วันอาทิตย์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

บทบาท เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 09 ส.ค. 2559 06:15 น. | อ่าน 2868
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขึ้นชื่อว่า มีความหลากหลาย และความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า และผืนน้ำ อุดมไปด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติ พื้นที่นี้เปิดโอกาสให้ทุกคนได้ทำมาหาเลี้ยงชีพได้โดยเสรี โดยอาศัยทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีอยู่เหล่านั้น ไม่ว่าจะหันไปทางไหน ก็รู้สึกปลอดโปร่ง สดชื่น อย่างไรก็ตาม จากปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จ.ปัตตานี จ.ยะลา และ จ.นราธิวาส ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสวัสดิภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังส่งผลให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ถูกปล่อยปละละเลย หากไม่มีแนวทางความร่วมมือในการดูแลรักษาที่ชัดเจน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว อาจส่งผลเสียต่อความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของฝืนป่า ผืนน้ำ และทรัพยากรธรรมชาติของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

จิตสำนึกการอนุรักษ์ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ของการอนุรักษ์แบบยั่งยืน
      เนื่องจากจิตสํานึกสาธารณะในการอนุรักษ์นั้น ต้องเป็นความรับผิดชอบ ซึ่งเกิดขึ้นภายใน คือ ความรู้สึกนึกคิด  ตลอดจนคุณธรรมจริยธรรมที่อยู่ในจิตใจ  และส่งผลสู่การกระทําภายนอกของบุคคล ปัญหาที่เกิดขึ้นกับการรักษาความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดจิตสํานึกของคน การสร้างจิตสํานึกสาธารณะในสังคม จึงจําเป็นและมีคุณค่ายิ่ง เริ่มตั้งแต่การรับผิดชอบต่อตนเอง เพื่อมิให้เกิดผลกระทบและเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม  รวมไปถึงการกระทําโดยการมีบทบาท และมีส่วนช่วยสังคมในการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม  เพื่อแก้ปัญหาและสร้างสรรค์สังคม ซึ่งถือว่าเป็นความรับผิดชอบ ทั้งต่อตนเองและสังคม

อนุรักษ์อย่างยั่งยืน โดยเริ่มต้นจากเยาวชน
      จากการศึกษาวิจัย ในเรื่องคุณภาพวัยรุ่น พบว่าเยาวชนไทย ประเมินตนเองว่า มีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนน้อยที่สุด ตามด้วยการได้รับมอบหมาย ให้ทําหน้าที่ที่มีประโยชน์และคุณค่าต่อชุมชน การมีส่วนร่วมกับเพื่อนบ้าน และการมีกิจกรรมทางศาสนา ซึ่งข้อค้นพบนี้ สะท้อนถึงการขาดจิตสำนึกสาธารณะของเยาวชน การปลูกฝังและพัฒนาตั้งแต่ยังเยาว์วัย ผ่านกิจกรรมในรูปแบบที่เหมาะสม โดยเฉพาะเยาวชนมุสลิม ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในหลายลักษณะ เช่น การตัดไม้ทำลายป่า ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร ปัญหาน้ำเสีย แผ่นดินถล่มในพื้นที่ป่า และปัญหานาร้าง เป็นต้น

ส่งเสริมให้เยาวชนเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหาฯ

      จากปัญหา และแนวทางในการสร้างจิตสาธารณะ ดังที่กล่าวไปข้างต้น  พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) จึงได้มอบนโยบายให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสนับสนุนบทบาทของเยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมให้เป็นแกนหลัก ในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น ให้เกิดความยั่งยืน 
 

      นางสาว ภาวิณี ปุณณกันต์ อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการสนองนโยบาย จึงได้ดำเนินโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ "เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมใจคืนความสุขสู่ชายแดนใต้" ซึ่งเป็นโครงการสืบเนื่องจากนโยบายของรัฐบาลเรื่อง "ของขวัญประชาชน" มาตั้งแต่ปี 58 เพื่อส่งเสริมบทบาท การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมชุมชนให้กับเยาวชน ในสถานศึกษาต่าง ๆ จากการติดตามผลการดำเนินโครงการพบว่า สถานศึกษาแต่ละแห่ง มีการดำเนินมาตรการเพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง เช่น โครงการกล่องข้าวและแก้วน้ำคู่กายแทนภาชนะประเภทใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง โครงการประกาศโรงเรียน เป็นเขตปลอดโฟมและถุงพลาสติก และการจัดตั้งธนาคารขยะ ซึ่งสามารถลดปริมาณขยะ ภายในสถานศึกษาได้มากกว่าร้อยละ 70 และที่สำคัญ ยังมีการขยายผลไปสู่ชุมชน และสถานศึกษาอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง 

      ดังนั้นเพื่อขยายแนวคิดการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้กว้างขวางขึ้น จึงจัดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ "เยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมใจคืนความสุขสู่ชายแดนใต้" ประจำปี 59 อีก 2 รุ่น โดยรุ่นที่ 1 จัดการฝึกอบรมไปแล้ว ส่วนรุ่นที่ 2 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 - 30 ก.ค. ที่ผ่านมา โดย พล.อ.สุรศักดิ์ รมว.ทส. เป็นประธานในพิธี ที่ห้องอารีย์สัมพันธ์ อาคารกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ มีเยาวชน 180 คน เข้าร่วมอบรมฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้ที่เข้ารับการอบรม จะสามารถนำความรู้ทั้งหมดที่ได้รับนำไปใช้เป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้อย่างยั่งยืน
      การกระทำใดๆ ของผู้คน ล้วนเกิดขึ้นจากจิตสำนึก หากขาดซึ่งจิตสำนึกสาธารณะ การกระทำเหล่านั้น ย่อมเกื้อกูลต่อตนเองเป็นหลัก มากกว่ามองเห็นประโยชน์และผลเสียที่จะเกิดขึ้นกับสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งทรัพยากรธรรมชาติ ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกสาธารณะ โดยเริ่มต้นจากเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ง่ายต่อการปลูกฝังจิตสำนึกสาธารณะ ก็จะเป็นวิธีการที่มีประสิทธิผล ในการอนุรักษ์ความอุดมสมบูรณ์ และความหลากหลายของทรัพยากรธรรมชาติของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างยั่งยืน
แหล่งที่มาข้อมูล :
1) หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
2) https://saiburiproject.wordpress.com

Comment
Related