วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

กองทัพเดินหน้าสร้างสันติสุข

 03 มี.ค. 2558 16:32 น. | อ่าน 1832
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

"ขณะนี้การดำเนินการแก้ไขปัญหาภาคใต้อยู่ในโรดแมพระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามแผนเชิงรุกควบคู่ไปกับการพัฒนา กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ระยะที่ 3 คือการสร้างสันติสุขและพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยเตรียมการที่จะประเมินผลโดยพิจารณาจากในพื้นที่และกำลังที่ต้องมีการสับเปลี่ยน โดยต้องการให้กำลังในพื้นที่ดูแลพื้นที่เอง กำลังจากกองทัพภาคต่างๆ ก็พยายามให้ลดน้อยลงไป เพื่อเข้าสู่ระยะที่ 3"  พลเอกอุดมเดช  สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวกับผู้สื่อข่าว ขณะเดินทางลงพื้นที่ จชต.เพื่อติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงานของ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  พร้อมระบุอย่างชัดเจนว่า การใช้กำลังในพื้นที่ทำงานแทนทหารที่มาจากกองทัพภาค 1- 3 จะดำเนินการภายในปีนี้

 

ตัวชี้วัดความสำเร็จของการแก้ปัญหาจชต.ที่ชัดเจนอีก ประการก็คือ จำนวนเหตุรุนแรงและผู้เสียชีวิต ซึ่งมีจำนวนลดลงครึ่งหนึ่งในปี 2557 หรือเป็นสถิติที่น้อยที่สุดในรอบ 11 ปี จึงกล่าวได้ว่าการแก้ปัญหา เปิด จชต.ด้วยมาตรการการเมืองนำการทหาร คือ เปิดพื้นที่พูดคุยกับผู้เห็นต่าง เปิดโอกาสให้ผู้หลงผิดกลับบ้าน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะเดียวกันก็มีติดตามนำตัวผู้ที่มีหมายศาลเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยความละมุนละม่อม โดยการเจรจาให้มอบตัวเป็นขั้นเป็นตอนจากเบาไปหาหนัก ไม่มีการใช้กองกำลังขนาดใหญ่เข้าปิดล้อมตรวจค้น

 

เมื่อไม่มีการสร้างเงื่อนไขให้กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบปลุกระดมมวลชนให้เกลียดชังเจ้าหน้าที่ของรัฐ สถานการณ์จึงค่อยๆคลี่คลายในทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้เกิดภาวะแวดล้อมที่เอื้อต่อการสร้างสันติสุขในพื้นที่ โดยผ่านกระบวนการพูดคุย ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่  28 กุมภาพันธ์ ดาโต๊ะซัมซามิน ตัวแทนรัฐบาลมาเลเซียผู้ประสานงานและอำนวยความสะดวกการพูดคุย ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 มาเลเซีย ยืนยันว่ากระบวนการพูดคุยมีความคืบหน้า และคาดว่าการการพูดคุยรอบแรกที่กัวลาลัมเปอร์ จะเกิดขึ้นภายในกลางปีนี้ โดยที่มีตัวแทนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทุกกลุ่มร่วมอยู่บนโต๊ะพูดคุยด้วย

 

เมื่อกระแสสันติภาพโหมแรง กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบบางกลุ่มจึงพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อเบี่ยงเบนกระแสสันติภาพ มุ่งหวังให้เกิดกระแส กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขล้มเหลว เช่น การก่อเหตุคาร์บอมส์ นราธิวาส ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ซึ่งการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและความโง่เขลาของคนกลุ่มนี้ไม่ได้ผล เนื่องจากสื่อมวลชนโดยเฉพาะสื่อมวลชนต่างประเทศ รู้เท่าทันจึงไม่มีการประโคมข่าวเหตุรุนแรง งานปฏิบัติการข่าวสารของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจึงล้มเหลว ขณะที่เสียงแห่งสันติสุขดังมากขึ้นทุกวันๆ กิจกรรมรณรงค์สร้างสันติสุขของภาคประชาสังคมมีการจัดอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับแถลงการณ์ประนามผู้ก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ในพื้นที่สาธารณะโดยที่ไม่ได้มุ่งกระทำต่อเป้าหมายทางทหารก็ดังมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน

 

การขับเคลื่อนกระบวนการสันติสุขบนพื้นฐานของการสร้างความเข้าอกเข้าใจ ปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างอย่างละมุนละม่อม และสร้างบรรยากาศการอยู่ร่วมกันอย่างสันติภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรมดังที่รัฐบาลกำลังเดินหน้าอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นกระบวนการที่ทุกภาคส่วนควรให้การสนับสนุน เพื่อให้เกิดสันติสุขอย่างถาวร ดังเช่นที่ พลตรีชินวัตร แม้นเดช ผู้อำนวยการศูนย์สันติสุข กอ.รมน.ภาค 4 สน. ได้กล่าวไว้เมื่อเร็วนี้

 

          "สันติภาพในความหมายของผม คือ ข้อบ่งชี้ของการอยู่ร่วมกันอย่างปกติสุขของสังคมมนุษย์ ให้พี่น้องที่มีความหลากหลายอยู่ร่วมกันโดยปกติสุขท่ามกลางการเคารพกันและยอมรับในความเป็นพหุวัฒนธรรม ปลายทางคือสันติภาพ สันติภาพคือกุญแจสำคัญที่ไขไปสู่สันติสุขได้ หากทำไม่ได้ก็เกิดการเกลียดชังกัน เป็นการทำลายสันติภาพโดยสิ้นเชิง สันติภาพจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของกระบวนการพัฒนาทั้งหมดของสังคม สร้างสมดุลพื้นฐานเพื่อการพัฒนา เชื่อว่าความขัดแย้งเยียวยาได้ด้วยวัฒนธรรม จริยธรรม ภายใต้การยอมรับในพหุวัฒนธรรม หากทุกองคาพยพขับเคลื่อนบนฐานแนวคิดนี้ไปด้วยกัน สันติสุขก็อยู่ไม่ไกล" 

Comment