'อักษรา' ยันกระบวนการพูดคุยฯ ยังเดินหน้าต่อ

 29 เม.ย. 2559 20:40 น. | อ่าน 1155
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

    พล.อ.อักษรา เกิดผล หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยภายหลังจากการเดินทางไปพูดคุยของคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ว่า กระบวนการพูดคุยยังคงดำเนินการต่อไป และยังคงอยู่ในกรอบนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยในระยะของการสร้างความไว้วางใจ ซึ่งต้องใช้เวลาในการดำเนินการ และไม่ได้หยุดชะงักแบบที่สื่อมวลชนบางสำนัก และนักวิเคราะห์บางท่านเข้าใจ โดยมีความพยายามนำไปเชื่อมโยงกับ พล.ท. นักรบ บุญบัวทอง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ซึ่งเดิมปฏิบัติหน้าที่ รองผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติที่ 5 (รอง ผอ. ศปป.5กอ.รมน.) และ เลขานุการคณะการพูดคุยฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ตามวาระ เนื่องจากได้รับพระราชทานยศสูงขึ้น และปรับย้ายตามวาระ ทั้งๆ ที่โดยข้อเท็จจริงแล้ว หัวหน้าคณะพูดคุยฯ ก็ได้รับการแต่งตั้งจากนายกรัฐมนตรี เช่นเดียวกับผู้แทนส่วนราชการอื่นๆ ที่ส่งมาร่วมเป็นคณะพูดคุย รวม 8 หน่วยงาน และในห้วงนี้ก็มีการปรับเปลี่ยนตามวาระกันหลายท่าน

    พล.อ.อักษรา กล่าวว่า ​แต่ที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการพูดคุย ยังคงเดินหน้าต่อไปตามปกติ และเมื่อวันที่27 เม.ย.2559 นี้ คณะพูดคุยฯได้มีการเดินทางไปประเทศมาเลเซีย เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มผู้เห็นต่างฯ หรือ Party B แล้ว พร้อมนำความปรารถนาดีของนายกรัฐมนตรีและขอบคุณที่ทุกฝ่ายยังคงร่วมกันพูดคุยเพื่อแสวงหาทางออกจากความขัดแย้ง ให้เกิดความสันติสุขในพื้นที่ต่อไป

    “​ทั้งนี้มีเรื่องเดียวที่ฝ่ายเราและฝ่ายผู้เห็นต่างฯยัง มองไม่ตรงกัน คือ ผมตั้งคณะทำงานเทคนิคให้ไปช่วยกันกำหนดพื้นที่ปลอดภัย เพื่อสร้างความไว้วางใจกับประชาชน แต่ทางฝ่ายผู้เห็นต่างฯ อยากได้บันทึกข้อตกลงร่วม เหมือนกับที่ผมเคยเรียนแล้วว่าเขาไม่มีสถานะอะไร ในขณะที่ฝ่ายเรามีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีชัดเจน ผมจึงเรียนว่าสมควรพิสูจน์ความไว้วางใจกันก่อน เพราะบันทึกข้อตกลงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือ ถ้าหากยังมีเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ สังคมจะไม่ไว้ใจกระบวนการพูดคุยฯ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องยุติความรุนแรงในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งให้ได้ก่อน แล้วจึงมาร่วมกันจัดทำข้อตกลงให้ครอบคลุมการปฏิบัติในห้วงเวลาของระยะการสร้างความไว้วางใจ ” พล.อ.อักษรา กล่าว

    พล.อ.อักษรา กล่าวอีกว่า ​สิ่งที่เราพยายามทำ คือ แยกกลุ่มผู้เห็นต่างฯ ที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ออกจากขบวนการผิดกฎหมายอื่นๆ ซึ่งกลุ่มผู้เห็นต่างฯ หรือ Party B ก็มีความเข้าใจ คือ เมื่อไว้ใจแล้วก็จะเกิดความร่วมมือในการจัดทำบันทึกข้อตกลงร่วมกันต่อไป ส่วนบันทึกข้อตกลงที่ดำเนินการมาแล้ว ฝ่ายเราจะได้ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไปตรวจดูถ้อยคำไม่ให้ขัดแย้งต่อกฎหมาย และกติกาสากล โดย สมช. จะนำกราบเรียนให้นายกรัฐมนตรี เห็นชอบก่อน​ขอให้มั่นใจว่าการพูดคุยเพื่อสันติสุขมิได้หยุดชะงักลง อย่างที่นักวิเคราะห์บางท่านได้ให้ความเห็นไว้. ยืนยันยังคงเดินหน้าต่อไปเหมือนเดิม

 

Source: http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/696433

Comment
Related