วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ.2562 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

เด็กไทยมีดี ใช้ไอทีเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน

 02 ส.ค. 2559 17:29 น. | อ่าน 1781
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่รัฐบาลมองในวันนี้ คือ ความเป็นไปได้ ความรวดเร็วที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก็ต้องมาดูเรื่องดิจิทัล ประเทศเราใช้โทรศัพท์มือถือกว่า 60 – 70 ล้านคน น่าจะมากที่สุดในอาเซียน ชาวนายังใช้โทรศัพท์มือถือ ฉะนั้นจึงเป็นทั้งวิกฤติและโอกาส ที่จะเดินหน้าประเทศไทย เพราะมูลค่าด้านเศรษฐกิจดิจิทัล มีมหาศาล ถ้าช้าก็ไม่ทันประเทศอื่นๆ
      ข้างต้นคือ คำกล่าวของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งท้ายที่สุดนำมาสู่นโยบาย Digital Thailand ซึ่งมีจุดประสงค์ในการนำ Digital Technology มาเป็นเครื่องมือสำคัญส่วนหนึ่ง ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และสังคม ไปสู่ความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน”

Image credit: https://eworldthailand.files.wordpress.com

      บริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ซึ่งเป็นองค์กรสำคัญทางด้านการสื่อสารของประเทศ  ได้ริเริมดำเนินการโครงการ TOT Young Club หรือ TYC “เด็กไทยมีดี ใช้ไอทีเพื่อพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ปี 2559” เพื่อตอบสนองต่อยุทธศาสตร์ Digital Thailand ของรัฐบาล โดยมีหน่วยงานและองค์กร โดยเฉพาะในส่วนภาคการศึกษา เข้าร่วมโครงการ การดำเนินการโครงการ TOT Young Club เป็นการดำเนินการตามนโยบายของคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการที่ดี และความรับผิดชอบขององค์กรต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ของทีโอที โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อรองรับนโยบายภาครัฐ (Digital Economy) เพื่อสร้างทัศนคติและภาพลักษณ์ที่ดีในการรับผิดชอบต่อสังคม และให้บริการสาธารณะ เพื่อประชาชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ ซึ่งในการดำเนินงานของ ทีโอที จะเป็นผู้อำนวยความสะดวกและส่งเสริมสนับสนุน เพื่อร่วมกันผลักดันการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเอื้อให้เกิดการประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม (Digital Economy) โดยภาคประชาชน และชุมชน จะเป็นผู้ร่วมกันช่วยผลักดันการพัฒนา ซึ่งจะส่งเสริมนำความรู้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวของประเทศ โดยริเริ่มโครงการดังกล่าวในหลายๆ พื้นที่ ทั่วประเทศ ซึ่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 2 ชุมชนที่มีความพร้อม ได้ถูกคัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ

โครงการ TYC @ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

Image credit: http://www.matithainews.com/wp-content/uploads/2014/09/140913-3-1.jpg

      ถึงแม้ว่า การดำเนินการโครงการ TYC ณ  ชุมชนบ้านทรายขาว จ.ปัตตานี  และชุมชนบ้านตะปอเยาะ จ.นราธิวาส จะเป็นการดำเนินการไปแล้วกว่า ปีเศษๆ แต่โครงการฯ ก็สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินการพัฒนาใด จำเป็นจะต้องเป็นการดำเนินการในลักษณะการบูรณาการมีส่วนร่วม ยกตัวอย่างเช่น ในการดำเนินการโครงการ TYC ในพื้นที่ ทั้ง 2 พื้นที่ เป็นการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษา ได้แก่ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, องค์การบริหารส่วนตำบล, โรงเรียนในพื้นที่ และบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ทั้งนี้เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ และทักษะด้านไอซีที เพื่อสร้างประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการเรียนรู้และการรู้เท่าทันการใช้สื่อ Social Media จะเป็นการสร้างเยาวชน ให้เป็นคนเก่งและคนดี ต่อยอดเยาวชน ได้เรียนรู้บริบทของชุมชน ทั้งในด้านการนำความรู้ด้านไอที มาสนับสนุนกิจกรรมการตลาด ส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับชุมชน การศึกษาและเรียนรู้ ที่จะให้ชุมชนยั่งยืน กับการสร้างกระแสของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ภายในชุมชน นอกเหนือจากนั้นยังเป็นตัวอย่างในการใช้ Digital Technology ในการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน ซึ่งท้ายที่สุด การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจในชุมชน ซึ่งเป็นมิติของความมั่งคั่ง จะไปเกื้อกูลต่อมิติ “มั่นคง และยั่งยืน” ต่อไป

ผลการดำเนินการโครงการ TYC

Image credit: http://www.tot.co.th/CSR/Default.aspx?id=472CAF38BE584186ABA694E75D2E016C

หากต้องการที่จะดูผลงาน ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการ TYC ของชุมชนบ้านทรายขาว จ.ปัตตานี  และ ชุมชนบ้านตะปอเยาะ จ.นราธิวาส ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชม ได้ที่ Facebook ของชุมชนบ้านทรายขาว
(https://www.facebook.com/tycsaikhao) และ Facebook ของชุมชนบ้านตะปอเยาะ     
(https://www.facebook.com/tyctaporyor)  

หากอยากจะเห็นทั้งภาพและเสียง ก็สามารถเยี่ยมชม Youtube Channel ของน้องๆ TYC ของทั้งสองชุมชน โดยเข้าไปเยี่ยมชม ได้ที่ https://www.youtube.com/user/tyctaporyor และ  https://www.youtube.com/user/tycsaikhao

Image credit: https://www.youtube.com/user/tycsaikhao

      นั่นคือ ตัวอย่างการใช้ Digital Technology ในการพัฒนาชุมชน ซึ่งมิได้สงวนลิขสิทธิ์ในการดำเนินการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพียงแค่ 2 ชุมชนนี้ หน่วยงาน/องค์กร ของทางราชการและเอกชน ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถนำแนวความคิดเหล่านี้ ไปประยุกต์ใช้ได้เช่นเดียวกัน

Comment
Related