วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ความก้าวหน้าของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

 03 มี.ค. 2559 21:07 น. | อ่าน 1768
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

    หากจุดเริ่มต้นของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับหนึ่งในวันที่พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา พบปะหารือกับดาโต๊ะสรี นาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่กรุงกัวลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม พศ.2557 ซึ่งนายกรัฐมนตรีทั้งสองเห็นพ้องต้องกันให้ รัฐบาลมาเลเซียทำหน้าที่ผู้ประสานงานอำนวยความสะดวกขับเคลื่อนให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้เดินหน้า โดยนายกรัฐมนตรีไทยกำหนดเงื่อนไขการพูดคุยไว้สามประการคือ ประการที่หนึ่ง ฝ่ายที่มีความคิดเห็นหรืออุดมการณ์แตกต่างจากรัฐไทยต้องรวมตัวเป็นหนึ่งเดียว ประการที่สอง กลุ่มที่มีความคิดเห็นหรืออุดมการณ์แตกต่างจากรัฐไทยต้องมีจุดยืนหรือข้อเรียกร้องที่สอดคล้องเป็นเนื้อเดียวกัน และประการที่สาม จำนวนการก่อเหตุรุนแรงต้องลดลง
ผ่านไปหนึ่งปีกับอีกสามเดือน พบว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้มีความก้าวหน้าและสอดคล้องกับเงื่อนไขที่ พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้ คือ นับเป็นครั้งแรกที่กลุ่มติดอาวุธที่มีอุดมการณ์แตกต่างจากรัฐไทย หรือ Party B ซึ่งมีตัวแทนจาก 6 กลุ่มรวมตัวกันเป็นองค์กรร่มหรือปีกทางการเมือง (political wing) เรียกตัวเองว่า “มาราปาตานี” ซึ่งมีที่มาจาก


1. แนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปาตานี ( BRN)
2. แนวร่วมอิสลามปลดปล่อยปาตานี (BIPP)
3. องค์การปลดปล่อยสหปาตานี (PULO-P4)
4. องค์การปลดปล่อยสหปาตานี (PULO-dspp)
5. องค์การปลดปล่อยสหปาตานี (PULO-mkp)
6. ขบวนการมูญาฮิดีนอิสลามปาตานี (GMIP)


    นอกจากกลุ่มผู้ที่มีอุดมการณ์แตกต่างจากรัฐไทยสามารถรวมตัวกันสร้างกลุ่มที่เป็นเอกภาพทำหน้าที่เป็นปีกการเมืองทำหน้าที่เป็นตัวแทนพูดคุยกับตัวแทนรัฐบาลไทยแล้ว Party B หรือ มาราปาตานี ยังสามารถเสนอข้อเรียกร้องร่วมกันเป็นเดียว ขณะเดียวกันในช่วงปี ๒๕๕๘ ยังเป็นช่วงเวลาที่จำนวนเหตุรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ
ตัวชี้วัดทั้งสามสะท้อนความสำร็จของกระบวนการพูดคุยฯ ที่สามารถบรรลุเป้าหมายทั้งสามข้อ ที่นายกรัฐมนตรีพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา กำหนดเงื่อนไขกระบวนการพูดคุยไว้ตั้งแต่ต้น


มีการพูดคุยกับตัวแทนกลุ่มติดอาวุธแล้วทำไมจึงยังมีการก่อเหตุไม่สงบ?


