วันเสาร์ที่ 07 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

กองทัพภาคที่ 4 เข้าถึง พึ่งได้

 03 ส.ค. 2559 17:03 น. | อ่าน 1973
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ในการบริหารจัดการ และการปฏิบัติในมิติของการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประกอบไปด้วย พื้นที่ทั้งหมดในจังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และอีก 4 อำเภอของจังหวัดสงขลานั้น มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า หรือที่เรียกตามตัวย่อว่า กอ.รมน.ภาค 4 สน. ทำหน้าที่บริหารจัดการให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ ด้านการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และมีกองกำลังในรูปแบบต่างๆ อาทิเช่น กองกำลังเฉพาะกิจในแต่ละจังหวัด กองกำลังประจำถิ่น และกองกำลังของหน่วยงานอื่นๆ ซึ่งทำงานประสานสอดคล้องกันอย่างเป็นระบบ โดยในช่วงเวลาที่ผ่าน กองกำลังเฉพาะกิจ จะใช้เจ้าหน้าที่ หรือกำลังพลจากเกือบทุกกองทัพภาคของกองทัพบก เช่น กองทัพภาคที่ 1 – 3 และหน่วยทหารของกองทัพภาคที่ 4 เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา กองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยเจ้าของพื้นที่ อาจจะยังขาดความพร้อมในการดูแลพื้นที่ทั้งหมด
      อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลากว่าทศวรรษเศษๆ กองทัพภาคที่ 4 ได้ผ่านร้อนผ่านหนาว และสร้าง Learning Curve ในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบ อีกทั้งได้สร้างความพร้อมในมิติที่ยังขาดอยู่ จนทำให้ ณ ปัจจุบัน กองทัพภาคที่ 4 มีความพร้อมที่จะเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงหลัก ในการดูแลในเรื่องการบริหารจัดการ และการปฏิบัติตามยุทธศาสตร์การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้อย่างเต็มที่

ผบ.ทบ.มั่นใจกองทัพภาคที่ 4 ดูแลพื้นที่ จว.ใต้ได้
      พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมผู้บังคับหน่วยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส จ.นราธิวาส ถึงการปรับกำลังดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่า สถานการณ์ในพื้นที่ขณะนี้สงบเรียบร้อย ประชาชนและข้าราชการในพื้นที่ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ลดความหวาดระแวง ช่วยแจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ สะท้อนถึงความมั่นใจ ในการแก้ปัญหาของรัฐบาล ซึ่งกองทัพได้ทยอยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่กองทัพภาคที่ 4 อย่างต่อเนื่อง
      พล.อ.ธีรชัย กล่าวด้วยว่า ในส่วนการปรับกำลังในปีงบประมาณ 2560 จะให้กองทัพภาคที่ 4 เป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด โดยจะถอนทหารจากกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 3 รวมถึงนาวิกโยธิน กลับที่ตั้งภายในเดือนกันยายนปีนี้ เชื่อว่ากองทัพภาคที่ 4 มีศักยภาพที่จะดูแลพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีกำลังทหารพราน และกำลังประชาชน เช่น ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสาสมัครรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (อรบ.) และอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) ที่มีประสิทธิภาพในการทำงาน สำคัญที่สุดคือ ประชาชนในพื้นที่ให้ความร่วมมือกับรัฐเป็นอย่างดี (ที่มา - สำนักข่าวไทย)

แม่ทัพภาค ตอกย้ำความมั่นใจในความพร้อมของกองทัพภาค ที่ 4

      พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดเผยว่า กองทัพภาคที่ 4 มีความพร้อมในการดูแลพื้นที่ แต่เบื้องต้นอาจต้องมีการทำแผนการปรับกำลังใหม่ ในการเข้าดูแลแทน ทั้งหมดรวม 16 หน่วยเฉพาะกิจ หรือ 16 กองพัน ด้าน พ.อ.เทอดศักดิ์ งามสนอง รอง ผบ.ฉก.ยะลา กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 4 มีความพร้อมในการดูแลพื้นที่ โดยจะใช้กำลัง ตชด. และทหารพรานชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการดูแลพื้นที่
      นอกเหนือไปจากการยืนยันความพร้อม ของกองทัพภาคที่ 4 โดยแม่ทัพภาคที่ 4 แล้ว ฝ่ายเสนาธิการของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. ให้ได้ข้อมูลเพิ่มเติม ในเรื่องดังกล่าวว่า ณ ปัจจุบัน ได้เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยในพื้นที่ กำลังประจำถิ่น และภาคประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด โดยมีกำลังอื่นมาทดแทนอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าทุกอย่างน่าจะลงตัว ถึงแม้กำลังจะลดลง แต่ไม่ได้มากนัก โดยการปรับจะทำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่นั้นๆ โดย ปัจจุบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีกำลังทหารหลัก จำนวน 11 กองพัน และในเดือน ต.ค.นี้ ตามแผนที่จะถอนทหารกลับหน่วยที่ตั้งปกติ 4 กองพัน ประกอบด้วย กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1 กองพัน กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 2 กองพัน และนาวิกโยธิน ทร.จำนวน 1 กองพัน ทำให้เหลือกำลังพลในพื้นที่ 7 กองพัน (ประมาณ 184 นาย / กองพัน) และ กรม ทพ. 12 กรม โดย ฉก.จังหวัด ได้แก่ ฉก.ปัตตานี จะจัดจาก มทบ.46 ส่วนกำลังดูแลพื้นที่จัดจากกรมทหารพราน (ทพ.) และ พล.ร.5, ฉก.ยะลา จัดจาก ทน.4 ส่วนกำลังในพื้นที่จัดจาก ตชด., กรม ทพ. , พล.ร.15 และ ฉก.นราธิวาส จัดจาก พล.ร.15 ทพ.และ ทพ.นย.ที่จะดูแลพื้นที่บาเจาะ และยี่งอ ทั้งนี้ ถือว่ามีกำลังทหารหลักลดลงมากที่สุดในรอบ 12 ปี จากเดิมที่มีมากที่สุดในช่วงปี 50 - 52 ถึง 22 กองพัน 
 

      ปัจจัยสำคัญหลายๆ ประการ อาทิเช่น พัฒนาการที่ดีขึ้นของสถานการณ์ภาคใต้ เช่น การลดลงของสถิติความรุนแรง อย่างมีนัยสำคัญ  และพัฒนาในมิติอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นมิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม มิติทางคุณภาพชีวิต และมิติอื่นๆ ล้วนแล้วแต่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น ผนวกกับการดำเนินงานทางด้านการเมืองในระดับพื้นที่ ของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. มีผลสัมฤทธิ์ที่ดี อย่างมีนัยสำคัญ ผนวกกับความพร้อมทั้งด้านกำลังพล และองค์ความรู้ในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่เรียนรู้ และสั่งสมมากว่าทศวรรษเศษ จึงทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงในระดับประเทศ คือ กอ.รมน. มีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่งในการถอนกำลังหน่วยทหารที่มาจากกองทัพภาคอื่นๆ แล้วให้กองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเป็นหน่วยเจ้าของพื้นที่ ได้เป็นหน่วยงานหลัก ในการดูแลพื้นที่…นั่นคือ กองทัพภาคที่ 4 จะเป็น หน่วยงานหลัก ที่เข้าถึง พึ่งได้ นั่นเอง
ที่มา: http://www.naewna.com
         http://www.tnamcot.com/content/521767

Comment
Related