วันอาทิตย์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

รัฐบาลเปิดเกมรุกเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ จชต.

 10 ส.ค. 2559 17:50 น. | อ่าน 2519
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      สตูล เป็นหนึ่งในห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพรมแดนติดกับประเทศมาเลเซียทางด้านรัฐเปอร์ลิส และเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ในการพัฒนาเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ล่าสุดเมื่อต้นเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ได้พูดกับนักธุรกิจมาเลเซียเชื้อสายจีน ในระหว่างนำคณะนักธุรกิจสตูลเยี่ยมเยียนหอการค้าปีนัง ว่ากระทรวงมหาดไทย ได้อนุมัติแผนงานก่อสร้างสะพานเชื่อมจังหวัดสตูล กับกัวลาเปอร์ลิส เมืองเอกของรัฐเปอร์ลิส โดยโครงการนี้ มีมูลค่าก่อสร้างประมาณ ๑ หมื่นล้านบาท
      ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ในช่วงการปรึกษาหารือรายละเอียดโครงการ และหากได้ข้อสรุปตามแผน คาดว่ารัฐบาลไทยและมาเลเซีย จะสามารถลงนามบันทึกความเข้าใจได้ภายในปี ๒๕๖๐ หลังจากนั้นคาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ ๒ ปี
      “รัฐบาลแห่งรัฐเปอร์ลิส แสดงความสนใจในโครงการนี้ และได้จัดหาที่ดิน สำหรับก่อสร้างจุดผ่านแดนบริเวณปลายสะพานเชื่อมสองประเทศไว้แล้ว” ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล กล่าว
      สะพานความยาว ๑๔ กิโลเมตร เชื่อมจังหวัดสตูลกับกัวลาเปอร์ลิส จะช่วยลดระยะเวลาการเดินทางได้ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง รวมทั้งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของไทย และมาเลเซีย ให้เฟื่องฟู ซึ่งมีรายงานในสื่อมาเลเซียว่า หอการค้านักธุรกิจมาเลเซียเชื้อสายจีนที่ปีนัง ให้การสนับสนุนโครงการนี้ เป็นอย่างมาก เพราะจะช่วยทำให้การค้าและการท่องเที่ยวสตูลและปีนัง ขยายตัวได้อีกมาก

      ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ริเริ่มและอนุมัติโครงการพัฒนาเศรษฐกิจ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบาย ที่นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศไว้ว่า ท่านให้ความสำคัญกับการสร้างสันติสุขอย่างถาวรในพื้นที่ จชต. และการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ประชาชนมีรายได้มากขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นความประสงค์ของท่านและรัฐบาล หลังจากที่รัฐบาล สามารถควบคุมการเคลื่อนไหว ของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการก่อเหตุรุนแรง และความสูญเสียได้เป็นอย่างมาก ดังจะเห็นได้จากการที่ระยะหลังๆ กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ มีเสรีในการก่อเหตุได้น้อยลง มีพื้นที่การก่อเหตุที่จำกัด และหันไปใช้วิธีโจมตีเสาไฟฟ้า ตู้โทรศัพท์สาธารณะ หรือตู้เอทีเอ็ม ซึ่งเป็นการกระทำในลักษณะก่อกวน และรักษาพื้นที่ข่าว มากกว่าประสงค์ต่อชีวิต
      เมื่อสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เริ่มดีขึ้นตามลำดับ รัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จึงมีการอนุมัติโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากโครงการก่อสร้างสนามบินเบตง บนพื้นที่ ๙๐๐ ไร่ ล่าสุดช่วงต้นเดือนมิถุนายน กรมท่าอากาศยาน ได้เปิดประมูลและสามารถคัดเลือก บริษัทเนาวรัตน์พัฒนาการให้เป็นผู้ดำเนินการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสาร และทางวิ่งความยาว ๑,๘๐๐ เมตร พร้อมด้วยลานจอดเครื่องบิน ๓ ลำ โดยมีมูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น ๑,๓๐๐ ล้านบาท และคาดว่าการก่อสร้าง จะแล้วเสร็จตามกำหนด สามารถเปิดใช้งานได้ภายใน ปี ๒๕๖๑

      โครงการก่อสร้างสนามบินเบตง เมื่อแล้วเสร็จ จะมีส่วนสำคัญยิ่ง ในการสนับสนุนโครงการพัฒนาเศรษฐกิจสามเมืองต้นแบบในพื้นที่ จชต. ที่พลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศในระหว่างการตรวจเยี่ยมจังหวัดนราธิวาส พร้อมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่า จะพัฒนาสามเมือง คือ อ.เบตง จังหวัดยะลา อ.สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส และ อ.หนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยกำหนดให้ อ.หนองจิก เป็นต้นแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร ส่วนสุไหงโกลก และเบตง กำหนดให้เป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยว เชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียน บนคาบสมุทรมลายู ทั้งนี้ ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาทั้งสามพื้นที่ จะมีการเชื่อมโยงกัน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบ
      ทั้งนี้แผนพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่ จชต. จะแบ่งการขับเคลื่อนเป็น ๒ ช่วง คือ ระยะที่ ๑ ระหว่างปี ๒๕๖๐ -๒๕๖๒ จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการพัฒนา เช่น โครงการพัฒนาท่าเรือปัตตานี และระยะที่ ๒ คือระหว่างปี ๒๕๖๓ - ๒๕๖๕ รัฐบาลจะเน้นพัฒนาโครงการคมนาคม ขนส่ง เพื่อทำให้การเดินทางและขนส่งสินค้า ไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ มีความสะดวก ปลอดภัย และรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
      แผนการพัฒนาเศรษฐกิจ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่โครงการก่อสร้างสนามบินเบตง ไปจนถึงแผนการก่อสร้างสะพานเชื่อมสตูลกับกัวลาเปอร์ลิส ระยะทาง ๑๔ กิโลเมตร รวมถึงการพัฒนาโครงข่ายถนน การปรับปรุงสภาพถนน โดยใช้น้ำยางพาราผสมแอสฟัลต์ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ริเริ่มในช่วงเวลา ๒ ปีเศษ นอกจากเป็นการแสดงความจริงใจ แน่วแน่ในการแก้ปัญหาและสร้างสันติสุข ในพื้นที่ จชต. แล้วยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่สร้างสันติสุขอย่างยั่งยืน ด้วยการพัฒนาเศรษฐกิจให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีฐานะทางเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

Comment
Related