วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

Start up กือดาจีนอ

 13 ต.ค. 2559 16:10 น. | อ่าน 3454
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ในอดีตตลอดแนวริมแม่น้ำปัตตานี มีบ้านเรือนของคนไทยเชื้อสายจีนจำนวนมาก ส่วนใหญ่ยึดอาชีพประมง ทำแพปลา ขายข้าวสารและเครื่องยาจีน ในขณะที่อีกฝั่งของแม่น้ำ จะเป็นที่อยู่อาศัยของคนไทยมุสลิม ทำมาหากิน แลกเปลี่ยนวิถีชีวิตกันอย่างสันติ  โดยมีชุมชนหัวตลาด เป็นย่านชุมชนชาวจีนเก่าแก่ และมีความสำคัญยิ่งของปัตตานีที่สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมจีนที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ปรากฏให้เห็นจากร่องรอยที่อยู่อาศัย เป็นสถาปัตยกรรมแบบจีนกำแพงเมืองเก่า รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ เนื่องจากเคยเป็นท่าเทียบเรือชาวต่างชาตินำสินค้าเข้ามาค้าขายแลกเปลี่ยน มีด่านอากรสำหรับเก็บภาษีจังกอบ เศรษฐกิจชุมชน มีความเจริญรุ่งเรือง เดิมบริเวณนี้ เรียกว่า ตลาดจีน หรือ กือดาจีนอ มีถนนอาเนาะรู เป็นถนนสายหลัก พาดจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ยาวประมาณ 400 เมตร หัวถนนฝั่งทิศตะวันออกไปบรรจบถนนนาเกลือ ส่วนหัวถนนฝั่งตะวันตกจรดถนนปัตตานีภิรมย์ เป็นถนนเลียบแม่น้ำปัตตานี ช่วงกลางถนนอาเนาะรู มีถนนปะนาเระ มาบรรจบเป็นสามแยก มีศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวไทยเชื้อสายจีน ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเก่า ที่ถนนอาเนาะรู ซึ่งในอดีตย้อนกลับไป ในปี พ.ศ. 2431 ชาวปัตตานี มีโอกาสได้รับเสด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนสายอาเนาะรูแห่งนี้เอง มีชาวไทยเชื้อสายจีน จำนวนมากมารับเสด็จ ทรงเสด็จไปยังศาลเจ้าซูกง ปัจจุบันเป็นที่เรียกกันทั่วไปว่า ศาลเจ้าเล่งจูเกีย หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นสถานที่สำคัญที่ชาวไทยเชื้อสายจีนศรัทธาในความศักดิ์สิทธิ์ ในครั้งนั้นทรงพระราชทานกระถางธูปที่มีพระปรมาภิไธย จปร. ไว้ให้ศาลเจ้าแห่งนี้

      แม้ว่าเหตุรุนแรงในปัจจุบัน จะทำให้ลูกหลานหลายคนย้ายออกไปบ้าง บ้านเรือนหลายหลังถูกทิ้งร้างว่างเปล่า ชำรุดทรุดโทรมไป แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ขายต่อ แต่เลือกที่จะรักษามรดกของบรรพบุรุษไว้ ทางคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโดย จึงได้ร่วมกับเทศบาลเมืองปัตตานี และชุมชนอาเนาะรู ในการส่งเสริมและสร้างความตระหนักให้ทุกภาคส่วน เห็นถึงคุณค่าของมรดกทางศิลปะและวัฒนธรรม ในวิถีจีนนี้ ด้วยการสะท้อนผ่านการสร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ และการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ อันจะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ในการช่วยให้ทุกฝ่ายหันมาเห็นถึงคุณค่าทางศิลปะและวัฒนธรรม รวมถึงประวัติศาสตร์ที่มีค่าของชุมชนจีนแห่งนี้ เนื่องจากเป็นชุมชนเก่าแก่แทบไม่มีการบูรณะหรือก่อสร้างอาคารรูปทรงสมัยใหม่ ทำให้ชุมชนหัวตลาด มีเสน่ห์ควรค่าแก่การอนุรักษ์ จึงเป็นที่มาของ “โครงการ Start up กือดาจีนอ ย้อนรอยชุมชนหัวตลาดสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน” เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนที่นี่ร่วมกันอนุรักษ์สถาปัตยกรรมที่มีความเป็นพหุวัฒนธรรมไว้ และอาจเป็นจุดเริ่มต้น เพื่อไปสู่การพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

      งานย้อนรอยชุมชนหัวตลาดสู่การอนุรักษ์ที่ยั่งยืน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ณ บริเวณถนนอาเนาะรู ในงานนี้ งานเริ่มต้นด้วยการแสดงเปิดงานโดยมีการบรรเลงเพลงจากสมาคมเซี่ยงตึ๊ง และการเชิดสิงโต ส่วนงานนิทรรศการประกอบไปด้วยการแสดงผลงานสร้างสรรค์ไทย-จีน “กือดาจีนอ” โดยมีการแสดงงานศิลปะ ที่เหล่าศิลปินได้ลงพื้นที่ชุมชนจีน เพื่อหยิบยกคุณค่าความงามของวิถีชีวิตวัฒนธรรมของชุมชนแห่งนี้ เพื่อมากลั่นกรอง เป็นแนวความคิดในการสร้างงานศิลปะ เพื่อสะท้อนให้สาธารณะชนได้เห็นถึงคุณค่าความงามของชีวิตวัฒนธรรมของชุมชน งานศิลปะที่สร้างสรรค์ขึ้นมามีหลากหลายทั้งงานจิตรกรรม เซรามิค และภาพพิมพ์  นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการภาพถ่ายบอกเล่าเรื่องราวชุมชนจีนหัวตลาด กิจกรรมส่วนที่ 2 คือ การเสวนาในหัวข้อ “ย้อนเวลา กือดาจีนอ” เริ่มด้วยการบอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชุมชนจีนหัวตลาด โดยคุณหมอปานเทพ คณานุรักษ์ และครูอรรถพร อารีหทัยรัตน์  ดำเนินรายการโดย ผศ.ดร.นภดล ทิพยรัตน์ คณบดีคณะศิลปกรรมศาสตร์ และตามการเสวนา “กระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน” จากศิลปินทั้ง 8 ท่าน และปิดท้ายรับชมดนตรีโฟล์คซอง โดยอาจารย์อัฏฐพล คงพัฒน์ อาจารย์ประจำคณะศิลปกรรมศาสตร์ นอกจากนี้ ผู้มาร่วมงานยังสามารถเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของชุมชน “กือดาจีนอ” ได้โดยมีมัคคุเทศก์ คือ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยรอบงาน ยังมีการออกร้านจำหน่ายอาหาร ขนม จีน-ไทย-มุสลิม อีกด้วย
      บรรยากาศของงานเต็มไปความอบอุ่น ผู้คนทุกเพศวัยทั้งไทย-จีน-มุสลิม มาร่วมงานกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง ทำให้ชุมชนที่เงียบเหงากลับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง แน่นอนว่า แม้งานนี้จะจบไปแล้ว แต่การจัดงานเป็นจุดเริ่มต้นที่จะจุดประกายความร่วมมือของชุมชน ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา ในการฟื้นฟูวิถีชุมชนที่งดงามกลับคืนมา และก้าวสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป

แหล่งที่มาข้อมูล :
1. https://www.facebook.com/StartUP กือดาจีนอ
2. 
http://www.fatonionline.com/4115
3. 
https://www.facebook.com/Tpbslocal/videos/1378755758816392/

Comment
Related