วันอาทิตย์ที่ 08 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

การยกระดับการท่องเที่ยวใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

 02 ส.ค. 2559 17:44 น. | อ่าน 3501
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      ดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ความงดงามทางด้านวัฒนธรรม อันเกิดขึ้นจากความคิด ความเชื่อของคนในพื้นที่ ดังนั้นหากมองในมิติของการท่องเที่ยวแล้ว ดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นดินแดนที่น่าสัมผัสเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้คนที่ต้องการสัมผัสกลิ่นไอ ของความงดงามทางวัฒนธรรม อย่างไรก็เป็นที่น่าเสียดาย ที่เหตุการณ์การก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วง 2 ทศวรรษที่ผ่านมานั้น ทำให้ภาพความสวยงามของมนต์เสน่ห์แห่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกบดบังด้วยภาพของความรุนแรง ที่ถูกนำเสนอผ่านสื่อมวลชน
      อย่างไรก็ตามด้วยความพยายามอย่างยิ่งยวดของรัฐบาล ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ณ ปัจจุบันมีแนวโน้มของสัญญานที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพ การผลักดันเชิงนโยบายในมิติต่างๆ เช่น มิติทางเศรษฐกิจ มิติทางสังคม และมิติอื่นๆ รวมไปถึงความริเริ่มของหน่วยงาน และองค์กรในระดับท้องถิ่น ดังเช่น ความพยายามในการสร้างภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เพื่อยกระดับ และพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวใน 14 จังหวัดภาคใต้ และความร่วมมือของภาคส่วนอื่นๆ ซึ่งแน่นอนที่สุด 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ย่อมได้รับประโยชน์จากการยกระดับดังกล่าวไม่มากก็น้อย...อีกทั้งยังช่วยเปิดโอกาสให้ผู้คน ได้มาสัมผัสความงดงามของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย

Workshop ร่วม 14 จังหวัด เพื่อยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ภาคใต้
      คณะผู้บริหาร ประธานสภาสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรจากองค์การบริหารส่วนจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้ และผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 คน เพื่อสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การสร้างภาคีเครือข่ายท้องถิ่น เพื่อยกระดับ และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคใต้ โดยมีนายอุดร น้อยทับทิม รองผู้ว่าราชการ จังหวัดยะลา เป็นประธานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ  ซึ่งจัดให้มีขึ้น ณ ที่ห้องประชุมโรงแรมแกรนด์ แมนดาริน เบตง อ.เบตง จ.ยะลา 
      นายมุกตาร์ มะทา นายก อบจ.ยะลา กล่าวว่า อบจ.ยะลา ได้ตระหนัก ถึงความสำคัญในการพัฒนาและส่งเสริม การท่องเที่ยวที่สมดุลและยั่งยืน ที่มาจากความคิดเห็นของภาคีเครือข่ายประชารัฐ โดยเฉพาะการรวมกลุ่มขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภาคใต้ ในการยกระดับขีดความสามารถในการรองรับและปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวภาคใต้ ให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน จึงได้จัดกิจกรรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ในการสร้างภาคีเครือข่ายท้องถิ่นเพื่อยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวภาคใต้ ขึ้นเพื่อระดมความคิดเห็นของทุกภาคส่วน เกี่ยวกับการยกระดับและพัฒนาอุตสาหกรรม การท่องเที่ยวภาคใต้ ให้เกิดการพัฒนารายได้ พัฒนาเศรษฐกิจเกิดความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ให้แก่ประชาชน

ความสวยงาม และงดงามที่เหล่านางสาวไทย ต้องไปเยือน

http://i3.bug-a-boo.tv/images/23cadce40253daf46cef84d7d5a53ad3/500x334xbugabooimage.jpg.pagespeed.ic.aHRYl9F2Ra.jpg

      พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ถูกเลือกโดยกองประกวด “นางสาวไทย 2559 เดอะเรียลลิตี้” ที่เหล่าสาวงามทั้ง 24 คน ต้องระดมความคิด และเสนอโปรเจ็คต์ของการให้ด้วยแนวคิดที่ว่า “สารจากใจให้คนไทยยิ้มกว้างขึ้น” เพื่อเป็นการให้กำลังใจให้ความสุข เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทย แต่ที่สำคัญคือ ต้องการร่วมสร้างรอยยิ้ม ให้เกิดประโยชน์ และมีคุณค่าสูงสุด ด้วยการเดินทางไปเยือนพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเริ่มการเยือนด้วยการนั่งรถรางชมสถานที่สำคัญในพื้นที่ และร่วมฟังบรรยายสถานการณ์ และการแก้ปัญหาชายแดนใต้ จากนั้นเข้าศึกษาดูงานจวนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส โรงเรียนนราสิกขาลัย โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ มัสยิดบูเก็บตันหยง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้าชมโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง และฟาร์มตัวอย่างบ้านรอตันบาตู ศิลปาชีพค่ายจุฬาภรณ์ ศูนย์ศิลปาชีพ บ้านตอหลัง และเดินทางสู่จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ตำบลไพรวัน วัดชลธาราสิงเห และตลาดน้ำตากใบ สะพานคอยร้อยปี เพื่อสร้างรอยยิ้มและความเชื่อมั่น รวมถึงเป็นการเผยแพร่ภาพลักษณ์อันดี สถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามของจังหวัดนราธิวาส รวมทั้งเป็นการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ในปีมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองราชย์ 70 ปี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมายุ ครบ 7 รอบ 84 พรรษา 

