วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2565 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ความรุนแรงมิอาจพรากหัวใจผู้รักแผ่นดิน

 04 มี.ค. 2557 15:30 น. | อ่าน 3673
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ในห้วงสัปดาห์อาจาริยปูชา หรือสัปดาห์แห่งการบูชาครู เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคม ๒๕๕๘ มีข่าวสารที่ทำให้เกิดอาการตื้นตันในหัวใจ เนื่องด้วยผู้รักชาติรักแผ่นดิน ๒ คน ผู้เป็นข้าราชการผู้รับใช้แผ่นดินได้แสดงองอาจกล้าหาญยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าเขาทั้งสองได้ประสบกับภยันตรายจากผู้ไม่หวังดีต่อแผ่นดินก่อเหตุรุนแรงประสงค์ต่อชีวิตผู้บริสุทธิ์

ข้าราชการผู้รักชาติรักแผ่นดินคนแรก เป็นครูผู้หญิง ผู้สูญเสียพ่อและแม่ซึ่งเป็นครูเช่นกันจากฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อ ๕ ปีก่อน วันนี้ครูปัทมา เพชรพรหม ครูโรงเรียนบ้านมะนังกาหยี อำเภอเมือง นราธิวาส ก็ยังคงยินหยัดสอนหนังสือในโรงเรียนแห่งเดียวกันกับที่พ่อและแม่ของเธอเคยสอน ครูปัทมาบอกกับผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสที่นำเรื่องราวของเธอมานำเสนอเนื่องในโอกาสวันครู ว่า เธอเชื่อมั่นในการทำสิ่งที่ดีงาม และจะทำต่อไปเพื่อให้เด็กๆในพื้นที่ จชต.จะได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แม้ว่าสื่งที่ได้รับอาจจะไม่งดงาม เช่นที่พ่อกับแม่ของเธอประสบเมื่อห้าปีก่อน แต่เธอก็มีศรัทธาในการทำดี 

ข้าราชการคนที่สอง คือ นายไตรทิพย์ สกุลประดิษฐ์ นายอำเภอจะแนะ จังหวัดนราธิวาส ผู้ประสบกับเหตุลอบวางระเบิดรถยนต์ขณะปฏิบัติราชการถึงสองครั้งในช่วงเวลาไม่ถึงปี แต่ก็โชคดีที่แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งสองครั้ง โดยที่ครั้งแรกเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วคนร้ายลอบวางระเบิดหวังสังหารนายอำเภอบนถนนดุซงญอ-จะแนะ ขณะที่นายอำเภอกำลังเดินทางไปประชุมที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนเหตุการณ์ครั้งล่าสุดเกิดเหตุบนถนน เช่นกัน โดยคนร้ายลอบวางระเบิดไว้บนมอเตอร์ไซค์ข้างทาง และจุดชนวนระเบิด ขณะที่รถนายอำเภอจะแนะ แล่นผ่านจุดเกิดเหตุ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม

การยืนหยัดทำงานรับใช้แผ่นดินของข้าราชการทั้งสองท่านนี้ เป็นสิ่งที่ยืนยันว่า ความรุนแรงมิอาจพรากหัวใจผู้รักแผ่นดินให้ถอยออกห่างจากแผ่นดินไทยที่พวกเขารัก เช่นเดียวกับข้าราชการทุกหมู่เหล่า และประชาชนนับล้านคน ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ใช้ชีวิต และทำมาหากินอยู่ตามปกติ แม้ว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีต่อแผ่นดินจะใช้ความรุนแรงกดดัน แต่พวกเขาก็ไม่ยอมจำนนต่อความรุนแรง

ข้อมูลการขอโยกย้ายของข้าราชการครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในปี ๒๕๕๗ ก็เป็นเครื่องยืนยันอีกประการหนึ่งว่า ข้าราชการครูมีความเชี่อมั่นที่จะทำงานในพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้ นายมนพ บุญทวิโรจน์ รองประธานสมาพันธ์ครูสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้พูดกับสื่อมวลชนภายหลังประชุมร่วมกับพลตรีนพวงศ์ สุรวิชัย รองแม่ทัพภาคที่ ๔ เพื่อหารือเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยครูและสถานศึกษา ว่า ครูในพื้นที่ส่วนใหญ่พึงพอใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน รวมถึงผู้นำชุมชน ทำให้ปีที่ผ่านมามีครูทำเรื่องขอย้ายน้อยมาก และผู้ที่ขอย้ายส่วนใหญ่เป็นการขอย้ายภายในพื้นที่ จชต. ส่วนที่ขอย้ายออกนอกพื้นที่ ส่วนมากก็เป็นการขอย้ายด้วยเหตุผลที่จำเป็น คือ ย้ายตามคู่สมรส

จำนวนข้าราชการครูทำเรื่องขอย้าย ที่มีจำนวนลดลง เป็นไปในทิศทางเดียวกับเหตุรุนแรงในพื้นที่ จชต.ในปี ๒๕๕๗ โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้าย ที่มีจำนวนเหตุรุนแรงลดลงกว่า ๕๐ เปอร์เซนต์เทียบกับปี ๒๕๕๖ เป็นเครื่องบ่งชี้ว่า การดำเนินนโยบายแก้ไขปัญหา จชต.ภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่เน้นการบังคับใช้กฏหมาย คือการติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่มีหมายจับมาดำเนินคดี ควบคู่ไปกับการแนวนโยบายเปิดพื้นที่พูดคุยกับผู้เห็นต่าง ให้วางอาวุธหันหน้ามาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกร่วมกันตามแนวทางสันติวิธี เป็นมาตรการที่เริ่มออกดอกออกผล ทำให้ความรุนแรงเริ่มเสื่อมสภาพ และมิอาจพรากหัวใจผู้รักแผ่นดินไทย

Comment