วันอังคารที่ 13 เมษายน พ.ศ.2564 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

เราต้องไม่ปล่อยให้เสียงระเบิด กลบเสียงแห่งสันติ

 24 ก.พ. 2558 05:01 น. | อ่าน 2228
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ศุกร์ที่ ๒๐ กุมภาภาพันธ์ ๒๕๕๘ เป็นอีกวันที่เสียงระเบิดบนถนน ณ.นคร กลางเมืองนราธิวาส สร้างความสูญเสียแก่ทรัพย์สินและชีวิตของพี่น้องคนไทย จากน้ำมือของคนที่มีจิตใจเหี้ยมโหดอำมหิตไร้มนุษยธรรม ใช้รถซ่อนระเบิดหรือคาร์บอมส์ทำร้ายประหัตประหารพี่น้องคนไทยที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ และไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับพวกอมนุษย์พวกนี้เลย เช่นเคยเหตุการณ์รุนแรงคุกคามชีวิตผู้บริสุทธิ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีอมนุษย์ตนใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ

 

โดยที่ไม่ต้องป่าวประกาศ สื่อมวลชนและผู้ติดตามสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้เห็นตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า กลุ่มที่ลงมือก่อาชญกรรมครั้งนี้ ต้องเป็นผู้ที่ไม่ประสงค์ให้กระบวนการพูดคุยเพื่อสันติสุขระหว่างผู้แทนรัฐบาลไทยกับกลุ่มผู้ที่เห็นต่างจากรัฐเดินหน้าต่อเป็นแน่แท้ คนกลุ่มนี้จึงชิงลงมือวางระเบิดคาร์บอมส์ลูกแรกของปีแพะ ในขณะที่ตัวแทนรัฐบาลไทยกับมาเลเซีย ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดประชุมกำลังเตรียมการประสานฝ่ายต่างๆ เพื่อให้เกิดการพูดคุยรอบแรกซึ่งคาดว่าน่าจะจัดขึ้นภายในเดือนมีนาคมนี้ อีกทั้งในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาฝ่ายทหารมีการจับกุมและสังหารชีวิตคนร้ายที่ต่อสู้ในระหว่างเจ้าหน้าที่แสดงตัวขอจับกุมเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต.ช่วงปี ๒๕๕๗ ลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง ด้วยเหตุนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ จะหาโอกาสตอบโต้ จนกระทั่งสบโอกาสก่อเหตุในวันศุกร์ที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ซึ่งทำให้เกิดเสียงประนามอมนุษย์กลุ่มนี้อย่างเซ็งแซ่ ทั่วทุกสารทิศ รวมทั้งภาคประชาสังคมที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ คือ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจ รวมทั้งอาจารย์ศราวุฒิ อารีย์ จากศูนย์มุสลิมศึกษา จุฬาลงกรณ์มาหวิทยาลัย ได้ร่วมกันออกแถลงการณ์ประนามผู้ที่ก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่สาธารณะ โดยที่ไม่มีเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจนทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ๑ คน และมีผู้หญิงได้รับบาดเจ็บถึง ๘ คน

 

แถลงการณ์ฉบับนี้ ระบุว่า การวางระเบิดที่ไม่มีเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจน ย่อมไม่มีความชอบธรรม และการวางระเบิดที่มุ่งประสงค์ต่อความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์จึงเป็นการละเมิดกฏหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ เป็นอาชญากรรมที่โหดร้าย อีกทั้งผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้เกิดความสูญเสียทางร่างกายและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังส่งระยะยาวถึงศักยภาพของประชาชนในการดำรงชีวิต ความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ทั้งจากความพิการ หรือผลกระทบทางด้านจิตใจที่กว่าฟื้นคืนได้ต้องใช้เวลายาวนาน นอกจากนี้เหตุระเบิดยังส่งลบต่อบรรยากาศการเจรจาสันติภาพซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ยั่งยืน ที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อตระหนักรู้ว่า กลุ่มคนที่จิตใจโหดเหี้ยมไร้มนุษยธรรม มีเป้าหมายก่อเหตุรุนแรงเพื่อกลบเสียงแห่งสันติ

 

ทุกฝ่ายจึงต้องร่วมกันแสดงออกในการต่อต้านการก่อเหตุรุนแรงต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ และขณะเดียวกันก็ต้องช่วยกันเรียกร้องให้ผู้ที่เห็นต่างจากรัฐวางอาวุธ และหันหน้ามาพูดคุยเพื่อร่วมกันหาทางออกกับภาครัฐ บนพื้นการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธี รวมทั้งทุกฝ่ายต้องจับมือผนึกกำลังไว้ให้มั่น เพื่อมิให้เสียงระเบิดดังกลบเสียงแห่งสันติที่กำลังดังเพื่มมากขึ้น ทุกวันๆ

Comment