พลเอกประวิตร ตรวจสถานการณ์ชายแดนใต้

 12 เม.ย. 2559 12:21 น. | อ่าน 827
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

    ในพุธ (6 เม.ย. 2559) นี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ธีระชัย นาควานิช ผู้บัญชาการทหารบก และ พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ ได้เดินทางมายังกองบังคับการเฉพาะกิจนราธิวาส เพื่อพบปะกับชาวบ้านที่หลงผิด ที่กลับใจเข้าโครงการพาคนกลับบ้าน และตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส

    สำหรับยอดผู้เข้าร่วมโครงการพาคนกลับบ้าน ประจำปีงบประมาณ 2559 มีลงทะเบียนไว้จำนวน 1,808 คน และมารายงานตัว 1,156 คน เจ้าหน้าที่จะอำนวยความสะดวกในการปลดพันธะทางกฎหมาย และส่งฝึกอบรมด้านอาชีพ เพื่อให้มีรายได้นำมาเลี้ยงครอบครัว

    “รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหา ขอให้ร่วมเป็นกระบอกเสียงในการบอกกล่าวคนที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการกลับเข้ามาร่วม เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวได้ตามปกติ” พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวแก่ผู้เข้าร่วมโครงการ

    นอกจากนั้น จะจัดเป็นชมรมให้กลุ่มบุคคล ได้ทำการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่หลงผิดเข้ามารายงานตัวกับทางการที่มีจำนวนถึง 1,937 คน แยกเป็นนราธิวาส 899 คน ปัตตานี 699 คน ยะลา 324 คน และ 4 อำเภอของสงขลา 15 คน

    ต่อมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะ ได้เข้าประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอ ของจังหวัดสงขลา โดยมี พล.ท.วิวรรธน์ ปฐมภาคย์ แม่ทัพภาค 4 เป็นผู้รายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีคนร้ายจำนวนกว่า 50 คน บุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง ใช้เป็นที่มั่นในการโจมตีฐานทหารพรานที่ 4816 เหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2559 ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้จัดชุดไล่ล่าทางภาคพื้นดินและเทือกเขา โดยผลปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวน 14 คน และให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

    ด้าน พล.ต.ท.เฉลิมพันธุ์ อจลบุญ ผบช.ศชต. ได้รายงานผลความคืบหน้าทางคดีล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 คน และอยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานออกหมายจับเพิ่มเติมอีก 26 คน ซึ่งก่อเหตุบุกยึดโรงพยาบาลเจาะไอร้อง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานค่อนข้างชัดเจน จากการตรวจสอบทางกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้ง การนำปลอกกระสุนปืนซึ่งมีจำนวน 18 กระบอก ที่ใช้ก่อเหตุในครั้งนี้ และเคยใช้ในคดีค้างเก่า ในพื้นที่ 5 อำเภอ คือ ตากใบ สุคิริน จะแนะ ระแงะ และรือเสาะ

    และในช่วงบ่ายคณะจะเดินทางไปโรงพยาบาลเจาะไอร้อง และฐานทหารพรานที่ 4816 เพื่อเยี่ยมปลอบขวัญ และให้กำลังใจ

    พล.อ.ประวิตร เปิดเผยถึงคดีคนร้ายบุกโรงพยาบาลเจาะไอร้องว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ไม่คาดคิด หรือคาดไม่ถึงมามาก่อน ว่ากลุ่มคนร้ายจะเป็นสถานที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุการณ์ ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตาม และจับกุมคนร้ายได้มาก และการทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นที่น่าพอใจ

 

