วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ.2561 peaceMOVING FORWORD TO PEACE
logo

ใส่คำค้นที่ท่านต้องการค้น ในช่องสีฟ้าด้านล่าง

ไทยเตรียมตั้ง'ศาลสิ่งแวดล้อม'ปี65

 16 เม.ย. 2561 06:00 น. | หมวดหมู่ การยกระดับคุณภาพชีวิต
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

เมื่อวันที่ 15 เม.ย. นายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ โฆษกคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึง ความคืบหน้าในการทำแผนปฏิรูปประเทศด้านทรัพยากรฯ ภายหลังจากที่ประกาศใช้แล้วว่า คณะกรรมการฯ กำลังเริ่มหาพื้นที่ปฏิบัติการ เพื่อปฏิบัติตามแผนปฏิรูป เช่น น้ำ ป่าไม้ เขตควบคุมมลพิษ ผังเมือง รวมถึงเรื่องเป้าหมายการ พัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยในเรื่องป่า จะใช้พื้นที่ จ.น่าน จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ส่วน เรื่องเขตควบคุมมลพิษ ดูพื้นที่ไว้ คือ ต.หน้า พระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี ที่มีปัญหา ฝุ่นละอองขนาดเล็กจากกิจกรรมเหมืองหินและ โรงโม่หิน และพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ที่จะ ต้องมีการแก้ปัญหาให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ รวม ไปถึงในเรื่องการยกเลิกใช้สารเคมีการเกษตร บางชนิด ที่เป็นอันตราย มีผลกระทบต่อสุขภาพ และสิ่งแวดล้อมด้วย สำหรับในเรื่องการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือการประเมินยุทธศาสตร์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (SEAs) เรา จะใช้เคสของพลังงานภาคใต้ เพื่อตอบโจทย์ปัญหาโรงไฟฟ้า จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา เป็นต้น
โฆษกคณะกรรมการฯ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีเรื่องสำคัญ คือ ระบบยุติธรรมสิ่งแวดล้อม ที่ส่วนหนึ่งจะมีการตั้งศาลสิ่งแวดล้อม ในปีที่ 4 หลังจากแผนปฏิรูปมีผล บังคับใช้ คือประมาณปี 2565 ซึ่งในช่วงปี 1-2 จะต้องสร้างความรู้ การอบรมเตรียมความพร้อม บุคลากรที่เกี่ยวข้องในด้านการประเมินความเสียหาย และการสืบสวนด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ขอยกตัวอย่าง ว่าหากมีการตั้งศาลสิ่งแวดล้อม กรณีการยิงเสือดำ ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ก็จะมีระบบการประเมินมูลค่าความเสียหายที่เหมาะสม เป็นต้น
อย่างไรก็ตามนายบัณฑูร กล่าวอีกว่า ในเรื่องการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนการปฏิรูปนี้ ทางคณะกรรมการฯจะได้ทำงานร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ที่เป็นหน่วยงานหลัก โดยพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทส.ได้ตั้งสำนักงานบูรณาการแผนปฏิรูปประเทศ ให้ปลัด ทส.เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ซึ่งการปฏิรูปในแต่ละด้านจะมีการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในแต่ละปีด้วย.--จบ--
--เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 17 เม.ย. 2561 (กรอบบ่าย)--

Comment
Related