ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" กองร้อยทหารพรานที่ 4710

 14 ก.ย. 2560 11:11 น. | อ่าน 59
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+

ในระยะหลายปีที่ผ่านมา หน่วยงานความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจได้ลงพื้นที่ทำงาน เพื่อรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งการทำงานของทหาร ในทุกวันนี้ นอกจากจะเน้นยุทธศาสตร์การทหารแล้ว ยังต้องมีการปรับเปลี่ยนบทบาทในการทำงาน ให้สามารถอยู่ร่วมกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ ด้วยการน้อมนำแนวทางยุทธศาสตร์พระราชทาน “ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” มาเป็นต้นแบบ เช่น หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ที่ตั้งอยู่ที่ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา มีการตั้งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" ซึ่งก่อประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กๆ ในโรงเรียนบ้านบายอ ที่อยู่ตรงข้ามกับศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" แห่งนี้
      ทหารพรานเป็นอีกหนึ่งหน่วยงานสำคัญ ที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตะเข็บชายแดนพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเป็นแผนงานการปฏิบัติงาน ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกองทัพบก เช่นเดียวกับ หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 47 ที่คอยดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ อ.ยะหา จ.ยะลา อีกทั้งยังมีนโยบายในการน้อมนำศาสตร์ของพระราชาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์มหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานไว้ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นั่นคือ ยุทธศาสตร์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เข้ามาปรับใช้กับพื้นที่

ถ้อยทีถ้อยอาศัย
      
กองร้อยทหารพรานที่ 4710 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ได้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" ขึ้นในเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. 2559 เพื่อให้ประชาชนและนักเรียน จาก รร.บ้านบายอ ที่อยู่ในพื้นที่ได้มาเรียนรู้ เพื่อนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เป็นการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับประชาชนอีกทางหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็เป็นการลดภาพบทบาทความรุนแรงจากการที่เห็นทหารแบกปืน เปลี่ยนเป็นแบกจอบเสียม สร้างความสัมพันธ์ และความศรัทธาให้เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่ ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" กองร้อยทหารพรานที่ 4710 ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านบายอ ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา การจัดตั้งได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านเป็นอย่างดี เนื่องจากหน่วยทหารพราน ไม่มีพื้นที่เป็นของตนเอง ต้องขอความร่วมมือจากประชาชนเจ้าของพื้นที่ เพื่อมาทำเป็นศูนย์เรียนรู้ พื้นที่ทั้งหมดได้รับความอนุเคราะห์จากพื้นที่สวนยางของโต๊ะอิหม่าม อีกทั้งได้มอบพื้นที่ส่วนหนึ่งในการจัดตั้งฐานที่ตั้งของกองร้อยทหารพรานที่ 4710 หน่วยเฉพาะกิจทหารพรานที่ 47 อีกด้วย ในขณะเดียวกัน เจ้าของพื้นที่ก็ได้ประโยชน์ จากการดูแลพื้นที่ของทหารพราน ต้นยางในสวน มีความงอกงามขึ้นมากกว่าต้นยางที่ไม่ได้รับการดูแล

      ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง "ตามรอยพ่อ" กองร้อยทหารพรานที่ 4710 แม้ว่าจะตั้งอยู่บนเนินที่ลาดชันและตั้งอยู่ในสวนยางพาราของชาวบ้านในพื้นที่ แต่เหล่าทหารได้เข้ามาจัดพื้นที่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่และการเกษตรผสมผสาน ปลูกพืชสวนครัวและเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไป เป็นต้นแบบให้กับประชาชนในพื้นที่ ทางศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ได้เปิดให้ความรู้และเปิดให้ประชาชนได้ทดลองทำด้วยตนเอง และนำผลผลิตที่ได้นำกลับไปทำกับข้าวที่บ้าน เพื่อลดรายจ่ายในครัวเรือนได้ นอกจากนี้ยังเปิดให้บุคคลภายนอกหน่วยงานต่างๆ เข้ามาเยี่ยมชมศูนย์อีกด้วย ในศูนย์จะมีวิทยากรให้คำแนะนำ เพื่อให้ผู้มาเยี่ยมชมได้รับความรู้กลับไปอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง วิธีการปลูกพืชสวนครัว การแบ่งพื้นที่ตามหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ในส่วนพืชผักที่ปลูกไว้ในศูนย์การเรียนรู้นั่น มีมากเกินกว่าที่เจ้าหน้าที่ทหารในกองร้อย จะกินได้หมด จึงได้แจกจ่ายไปยังชุมชนและผู้มาเยี่ยมชม เกิดความประทับใจและความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ทหาร เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้กับพี่ๆ ทหาร

      หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ได้น้อมนำยุทธศาสตร์ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา มาเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องในพื้นที่ให้มีคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และยังร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ คือ โรงเรียนบ้านบายอ โรงเรียนขยายโอกาสระดับชั้นประถมศึกษาที่ตั้งอยู่ใน หมู่ 1 ต.ปะแต ซึ่งตั้งอยู่ตรงกันข้ามกับศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ได้เข้ามาเรียนรู้โดยเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้และเสริมสร้างประสบการณ์นอกห้องเรียน ในช่วงเวลาลดเวลาเรียนเพิ่มเวลารู้ เด็กๆ ชั้นประถมปีที่ 4 – 6 จะได้เข้ามาทำกิจกรรมปลูกพืชสวนครัว โดยมีพี่ๆ ทหารพรานเป็นพี่เลี้ยงดูแลให้ความรู้ ในเรื่องการปลูกผักสวนครัวและเทคนิคการทำเกษตรอินทรีย์ โดยแบ่งพื้นที่เป็นแปลงเฉพาะของแต่ละระดับชั้น พี่ๆ จะเพาะเมล็ดไว้ให้ และเด็กๆ เรียนรู้เตรียมแปลงและแยกกล้าผักไปปลูกกันเอง ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้จากการลงมือทำจริงด้วยความตั้งใจและสนุกสนาน อีกทั้งยังได้ความภาคภูมิใจในผลผลิตที่ตนเองบ่มเพาะมากับมือ ตั้งแต่ทำแปลงผัก ปลูก รดน้ำใส่ปุ๋ย เมื่อได้ผลผลิต ทั้งพริก ผักบุ้ง ผักกาด กวางตุ้ง ข้าวโพด และอื่นๆ อีกมากมาย เด็กๆ จะนำผลผลิตส่วนหนึ่ง มาใช้ทำอาหารในโครงการอาหารกลางวันให้กับน้องๆ ในโรงเรียนบ้านบายอ ส่วนที่เหลือก็นำกลับไปฝากพ่อแม่ เพื่อทำอาหารที่บ้านได้ เป็นการปลูกฝังให้เด็กได้เรียนรู้ในการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และสามารถนำไปใช้ในครอบครัว เด็กบางคนสามารถทำแปลงผักเล็กๆ ที่บ้านของตนองได้ ที่สำคัญเด็กยังเป็นสื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวและเจ้าหน้าที่ทหารอีกด้วย

ฝายมีชีวิต ๓๔๐ เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ

      นอกจากการตั้งศูนย์การเรียนรู้แล้ว หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 47 ยังสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีการจัดสร้างฝายมีชีวิตขึ้น โดยมีชื่อเป็นทางการว่า “ฝายมีชีวิต ๓๔๐” บ้านบายอ หมู่1 ต.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ซึ่งใช้หลักการในการสร้างฝายชะลอน้ำ เพื่อกักเก็บความชุ่มชื้นให้อยู่กับพื้นดินรอบฝายแล้ว เมื่อฝายมีชีวิตใช้การยกระดับน้ำ ผลักน้ำเข้าไปอยู่ในดิน แผ่รัศมีไปโดยรอบในพื้นที่ 5,000 ไร่ โดยใช้วัสดุ ในพื้นที่ คือ ไม้ไผ่ และอาศัยความร่วมมือจากชุมชน โดยเริ่มสร้างเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560 นี้เอง สร้างแล้วเสร็จส่งมอบในเดือนพฤษภาคม ใช้เวลาเพียงสามเดือนเท่านั้น โดยได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านและโรงเรียนเป็นอย่างดี ยังมีการจัดสรรพื้นที่โดยรอบให้เป็นสถานที่สาธารณะประโยชน์กับประชาชนอีกด้วย เพราะฝายแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว คนในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงมาเที่ยวชมฝายที่ใหญ่ที่สุด ในจังหวัดยะลาแห่งนี้ ชาวบ้านก็มีความภาคภูมิใจและช่วยกันดูแล

รอยยิ้มแห่งสันติสุข

      การทำงานของเจ้าหน้าที่ทหารในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องอาศัยความเอื้อเฟื้อจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในทุกๆ ด้าน การอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจ ทำให้กระบวนการต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้ ทุกคนมอบรอยยิ้มให้แก่กันโดยไม่แบ่งแยก เป็นสัญญาณที่ดีที่นำไปสู่ความสงบสุขที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หน้าที่หลักของหน่วยทหารพรานที่ 47 คือ การดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน แต่อีกหนึ่งบทบาทที่สำคัญ คือ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้กินดีอยู่ดี และสร้างให้เกิดความเข้มแข็งในชุมชน และเมื่อประชาชนอยู่ดีกินดี ชุมชนเกิดความเข้มแข็งแล้ว สันติสุขในพื้นที่ย่อมเกิดขึ้นมาได้อย่างแน่นอน

Comment
Related