วันเสาร์ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

รถไฟทางคู่ กับคุณภาพชีวิตของพี่น้อง 3 จชต.

 03 ส.ค. 2559 17:15 น. | อ่าน 3494
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในการลงพื้นที่ จ.นราธิวาส ร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อเร็วๆ นี้ ได้ร่วมประชุมส่วนราชการในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม ดำเนินการจัดทำแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส ขณะที่ กระทรวงคมนาคม ได้มีแผนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งทางรางตามแผนปฏิบัติการปี 2560 อยู่แล้ว จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการรถไฟทางคู่ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี 2.โครงการรถไฟทางคู่ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่ และ 3. โครงการรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

แผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ. 2558-2565

      แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงการพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย พ.ศ.2558 – 2565 ซึ่งมีวัตถุประสงค์ 5 ประการ ได้แก่ 1) ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว 2) กระตุ้นเศรษฐกิจ 3) การสร้างงาน 4) กระจายรายได้ และ 5) สร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยในปี 2558 กำลังเร่งรัดการดำเนินงานในสาขาการขนส่งทางบก, ทางราง, ทางน้ำ และทางอากาศ

โครงการรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์

      โครงการรถไฟทางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ เป็นโครงการระยะที่ 2 นั่นคือ เป็นโครงการที่อยู่ในช่วงศึกษาออกแบบรายละเอียด ซึ่งเริ่มศึกษาแล้ว ตั้งแต่ปี 58 และตามบัญชาของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้ดำเนินการโครงการดังกล่าว ตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านขนส่งทางรางปี 2560

ข้อดีของโครงการรถไฟรางคู่ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์
      ข้อดีของโครงการฯ ได้แก่ 1) จะช่วยลดต้นทุนค่าส่งสินค้าต่อหน่วยจะต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการขนส่งทางรถยนต์ที่คิดตามระยะทางการขนส่ง ระยะทางปานกลางหรือระยะไกล 2) สามารถขนส่งได้ครั้งละมากๆ และสามารถปรับตัวตามปริมาณการขนส่งได้ ตามความต้องการ เพราะสามารถเพิ่มหรือลดจำนวนตู้ได้ง่าย 3) มีความปลอดภัยจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น 4) มีความรวดเร็วกว่าระบบรถไฟรางเดี่ยวแบบเดิมๆ เพราะไม่ต้องรอสับราง 5)  สร้างภาพลักษณ์ที่ทันสมัยให้กับประเทศ ทำให้เหมาะกับการลงทุน และ 6) ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
      หวังเป็นอย่างยิ่งว่า หากการดำเนินการโครงการฯ แล้วเสร็จ ผลดีที่เกิดขึ้นจากโครงการฯ จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพี่น้องใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ที่มา: 1) หนังสือพิมพ์แนวหน้า 2) เอกสารยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 3) เอกสารโครงการฯ
 

Comment
Related