วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ดับไฟใต้ พันธกิจทางการเมืองของรัฐบาลมาเลเซีย

 28 เม.ย. 2558 20:46 น. | อ่าน 2130
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

คำให้สัมภาษณ์ของนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซียกับสำนักข่าวเบอนามา สำนักข่าวของทางการมาเลเซีย เกี่ยวกับการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ ๒๖ ซึ่งจัดที่กรุงกัวลาลัมเปอร์และเกาะลังกาวี มีบางช่วงบางตอนที่สะท้อนพันธกิจทางการเมืองของรัฐบาลมาเลเซียกับการสร้างสันติภาพในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยความตอนหนึ่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับ ความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาคอาเซียน นายนาจิบ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า “อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีความสงบและมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก เทียบกับภูมิภาคอื่นๆที่มีความรุนแรงและความขัดแย้งกว้างขวาง และร้าวลึกมากกว่าปัญหาที่อาเซียนเผชิญ อีกทั้งพื้นที่ที่มีปัญหาความขัดแย้งและความรุนแรง เช่นที่มินดาเนา ประเทศฟิลิปินส์ ขณะนี้ประชาชนในบังซาโมโรกับรัฐบาลฟิลิปินส์ ก็บรรลุข้อตกลงสร้างสันติภาพร่วมกันได้แล้วภายใต้การประสานงานและอำนวยความสะดวกในการพูดคุยของรัฐบาลมาเลเซีย”

 

ในส่วนที่เกี่ยวกับความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย นายกรัฐมนตรีนาจิบ ได้ย้ำกับผู้สื่อข่าวเบอนามา ว่า กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขระหว่างรัฐบาลไทยกับตัวแทนกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งมีรัฐบาลมาเลเซียทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกก็มีความคืบหน้า เช่นกัน

 

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีมาเลเซียได้พูดถึงสารัตถะของการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ ๒๖ ว่า ปฏิญญาที่ผู้นำอาเซียนให้ความเห็นชอบจะเน้น แนวทางสายกลาง ต่อต้านกลุ่มติดอาวุธ ต่อต้านการใช้ความรุนแรง และลัทธิที่ปลุกเร้าให้ประชาชนนิยมความรุนแรง พร้อมทั้งย้ำว่า จุดยืนนี้เป็นจุดยืนของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งแม้ว่าจะพ้นตำแหน่งประธานกลุ่มอาเซียนก็ยังคงจุดยืนนี้ต่อไป พร้อมทั้งบอกว่าอาเซียนมีศาสนาที่หลากหลาย มีการประกอบศาสนกิจที่หลากหลาย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ความแตกต่างทางความเชื่อจะเป็นเหตุผลให้คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งใช้ความรุนแรงขจัดความแตกต่าง

 

ทางด้านรัฐสภามาเลเซีย ในช่วงต้นปี ๒๕๕๘ รัฐมนตรีหลายคนในรัฐบาลนายนาจิบ ราซัค ได้ตอบกระทู้ถามสดจาก สส.เกี่ยวกับบทบาทการแก้ปัญหาความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งรัฐมนตรีในรัฐบาลพรรคอัมโนก็ตอบด้วยน้ำเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลมาเลเซีย เห็นว่า แนวทางมุสลิมสายกลางเป็นทางแก้ปัญหา และรัฐบาลมาเลเซีย ก็สนับสนุนรัฐบาลไทยด้วยการร่วมมือทางการด้านการการศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา นอกเหนือจากการให้การสนับสนุนกระบวนการพูดคุยเพื่อสร้างสันติสุข ซึ่งมาเลเซียในฐานะผู้อำนวยความสะดวกกำลังประสานกับกลุ่มผู่เห็นต่างจากรัฐบาลไทยให้เข้าสู่กระบวนการพูดคุย

 

พันธกิจทางการเมืองของรัฐบาลมาเลเซียที่ประกาศออกมาอย่างชัดเจนทั้งจากปากนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย และคำแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎร์ เป็นพันธะสัญญาที่ประกาศอย่างชัดเจนต่อสังคมมาเลเซียและสังคมโลก ดังนั้นจึงไม่เป็นที่กังขาเลยว่า รัฐบาลมาเลเซียไม่จริงใจในความร่วมมือร่วมแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย และแน่นอนที่สุดรัฐบาลมาเลเซียย่อมไม่สบายใจที่จะปล่อยให้กลุ่มผู้ที่เห็นต่างจับอาวุธเข่นฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์ เพราะรัฐมุสลิมสายกลางอย่างมาเลเซียที่วันนี้กำลังเผชิญกับภัยก่อการร้ายจากกลุ่มไอเอส และมีอุซตาสจากรัฐกลันตันไปร่วมรบกับกลุ่มไอเอสในซีเรีย ดังนั้นไฟความรุนแรงที่ลุกอยู่ติดกับภาคเหนือของมาเลเซีย จึงเป็นพันธะกิจที่รัฐบาลจะต้องช่วยดับไฟก่อนที่จะลามติดหลังคาบ้านมาเลเซีย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Comment