วันเสาร์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

น้ำ ป่าไม้ และโครงการพระราชดำริ ใน 3 จชต.

 17 ส.ค. 2559 00:34 น. | อ่าน 2549
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      สังคมที่สมดุลนั้น...ผู้คนและธรรมชาติ โดยเฉพาะน้ำ และป่าไม้ จะเติบโตไปพร้อมกัน...หากผู้คนในสังคมเติบโต แต่น้ำและป่าไม้ กลับถูกทำลาย...สังคมจะขาดความสมดุล ต่อจากนั้นจะนำมาซึ่งผลเสียมากมาย...อาทิเช่น การเกิดภัยพิบัติตามธรรมชาติต่าง ๆ นานา ...สิ่งเหล่านี้ เป็นข้อเท็จจริงที่ผู้คนในสังคมปัจจุบันได้รับรู้รับทราบ และไปประสบกับผลเสียดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง....อย่างไรก็ตาม คนไทยนั้น ได้อยู่อาศัยในประเทศไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารของสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้พระบารมี ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ซึ่งทรงให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ต่อการอนุรักษ์น้ำ และป่าไม้
      สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำ ป่าไม้ และมนุษย์ ดังจะเห็นได้จากโครงการตามพระราชดำริแทบทุกโครงการของพระองค์ ล้วนเกี่ยวข้องกับน้ำ ป่าไม้ และการประกอบอาชีพของราษฎร แสดงให้เห็นว่า น้ำ ป่า และมนุษย์ นั้นเกื้อกูลซึ่งกันและกัน น้ำไม่ได้ทำลายป่า และมนุษย์สามารถใช้ประโยชน์จากป่าและน้ำได้อย่างยั่งยืน

พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2525 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชเสาวนีย์ ว่า

“พระเจ้าอยู่เป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภักดีต่อน้ำ พระเจ้าอยู่หัวทรงสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า”

      จากพระราชเสาวนีย์ดังกล่าว กรมชลประทาน ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบเรื่องน้ำของประเทศ  ได้ดำเนินงานสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการอนุรักษ์น้ำ ป่า และสร้างความเป็นอยู่ที่ดี ให้กับราษฎรหลากหลายโครงการ อาทิ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพ ที่ปัจจุบันมีกระจายอยู่ทั่วประเทศมากกว่า 10 แห่ง เช่น ศูนย์ศิลปาชีพบ้านจาร อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มีการก่อสร้างระบบท่อส่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยโศกไปยังศูนย์ศิลปาชีพบ้านจาร ทำให้ราษฎรตำบลม่วง 378 ครัวเรือน ได้มีน้ำสำหรับการเกษตร อุปโภคบริโภค โดย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นอีกพื้นที่หนึ่ง ของโครงการอนุรักษ์ น้ำ ป่า และสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับราษฏร ได้แก่ โครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ

น้ำเพื่อชีวิต ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

      ด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วงเป็นใยในชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎร ในจังหวัดนราธิวาส โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อเกษตรกรผู้ยากไร้ ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจทางการเกษตร และขาดที่ดินทำกิน จึงมีพระราชดำริกับผู้ช่วยเลขาธิการสำนักพระราชวัง (นายสหัส บุญญาวิวัฒน์) ให้ประสานกับทางจังหวัดนราธิวาส จัดหาพื้นที่ดินประมาณ 200 ไร่ เพื่อจัดฟาร์มตัวอย่างในลักษณะเดียวกับฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ ที่มีพระราชดำริให้จัดทำขึ้นที่บ้านตุติง อำเภอสะเมิง และบ้านขุนแตะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อฝึกวิชาชีพด้านการเกษตร แก่ชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง โดยประสบผลสำเร็จในการดำเนินงานอย่างดียิ่ง ดังนั้นจึงเกิดโครงการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดนราธิวาส และโครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จึงได้ประสานงานกับหน่วยราชการต่างๆ เพื่อจัดทำโครงการฟาร์มตัวอย่างตามพระราชดำริ บ้านจาเราะสโตร์ ต.กะลุวอ อ.เมือง จ.นราธิวาส ทั้งนี้เพื่อให้มีแหล่งน้ำ เพื่อส่งสนับสนุนการใช้ประโยชน์ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง บนพื้นที่ 205 ไร่ ด้วยการขุดสระเก็บน้ำ ขุดเจาะบ่อบาดาล และวางระบบส่งน้ำ ทำให้สามารถส่งน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในโครงการฟาร์มตัวอย่าง ได้เป็นอย่างดี

ต่อยอดขยายผลในหลายพื้นที่ของ 3 จชต.
      สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงพระราชทานโครงการในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ คือ โครงการฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ รวม 20 แห่ง กระจายไปในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็น จังหวัดนราธิวาส 9 แห่ง จังหวัดปัตตานี 9 แห่ง และจังหวัดยะลา 2 แห่ง พื้นที่โครงการดังกล่าวในทางยุทธศาสตร์เป็น “พื้นที่สีเหลือง-แดง” และเมื่อได้พระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินงานโครงการ เพื่อช่วยเหลือราษฎรดังกล่าวแล้ว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลทั้งในด้านความมั่นคงด้านอาชีพ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สร้างขวัญและกำลังใจแก่ราษฎรในพื้นที่ ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
 

      ปัจจุบัน มีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ อันเนื่องมาจากพระราชดำริสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในทุกภูมิภาคของประเทศ รวมแล้ว 271 โครงการ ซึ่งล้วนแต่ได้เกิดเป็นผลสัมฤทธิ์ที่มากด้วยประสิทธิผล ด้วยเป็นการสร้างอาชีพ สร้างคน สร้างชุมชน และสร้างชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ให้แก่ราษฎรในทุกภูมิภาค รวมทั้งยังเป็นบทพิสูจน์อีกด้วยว่า น้ำ ป่า และมนุษย์นั้น สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
แหล่งที่มาข้อมูล:
1. http://www.dailynews.co.th
2. http://www.rid.go.th
3. http://www.rdpb84queen.com

Comment
Related