คนร้ายยิงผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเสียชีวิตสองราย

   ช่วงสายวันที่ 6 เม.ย. 2559 ร.ต.อ.มารุต นิลโกสีย์ รอง สว.สอบสวน สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต 2 ศพ ในรถยนต์กระบะที่จอดอยู่บนถนนในสวนยางพารา ม.7 ต.รือเสาะ อ.รือเสาะ นราธิวาส จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.เรืองศักดิ์ บัวแดง ผกก.สภ.รือเสาะ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดนราธิวาส เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพ นายรอสดัณซ์ อุแซดอเล๊าะ ซึ่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านสะดลว์ ม.7 ต.รือเสาะ และ นายดีร์มัน จิยือแร ซึ่งเป็นชุดรักษาหมู่บ้านสโลว์ นอนจมกองเลือดเสียชีวิตอยู่ที่เบาะทั้ง 2 คน โดยมีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนอาก้า พรุนไปทั้งร่าง บนถนนเจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืนอาก้าตกอยู่จำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะนำศพส่งโรงพยาบาลรือเสาะ เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง

    จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายรอสดัณซ์ ผช.ผญบ.ได้ขับรถยนต์กระบะ ตระเวนรับซื้อขี้ยาง โดยมีนายดีร์มัน ชุดรักษาหมู่บ้านนั่งคู่กันมาด้วย ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้ายจำนวน 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายได้ขี่จักรยานยนต์เข้าประชิด ให้คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายใช้อาวุธปืนยิงใส่ผู้ตายทั้ง 2 คน จนเสียชีวิต แล้วคนร้ายได้จอดรถให้คนร้ายที่เป็นมือปืน ลงจากรถไปหยิบอาวุธปืนพก ขนาด 9 ม.ม. ของนายรอสดัณซ์ ผช.ผญบ.วิ่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์แล้วหลบหนีไป

    ส่วนสาเหตุ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารคนของทางการรายวัน

   ในปี 2558 เป็นปีที่มีสถิติจำนวนเหตุการณ์น้อยที่สุด แต่เหตุการณ์ความไม่สงบได้เริ่มเกิดบ่อยครั้งขึ้น หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าทลายแหล่งผลิตระเบิดของขบวนการก่อความไม่สงบ ในป่าโกงกาง บ้านตันหลงเปาว์ ตำบลท่ากำชำ เมื่อ 10 กุมภาพันธ์ 2559 และจับกุมสมาชิกกลุ่มก่อความไม่สงบระดับปฏิบัติการได้ 1 คน คือ นายซาบาหรี เจะอาลี อายุ 30 ปี พร้อมปืนลูกซองพับฐานและกระสุน 20 นัด และระเบิด พร้อมด้วยวัสดุ-อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำระเบิดอีกจำนวนหนึ่ง นอกจากนั้น ยังมีสมาชิกร่วมขบวนการหลบหนีไปได้ 5 คน ซึ่งจากเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ต่างๆ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายในเวลาเกือบสองเดือน จากวันนั้น จนถึงเหตุการณ์วันนี้ มีผู้เสียชีวิตรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 29 ราย

    และจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ทวีจำนวนมากขึ้นนั้น ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ การยิงพลเรือนและสายข่าวของทางการเสียชีวิตในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาว่า

    “กรณีเกิดการยิงพลเรือน ในปัจจุบันมากขึ้นนั้น ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม ถือเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนว่า สถานการณ์ค่อนข้างมีแนวโน้มความรุนแรงเพิ่มขึ้น ชี้ให้เห็นถึงความรุนแรงที่อาจมีการก่อเหตุใหญ่ขึ้น”

ผศ.ดร.ศรีสมภพ ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า งานพัฒนาของเจ้าหน้าที่มีมากขึ้น ภายใต้โครงการประชารัฐร่วมใจอำเภอสันติสุข ตามนโยบาย รัฐบาล ได้ลงพื้นที่ต่างๆ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้พบปะชาวบ้านมากขึ้น

   “คิดว่าแนวทางที่ถูกต้องคือ รัฐต้องเปิดโอกาสให้ประชาชน สามารถแสดงความคิดเห็น โดยไม่ใช้มาตรการความรุนแรง เน้นเรื่องเข้าถึง เปิดพื้นที่ทางการเมือง เพื่อสันติภาพเพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น” ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว

 

Source: http://www.benarnews.org/thai/news/TH-violence-04062016164831.html

Comment
Related