โพลชายแดนใต้หนุนเจรจาสันติภาพ

 21 พ.ค. 2559 11:17 น. | อ่าน 1302
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

      เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ผู้แทนสถาบันทางวิชาการและองค์กรประชาสังคม 15 องค์กร ร่วมแถลงผลการสำรวจความคิดเห็นประชาชนต่อกระบวนการสันติภาพจังหวัดชายแดนภาคใต้ (Peace Survey) และเสียงสะท้อนของประชาชนในพื้นที่ จ.ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และอีก 4 อำเภอของ จ.สงขลา โดยเก็บข้อมูลในพื้นที่ มีการสุ่มตัวอย่างลงลึกไปถึงระดับครัวเรือนระหว่างวันที่ 8 ก.พ.-13 มี.ค.2559 โดยกลุ่มตัวอย่างประชาชน 1,559 ราย เป็นเพศหญิงร้อยละ 55 เพศชายร้อยละ 45 และเป็นมุสลิมร้อยละ 76.2 และชาวพุทธ 23.4 จากผลการสำรวจพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนการใช้การพูดคุย/เจรจาเป็นแนวทางแก้ไขปัญหาร้อยละ 56.4 ไม่สนับสนุนร้อยละ 4 
     เมื่อถามถึงความเชื่อมั่นต่อกระบวนการพูดคุยที่ดำเนินการอยู่ขณะนี้ว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จหรือไม่ ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ระบุว่า รู้สึกเฉยๆมากที่สุดร้อยละ 33 ขณะที่ไม่มีความเชื่อมั่นร้อยละ 23.1 และมีความเชื่อมั่นร้อยละ 20.6 ส่วนภาพรวมความพึงพอใจกับความก้าวหน้าของกระบวนการพูดคุยพบว่า ส่วนใหญ่รู้สึกเฉยๆ กับความก้าวหน้าร้อยละ 39.8 พอใจร้อยละ 22.2 และไม่พอใจร้อยละ 12.2 อย่างไรก็ดี ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เห็นว่า กระบวนการพูดคุยมีผลทำให้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมในชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นถึงร้อยละ 46.6 
    พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาส ผอ.สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยว่า การทำผลสำรวจในครั้งนี้พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่สนับสนุนขบวนการเจรจา นอกจากนี้ยังพบว่าประชาชนบางพื้นที่ยังมีความหวาดกลัว บางรายตอบว่าไม่รู้ แสดงว่าบางพื้นที่ประชาชนยังคงหวาดกลัว หรือคำถามอาจจะสุ่มเสี่ยงเกินไปที่จะตอบคำถามหรือมีอำนาจในพื้นที่ชุมชนทั้งฝ่ายความมั่นคง หรือผู้ที่เห็นต่างจากรัฐ อาจจะมีการเคลื่อนไหวอยู่ เลยทำให้ไม่กล้าตอบคำถามได้ชัดเจน โดยเฉพาะคำถามที่ตอบมาและรู้สึกหวาดกลัวมากที่สุด คือเรื่องยาเสพติด ปัญหาใกล้ตัวที่สุด และอยากให้มีการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ส่วนอุปสรรคของกระบวนการสร้างสันติภาพในช่วงนี้ น่าจะเป็นเรื่องของการเปลี่ยนผ่านตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วจนถึงรัฐบาลนี้ เชื่อว่าถ้ามีการทำวิจัยอีกระยะหนึ่งก็จะเห็นความเปลี่ยนแปลง และเป็นผลดีต่อรัฐบาลสามารถนำผลสำรวจมากำหนดเป็นนโยบายได้ และหน่วยงานในพื้นที่สามารถนำข้อมูลมาแก้ปัญหาได้ถูกจุด. 


Source: http://www.thairath.co.th

Comment
Related