แก่ การศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เกษตรทฤษฎีใหม่ หลักเกษตรธรรมชาติ การเกษตรผสมสาน การอนุรักษ์ดินและน้ำโดยหญ้าแฝก การปศุสัตว์ การอนุรักษ์และประหยัดพลังงาน รวมทั้งการปลูกสร้างบ้านดิน ในส่วนของด้านกิจกรรมนักเรียน ได้รับความรู้จากกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ การศึกษาแปลงสาธิตการเกษตรทฤษฎีใหม่ จักรยานปั่นน้ำประหยัดพลังงานในการรดแปลงผัก เตาเผาถ่าน การฝึกควายไว้ใช้งานด้านการเกษตร และการแปรรูปผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ซึ่งการจัดกิจกรรมในโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้ ในครั้งนี้ นับเป็นกิจกรรมการเปิดโลกทัศน์ใหม่ ให้แก่นักเรียนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ที่จะช่วยส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาศักยภาพด้านการศึกษา เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม พัฒนาทักษะชีวิต ที่จะช่วยสร้างเยาวชนไทย ที่เป็นต้นแบบที่ดี และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศชาติ
      กระทรวงศึกษาธิการ โดย พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ลงตรวจเยี่ยมโรงเรียนในโครงการดังกล่าว พร้อมรับฟังผลการดำเนินงาน ซึ่งพบว่า นักเรียนทุกคนสามารถปรับตัวและอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข รวมถึงการเรียนรู้ด้านวิชาการ ก็สามารถเรียนรู้ได้เต็มตามศักยภาพ มีระเบียบวินัยในการฝึกซ้อมกีฬาได้เป็นอย่างดี และไม่พบปัญหาหรืออุปสรรคมากนัก เนื่องจากเป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งดำเนินงานมาเป็นเวลา 2 ปี และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ปกครอง ครู และนักเรียน นอกจากนี้ ยังได้ฝากให้มีการเตรียมความพร้อมสำหรับกิจกรรมในช่วงปิดภาคเรียนนี้ โดยเป็นกิจกรรมพบปะเครือข่ายห้องเรียนกีฬาทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นที่ จ.กระบี่ และจะมีการแข่งขันกีฬาเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน
      จะเห็นได้ว่าการขับเคลื่อนด้านการศึกษานั้น เป็นจุดหลักสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะการส่งเสริมการศึกษาอย่างรอบด้าน ไม่เฉพาะการศึกษาในห้องเรียนเท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้เยาวชนได้เรียนรู้จากสถานที่จริง สามารถปรับตัวในสังคมได้ด้วยเยาวชนเหล่านั้น จะเป็นกำลังสำคัญในอนาคตของประเทศต่อไป

ที่มา :
1. 
http://www.thaigov.go.th/index.php/th/program2/item/108261-id-108261
2.
http://news.thaipbs.or.th/content/257143
3. ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

Comment
Related