เล็งดันวัดคูหาสวรรค์ แหล่งท่องเที่ยวไทยขึ้นมรดกโลก

Image credit: http://www.reviewthaitravel.com/วัดคูหาสวรรค์

      นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม ในการหาแนวทางพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ของไทย ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมรดกโลก โดยเฉพาะการเข้าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาขึ้นบัญชี (เวทติ้งลิสต์) ให้ได้ เพื่อสร้างจุดขายใหม่ๆ ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเตรียมรองรับการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาเซียน ที่ปัจจุบันเริ่มมีแหล่งท่องเที่ยว ที่ได้ประกาศเป็นมรดกโลกเพิ่มมากขึ้น 
       “ในปีนี้กระทรวงจะมุ่งเน้นให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวให้พยายามที่จะทำตลาดเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น แนวทางที่สำคัญ คือ การทำให้ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวที่ได้รับมรดกโลก ที่ประกาศโดย คณะกรรมการมรดกโลก ขององค์การยูเนสโก (ยูเนสโก) โดยล่าสุด จ.เชียงใหม่ ก็อยู่ในรายชื่อ ที่กำลังจะเป็นเมืองมรดกโลก รวมถึงการเตรียมเสนอพัฒนาให้ วัดคูหาสวรรค์ จ.ยะลาให้เป็นมรดกโลกต่อไปในอนาคต” 

จ้างคนไปเที่ยว ที่เดียวในโลก ทริป 3 จังหวัดชายแดนใต้

https://1.bp.blogspot.com/-3__CzgsA6z8/V3ZCQJAOedI/AAAAAAAAFwI/08SvQ2r1kBEzAr2gfy74yhynBXbQ6MJIwCLcB/s640/Screenshot_4.jpg

จากกรณีที่โลกโซเชียลฮือฮา กับทัวร์ท่องเที่ยวในชื่อสุดแปลก “จ้างคนไปเที่ยว ที่เดียวในโลก” ซึ่งคิดขึ้นโดยบริษัท  มัณดาวีต์ ทัวร์ ทำให้ชาวโซเชียล ตั้งคำถามว่า ทัวร์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริงหรือไม่ 
      นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ประธานกรรมการมัณดาวีต์ ทัวร์ และมัณดาวีต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา เปิดเผยกับ "เดลินิวส์ ออนไลน" ว่า เมื่อปี พ.ศ.2553 ได้ผันตัวจากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มาเดินบนเส้นทางธุรกิจโรงแรม 1,000 ล้าน  เริ่มทำการตลาดไม่ต่างจากโรงแรมทั่วไป แต่ไม่ได้รับความสนใจ จึงคิดการตลาดที่ใช้ลูกค้าทำโฆษณาให้แทน ด้วยการตัดงบโฆษณาเป็นส่วนลดให้ลูกค้า เช่น ต้นทุนที่พักรวมค่าเที่ยว 4,000 บาท ลูกค้าจ่ายเพียง 2,000 บาท ส่วน ที่เหลือบริษัทจะชดเชยให้ลูกค้า โดยใช้ชื่อแพ็กเกจทัวร์โดนใจว่า "จ้างคนไปเที่ยว ที่เดียวในโลก" โดยในเร็วๆ นี้
จะเปิดตัว ทัวร์ท่องเที่ยว 3 จังหวัดชายแดนใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส ซึ่งตัวเองเคยได้สัมผัส และเห็นว่าไม่น่ากลัวอย่างที่คิด สถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งยังมีความสวยงาม จึงอยากให้คนลงไปท่องเที่ยว อีกทั้ง ยังช่วยทหารและทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย จะมอบให้ทหารที่เสียสละอีกด้วย
      ที่กล่าวไปข้างต้น คือความพยายามของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ที่เล็งเห็นถึงความสวยงามของแหล่งทรัพยากรทางด้านการท่องเที่ยว ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สามารถพัฒนาให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ซึ่งนอกจากช่วยสร้างเศรษฐกิจที่ยั่งยืนให้กับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ช่วยในการแก้ไขปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ไม่มากก็น้อย อย่างมีนัยสำคัญ

ที่มา: หนังสือพิมพ์แนวหน้า
         http://www.dailynews.co.th
         https://tv.line.me/v/855026?lang=th_TH

Comment
Related