วันจันทร์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

อย่าโยงสมุยกับชายแดนใต้

 20 เม.ย. 2558 18:48 น. | อ่าน 2219
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

อาจเป็นความพยายามของคนร้ายและผู้บงการเหตุระเบิดคาร์บอมส์ที่ห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล เกาะสมุยเมื่อคืนวันที่ 10 เมษายน ที่ต้องการสร้างภาพความหวาดกลัวทำลายการท่องเที่ยวไทย โดยจงใจเลือกลงมือในคืนก่อนวันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ และเจาะจงก่อเหตุร้ายบนเกาะสมุยสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมทั้งเสริมพล็อตเรื่องให้ตื่นเต้นน่าติดตามด้วยการใช้รถยนต์ที่โจรกรรมมาจากอ.ยะหา จ.ยะลา ช่วงปลายเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา ทั้งหมดนี้เพื่อให้เหตุระเบิดสมุยเป็นข่าวระดับโลก ซึ่งก็ได้ผลตามเป้าประสงค์ สำนักข่าวต่างประเทศหลัก ๆ 3 แห่ง คือ Associated Press (AP), Reuters และ AFP ซี่งเปรียบเสมือน”โรงงานผลิตข่าวป้อนสื่อมวลชนทั่วโลก” ต่างนำเสนอข่าวคาร์บอมส์ เกาะสมุยกันถ้วนหน้า ส่งผลให้เกิดการผลิตซ้ำ”เหตุคาร์บอมส์สมุย”กระจายไปทั่วโลก ครอบคลุมตลาดท่องเที่ยวเที่ยวหลักของไทยในทุกภูมิภาค โดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวกระเป๋าหนัก อย่างสหรัฐอเมริกา ที่ทั้ง Washington Post และ New York Times พากันเสนอข่าวอย่างพร้อมเพรียง  เช่นเดียวกับสื่อมวลชนที่ทรงอิทธิพลของยุโรป จีน และญี่ปุ่น คือ BBC, The Independent , The Guardian, Japan Times และซินหัว ของทางการจีน ต่างพากันประโคมข่าวเหตุร้ายรับเทศกาลที่สมุย

 

บนสมมติฐานข้อมูลการข่าวของรัฐบาลไทยโดยพลตรีสรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกรัฐบาลที่ระบุว่า ผู้บงการเหตุคาร์บอมส์ที่เกาะสมุยน่าจะเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุระเบิดที่กรุงเทพก่อนหน้านี้ โดยมีแรงจูงใจทางการเมือง หากข้อมูลการข่าวนี้ถูกต้อง กลุ่มคนที่ลงมือทำลายชาติกลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความเข้าใจพฤติกรรมและธรรมชาติการรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศ รวมทั้งผลกระทบจากการรายงานข่าว เป็นอย่างดี พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ พวกทำลายชาติกลุ่มนี้วางพล็อตเรื่องนี้ด้วยการผูกปมเรื่องให้เกี่ยวข้องกับจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยใช้รถยนต์ที่โจรกรรมจากยะลามาใช้วางระเบิดที่สมุย ซึ่งเป็นที่รู้จักของสื่อมวลชนทั่วโลกเพื่อหวังผลให้เป็นข่าวดังไปทั่วโลก และผูกปมให้มีรถยนต์โจรกรรมจากยะลาด้วยเป้าประสงค์ต้องการสร้างความหวาดกลัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ได้ผลรายงานแทบทุกชิ้นของสื่อมวลชนต่างประเทศแม้จะระบุว่า”เกาะสมุยอยู่ห่างจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ประมาณ 400 กิโลเมตร และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในสามจังหวัดภาคใต้ก็ไม่เคยก่อเหตุนอกพื้นที่โดยเฉพาะที่สมุย แต่รายงานแทบทุกชื้นกลับมีบทขยายเพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทของสถานการณ์ในพื้นที่ จชต.เช่น “ดินแดนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย เป็นดินแดนมุสลิมที่เคยเป็นรัฐอิสระปกครองด้วยระบอบสุลต่าน ก่อนที่รัฐไทยจะผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศในช่วงต้นคริสตศวรรษที่ 20” นอกจากนี้รายงานข่าวจากสื่อต่างประเทศหลายชื้นยังพูดถึงเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ในแง่ลบว่า พวกเขาถูกกล่าวหาโดยองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งว่า มีการจับกุมคุมขังโดยไม่ชอบด้วยกฏหมายรวมทั้งมีการทรมานผู้ต้องสงสัย และรายงานข่าวบางชื้นยังลากโยงประเด็นผลการสอบสวนกรณีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าตรวจสอบความผิดปรกติที่บ้านโต๊ะชูด เป็นเหตุให้ชาวบ้าน 4 คนเสียชีวิต ซึ่งผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์นี้ เสนอแนะให้มีการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่เนื่องจากผู้เสียชีวิตไม่ได้เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

 

เมื่อเข้าใจพฤติกรรมและธรรมชาติการรายงานข่าวของสื่อมวลชนต่างประเทศดังนี้แล้ว จึงเป็นสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงให้สาธารณะชนเข้าใจเป้าประสงค์ของกลุ่มคนร้ายที่เกี่ยวข้องเหตุคาร์บอมส์สมุย เพื่อให้ประชาชนผู้รับข่าวสารรวมทั้งสื่อมวลชนต่างประเทศเข้าใจถึง การสร้างเหตุการณ์หรือพล็อตให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างสมุยและสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำลายภาพลักษณ์ของรัฐบาลและภาพลักษณ์ของประเทศ หรือพูดง่ายๆก็คือ ทำให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจสื่อ (Media Literacy) และที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง คือเมื่อผลการสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าและชัดเจนว่า การก่อเหตุคาร์บอมส์สมุยไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจที่เกี่ยวข้องกับ ขบวนการก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการให้ข่าวควรออกมาชี้แจงให้ประชาชนทราบข้อเท็จจริงทันที

    

Comment