วันอาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ซีซีทีวี (CCTV) ตาอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อความปลอดภัย ของพี่น้องประชาชนใน 3 จชต.

 05 ส.ค. 2559 06:31 น. | อ่าน 2604
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ในมิติของ Comprehensive Security นั้น การสร้างความเข้มแข็ง ด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งถือเป็นรากฐานของประเทศ ควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน อาทิ การยกระดับความมั่นคงปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สิน จำเป็นจะต้องนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วย ให้เป็นประโยชน์และเกิดสร้างเป็นนวัตกรรมใหม่ให้สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พื้นที่ที่มีความอ่อนไหวและความเสี่ยง ทางด้านการรักษาความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินนั้น เทคโนโลยีสำคัญยิ่ง คือ เทคโนโลยีกล้องวงจรปิด หรือ CCTV ที่จะเข้ามามีบทบาทในการคลี่คลายเหตุการณ์สำคัญ และควรถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เนื่องจากเทคโนโลยีกล้องวงจรปิด หรือ CCTV คือ ตาอิเล็กทรอนิกส์ ที่จะช่วยให้การเฝ้าระวังเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ให้กับมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างมีนัยสำคัญอย่างยิ่ง

สถานภาพปัจจุบัน ของระบบ CCTV ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
      ขณะนี้มีกล้องซีซีทีวี ในพื้นที่ 6,427 ตัว จาก 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

      กอ.รมน.ภาค 4 สน. กองทัพเรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอยู่ระหว่างขอติดตั้งเพิ่ม จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1,705 ตัว กระทรวงศึกษาธิการ 6,624 ตัว ทำให้ในพื้นที่จะมีกล้อง ซีซีทีวีรวม 14,756 ตัว ครอบคลุมพื้นที่ปฏิบัติของ สภอ.เมืองฯ อบต. อบจ. ในจังหวัดชายแดนใต้

CCTV 1.5 หมื่นตัว เสริมประสิทธิภาพการ รปภ.ชีวิตและทรัพย์สินใน 3 จชต.
      กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีโครงการสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ตามแนวทางของรัฐบาล ซึ่ง กอ.รมน. ได้มีการปรับกำลัง เพื่อให้สอดคล้อง และรองรับโครงการต้นแบบนี้ โดย พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผบ.ทบ. ในฐานะรองเลขาธิการ กอ.รมน. กำหนดเป้าหมาย เพื่อป้องกันเหตุรุนแรง โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบ เฝ้าระวังในพื้นที่ รวมถึงได้เน้นย้ำถึงเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด อำนาจนอกระบบให้หมดไป รวมไปถึงการพัฒนาเส้นทาง 38 เส้นทาง ให้เสร็จตามกำหนดเวลา

      เมื่อมีแผนการปรับลดกำลังลงแล้ว จะมุ่งเน้นด้านการข่าว โดยจะใช้ระบบการเฝ้าตรวจทางเทคโนโลยีมาใช้ โดยใช้กล้อง ซีซีทีวี ซึ่งจะมีการติดตั้งไว้ ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า โดยการติดตั้งระบบกล้องซีซีทีวี มีความคืบหน้าแล้ว ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการฝึกคนในการเฝ้าระวังเหตุตลอด 24 ชม.โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ทหาร และพลเรือน ซึ่งจะมี บก.ควบคุมทุกจังหวัด รวมทั้ง กอ.รมน. เพื่อเฝ้าระวัง ติดตามของผู้คนที่อาจจะเป็นผู้น่าสงสัย หรือส่อไปในทางทุจริต รวมถึงจะได้ติดตามและป้องกัน เหตุร้ายได้อย่างเป็นรูปธรรม และรวดเร็ว

รูปแบบระบบกล้องซีซีทีวี ที่เหมาะกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
      ระบบโทรทัศน์วงจรปิด (Closed circuit television หรือย่อว่า CCTV) คือ ระบบการบันทึกภาพเคลื่อนไหวด้วยกล้องวงจรปิด ซึ่งเป็นระบบสำหรับการใช้เพื่อการรักษาความปลอดภัย หรือใช้เพื่อการสอดส่องดูแลเหตุการณ์ หรือสถานการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งการรักษา เฝ้าระวังความปลอดภัยของบุคคลและสถานที่ สามารถใช้ในการติดตามดูพฤติกรรมของบุคคล สำหรับเฝ้าดูและเก็บหลักฐานการทำผิดกฎหมาย ซึ่งสามารถใช้เป็นหลักฐาน เพราะได้ทั้งภาพและเสียง ภาพวิดีโอ ที่บันทึกได้ จึงมีความน่าเชื่อถือกว่าเทปเสียง แต่ส่วนใหญ่ภาพเคลื่อนไหว ที่บันทึกไว้เป็นหลักฐาน มักจะมีเฉพาะภาพเคลื่อนไหวอย่างเดียว มักจะไม่มีเสียงประกอบ นอกจากนี้ ระบบโทรทัศน์วงจรปิดสามารถทำงานร่วมกับระบบอัตโนมัติ ใช้ประโยชน์เหมือนตาระยะไกล ในการเฝ้ามองผ่านตัวเซ็นเซอร์ เพื่อควบคุมระบบโดยอัตโนมัติ
 

      อย่างไรก็ดี ผู้ก่อการร้ายมักจะหลีกเลี่ยงการทำผิดต่อหน้ากล้องวงจรปิด เพราะจะเป็นหลักฐานที่สำคัญ ในการจับกุม แต่บ่อยครั้งที่โจรสามารถหลบเลี่ยงมุมกล้องได้ หรือในกรณีของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ก่อความไม่สงบมักใช้วิธีการเผาหรือทำลายระบบโทรทัศน์วงจรปิด
      ดังนั้น แนวทางการแก้ไขปัญหาฯ ด้วยเทคโนโลยี คือ การติดตั้งระบบโทรทัศน์วงจรปิด ที่มีคุณภาพสูงในจุดต่าง ๆ ในจำนวนที่เพียงพอ สามารถส่งภาพและข้อมูลไปยังหน่วยส่วนกลางได้อย่างรวดเร็วและชัดเจน และจะต้องเพิ่มขีดความสามารถของระบบ โดยการบริหารจัดการด้าน Security อย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งมีการใช้ซอฟต์แวร์เฝ้าระวังแทนมนุษย์ (Video Analytics) ในการติดตามตรวจสอบผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มกองกำลัง ไม่ให้ดำเนินการโดยสะดวก เป็นการเพิ่มความกดดันแก่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ เพื่อช่วยป้องกันการก่อเหตุล่วงหน้า และช่วยลดความถี่ในการโจมตี ลดความรุนแรงและลดโอกาสของความสำเร็จในการลงมือ และจะเป็นช่องทางหนึ่ง ในการจับกุมผู้ก่อเหตุ โดยไม่ต้องสูญเสียเจ้าหน้าที่ของรัฐ

Comment
Related