   พลโทนักรบ บุญบัวทอง เลขานุการคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ อธิบายข้อสงสัยนี้กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศและนักการฑูต ที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในทุกพื้นที่ความขัดแย้ง ในระยะเริ่มต้นของกระบวนการพูดคุยเพื่อสร้างสันติภาพ จะไม่สามารถดึงให้คนทุกกลุ่มสนับสนุนกระบวนการสันติภาพ ไม่ว่าจะที่ไอร์แลนด์เหนือ หรือ มินดาเนาประเทศฟิลิปินส์ เช่นเดียวกันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากข้อมูลของมาราปาตานี ซึ่งเป็นองค์กรร่มของฝ่ายกองกำลังในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และที่คณะได้พูดคุย มี “ผู้เห็นต่าง” จำนวน 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เห็นด้วยกับความพยายามในการพูดคุยฯ 30 เปอร์เซ็นต์ ยังรอดูท่าทีว่าการพูดคุยจะเดินหน้าไปทิศทางใด ส่วน 15-20 เปอร์เซ็นต์ ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง
“สิ่งที่ท้าทายของเราตัวแรก คือ ท่าทีของผู้เห็นต่าง ขณะนี้ จากที่พูดคุยกับฝ่ายมาราฯ ที่ได้พูดคุยกันเข้ามา ร้อยละห้าสิบของเขานี่ เห็นด้วยกับการพูดคุย ร้อยละสามสิบ อยู่ตรงกลาง รอดูท่าทีรัฐบาล และร้อยสิบห้าถึงยี่สิบ ไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง ทำยังไงก็ได้ที่จะคุยกันแล้วให้ 30 เปอร์เซ็นต์ที่อยู่ตรงกลางที่รอดูท่าทีนี่ เข้ามาเห็นด้วยกับการพูดคุย” พล.ท.นักรบกล่าว
“แต่เราไม่ได้ว่าจะต้องเห็นด้วยทั้งหมด แต่ถ้าเราได้ซัก 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 15 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ถ้าเปลี่ยนบ้าง ก็เหลือน้อย การทำงานของรัฐก็จะง่ายขึ้น”

    ขณะเดียวกัน สัญญานจากดาโต๊ะอาหมัด ซัมซามีน ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานและอำนวยความ สะดวกกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุข ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ได้ออกมาพูดถึงสองครั้งว่า เขาเห็นว่ามีจำเป็นอย่างยิ่งว่า บนโต๊ะพูดคุยเพื่อสันติสุขจะต้องมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเพื่อให้กระบวนการสร้างสันติสุขเป็นกระบวนการที่สะท้อนความต้องการของคนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ดาโต๊ะซัมซามีน จึงบอกว่าถึงเวลาแล้วที่ Party B กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “มาราปาตานี”ควรจะมีตัวแทนจากภาคส่วนอื่นที่ไม่ใช่ตัวแทนกลุ่มติดอาวุธ คือตัวแทนจากภาคประชาชนและประชาสังคม รวมทั้งผู้นำศาสนา เข้ามาร่วมปรึกษาหารือกับปีกตัวแทนกลุ่มติดอาวุธ เพื่อแนวทางแก้ปัญหาและสร้างสันติสุขในพื้นที่ต่อตัวแทนรัฐบาลไทย 

บนโต๊ะพูดคุยก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว?

    การพบปะกันครั้งสองของคณะทำงานร่วมด้านเทคนิคเพื่อจัดทำกรอบกระบวนการพูดคุย (ToR) ที่เกาะปีนังเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา พลโทนักรบ บอกกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศและนักการฑูตที่สโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศว่า บรรยากาศการพูดคุยดีมาก “ทั้งสองฝ่ายมีความเป็นกันเองและไว้เนื้อเชื่อใจกันมากขึ้น ทานอาหารร่วมกัน เดินคุยกันริมทะเล และเป็นกันเองมากถึงแบ่งปันบุหรี่กันสูบ”
“รายละเอียดของ ToR มีการเห็นชอบร่วมกันไปแล้ว ประมาณ 95 เปอร์เซนต์ ผมคิดว่าเราน่าจะทำงานได้ตามกรอบเวลาที่กำหนด และเชื่อว่าเราน่าจะผ่านช่วงเวลาสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน (confidence building) เข้าสู่ช่วงที่สอง คือการพูดคุยอย่างเป็นทางการเพื่อกำหนดประเด็นการแก้ปัญหาร่วมกันได้ในเร็วๆนี้ และอาจจะสามารถบรรลุข้อตกลงได้ภายในสามปี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะเป็นการสร้างสถิติโลกในการสร้างกระบวนการสันติภาพ เพราะการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางอุดมการณ์จนสามารถลงนามในข้อตกลงสร้างสันติภาพในส่วนอื่นๆของโลกล้วนแล้วแต่ต้องใช้เวลายาวนานทั้งสิ้น เช่นที่ไอร์แลนด์เหนือ ต้องใช้เวลาถึง 30 ปี และที่มินดาเนา ประเทศฟิลิปินส์ต้องใช้เวลาถึง 17 ปี”,พลโทนักรบ กล่าว

 

Comment