วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

การพัฒนาแรงงาน กับการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 08 ส.ค. 2559 17:22 น. | อ่าน 2694
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      การพัฒนาคนที่ยังไม่เข้าสู่ระบบแรงงานของประเทศนั้น จะต้องพัฒนากำลังคนเหล่านั้น ผ่านระบบการศึกษา ที่มีคุณภาพ แต่เมื่อกำลังคนที่ผ่านระบบการศึกษาเข้าสู่ระบบแรงงาน หรือแม้กระทั่งกำลังคน ที่ไม่มีโอกาสเข้าสู่ระบบการศึกษา หรือได้รับการศึกษาได้อย่างไม่เต็มที่ ก็จำเป็นจะต้องอาศัยการพัฒนาแรงงานมาเสริมเพิ่มเติม กระทรวงแรงงาน เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการพัฒนาแรงงานของประเทศ โดยในช่วงเวลาที่ผ่านมา มียุทธศาสตร์พัฒนาแรงงานในภาพรวม หรือในกรอบใหญ่ของประเทศอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในบริบทของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีบริบทที่เฉพาะเจาะจง โดยเฉพาะในมิติของวิถีชีวิต และวัฒนธรรม ที่แตกต่างจากภาคอื่นๆ ของประเทศ ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ที่จะต้องพัฒนายุทธศาสตร์ด้านแรงงานสำหรับ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการเฉพาะ

ยุทธศาสตร์การพัฒนาแรงงานของประเทศ
      กระทรวงแรงงานได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านแรงงาน ปี 2558-2569 ของกระทรวงแรงงาน ทั้งนี้เพื่อรองรับแนวโน้มกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ส่งผลต่อสถานการณ์ด้านแรงงาน โดยพิจารณาประเด็นกระแสหลักจากการประชุม World Economic Forum ประจำปี 2015 โดยยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแรงงานของประเทศไทย จะมุ่งไปสู่ “คนไทยทุกคนมีงานทำ มีทักษะฝีมือ มีรายได้สูง จัดหาแรงงานต่างด้าวทดแทนการขาดแคลนอย่างสมดุล และแรงงานได้รับการคุ้มครอง” อีกทั้งต้องเกื้อกูลต่อฝ่ายความมั่นคง สามารถควบคุมและจัดระเบียบได้ (พอเหมาะ) และจำนวนแรงงานต่างด้าวดังกล่าว ไม่ส่งผลกระทบต่อสังคมและวัฒนธรรมจนเกินไป (พอดี) ทำให้กระทรวงแรงงานสามารถกำหนดทิศทาง และแนวโน้มบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้องต่อไป


พัฒนาแรงงาน ต้องรองรับ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ

      นายธีรพล ขุนเมือง ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า พลเอกศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ด้านแรงงาน 3 จังหวัด ชายแดนใต้ (ปัตตานี/ยะลา/นราธิวาส) รวมทั้ง จ.สงขลา (อ.จะนะ/เทพา/นาทวีและสะบ้าย้อย) ขึ้นเป็นการเฉพาะ นอกเหนือจากยุทธศาสตร์ในภาพรวมของกระทรวงแรงงาน ที่ได้จัดทำขึ้นแล้ว ทั้งนี้เพื่อดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในการผลักดันเมืองต้นแบบ "สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ภายใต้แนวคิด สานพลังประชารัฐผ่านการลงทุนขนาดใหญ่ (Big Push) เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ โดยรัฐบาลจะมีการพัฒนา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี ขึ้นเป็นเมืองต้นแบบเกษตรอุตสาหกรรมก้าวหน้า ผสมผสาน พัฒนา อ.เบตง จ.ยะลา ขึ้นเป็นเมืองของการพัฒนา ที่พึ่งตนเองด้านพลังงานแบบยั่งยืน และพัฒนา อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศ โดยทั้ง 3 เมือง จะยึดโยงกันเป็นสามเหลี่ยม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอาณาเขตโดยรอบ เพื่อสร้างความเจริญและยกระดับคุณภาพชีวิต เกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืน โดยในส่วนของกระทรวงแรงงาน นอกจาก 5 ส่วนราชการปฏิบัติงานในพื้นที่แล้ว กระทรวงยังได้จ้างผู้จบการศึกษาปริญญาตรี ซึ่งเป็นคนในพื้นที่เป็น "บัณฑิตแรงงาน" 380 คน ให้ประจำในพื้นที่ทุกหมู่บ้าน เพื่อสนับสนุนการทำงานของกระทรวงแรงงาน โดยการเข้าไปสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ และสร้างความมั่นคง ในการทำงานให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน รวมถึงเป็นตัวแทนประชาชน ในการเสนอความต้องการด้านแรงงาน เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการให้บริการ พัฒนา และแก้ไขปัญหาแก่ประชาชนได้ถูกต้อง เช่น ผู้ว่างงานที่พร้อมจะทำงาน ผู้ต้องการฝึกอาชีพ ข้อมูลผู้สูงอายุ คนพิการ แรงงานนอกระบบ และผู้ที่ไปทำงานต่างประเทศ เป็นต้น และข้อมูลด้านอื่นๆ ที่นอกเหนือจากภารกิจหลัก ของกระทรวงแรงงาน เพื่อประสานหน่วยงานอื่นๆ ด้วย

สอดคล้องยุทธศาสตร์พระราชทาน “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา”

      รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ด้านแรงงานจังหวัดชายแดนใต้นี้ นอกจากกำหนดมาตรการสำคัญที่เหมาะสมแล้ว ต้องน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติทั้งในด้านการบริหารและการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม โดยให้มีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนกลไกการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นเอกภาพ และมีประสิทธิผลที่สอดคล้อง กับวิถีชีวิตของพี่น้องจังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างยั่งยืนต่อไป
(ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า)

Comment
Related