สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๒ - ๘ ก.ย. ๖๐

 11 ก.ย. 2560 16:03 น. | อ่าน 244
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลง ร้อยละ ๒๒ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๗๘ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) มีข่าวเชิงลบ เพียง ๙ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ มีข่าวเชิงลบถึง ๓๔ ข่าว
          ประเด็นเชิงลบ ได้แก่ อาชญากรรมในพื้นที่ (...๑) คนร้ายจ่อยิงหนุ่มนราธิวาสดับคาบ้าน คาดเบี้ยวไม่จ่ายหนี้หลายครั้ง, ๒) ประกบยิงหนุ่มปัตตานีดับอนาถ, ๓) ทหารประกบยิงพ่อค้าปลาดุกดับคาปิกอัพ ได้รับประกันตัวชั่วคราว ในวงเงิน ๘ แสน, ๔) ๒ คนร้ายดักยิงผัว-เมีย ขณะจะส่งลูกไปโรงเรียนหน้าบ้าน ยะหริ่ง เจ็บสาหัส, ๕) ยิงผู้ช่วย ผญบ.ยะลา ขณะออกหาของป่าเขตรอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย, ๖) รือเสาะดุ! วันเดียวยิงกันตายไป ๒ ศพ ทั้งขัดแย้งส่วนตัว-เหตุหึงหวง) และ การเมือง (เตือนซ้ำรอย ถวิลจับตาเด้ง พงศ์พร พ้น ผอ.พศ. อาจกระทบพระราชอำนาจ)
          ประเด็นเชิงบวก ได้แก่ สิทธิมนุษยชน (คอลัมน์: เกาะติดวิกฤติไฟใต้: เยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจเคารพสิทธิ), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) ปัตตานี กับมุมที่น่าเที่ยว, ๒) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กรงปินัง สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยวิถีสหกรณ์, ๓) กระบี่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล ๒๐๑๗ รองรับตลาดฮาลาลอาหารแห่งอนาคต, ๔) กรมที่ดิน ยุค ๔.๐ รังวัดที่ดินด้วยดาวเทียม, ๕) เปิด ๓ เมืองต้นแบบแห่งแดนใต้ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, ๖) กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมบูรณาการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ จ.สตูล เน้นการปรับปรุงบำรุงดิน หนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดต้นทุน, ๗) กระตุ้นเขต ศก.พิเศษชายแดน รัฐบาลสั่งบีโอไออัดมาตรการเสริมดึงนักลงทุน และ ๘) งาน OTOP ทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ฯ), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (...๑)กระตุ้น ๙๙ ชุมชนจักรยาน ๓๔ จังหวัด, ๒) สานงานพหุวัฒนธรรมใต้, ๓) ชาวนราธิวาสแห่เที่ยวหาดนราทัศน์ เนื่องในช่วงวันฮารีรายอฮัจย์), ยาเสพติด (..ไม่ทันใช้เงินค่าจ้าง ๕ หมื่น ถูกซิวขนยาบ้า-เฮโรอีน ลงใต้), การศึกษา (ยกระดับ ครูมนุษยศาสตร์ ยุค ๔.๐), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) ลงทะเบียนรถโชเล่สกัด จยย.บอมบ์, ๒) ส่งทหารคุมรอบ อ.สะเดา หลังพบผู้ก่อเหตุ ๓ จชต.หนีหลบมาพัก, ๓) ตร.ค้นกระบะมีพิรุธ พบปืน-กระสุนกว่าพันนัด อ้างส่งลูกค้าภาคใต้, ๔) ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานป้องกันชายแดนไทย-มาเลเซีย และ ๕) ยังไม่หมด! ขอหมายจับอีก ๔ โจรใต้ปล้นเต้นท์รถ ถล่มคาร์บอมบ์ปัตตานี), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (...๑) ครอบครัวไทยผูกพันไม่ทอดทิ้งคนแก่, ๒) คอลัมน์: ทันเศรษฐกิจ: การพัฒนาในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยของอาเซียน และ ๓) กรมการปกครองกับภารกิจอำนวยความสะดวกในการสัญจรข้ามแดน), ความร่วมมือของภาคประชาชน (...๑) ไทยมุสลิมร่วมละหมาดวันตรุษอีฎิ้ลฯ และ ๒) คณะต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ร.9), กีฬา (...๑) ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ภูเก็ตธอน ๒๐๑๗ และ ๒) ปัตตานียังมีลุ้นเตะเพลย์ออฟ), และ การเยียวยา (มอบรถเคลื่อนย้ายคนพิการ)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลงร้อยละ ๔๔ ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในระดับหนึ่ง

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.
         
    ​ประเด็นแรก เป็นมาตรการเตรียมรับมือผู้อพยพชาวโรฮีนจา จากประเทศเมียนมาร์ โดยหน่วยงานความมั่นคงของมาเลเซีย มีการจัดหน่วยลาดตระเวณทั้งทางทะเลและทางบก เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ทั้งนี้หน่วยงานความมั่นคงมาเลเซียคาดว่า ผู้อพยพชาวโรฮีนจามีแนวโน้มใช้เส้นทางทางทะเล เดินทางเข้ามาเลเซียทางด้านเกาะลังกาวี และเกาะปีนัง ส่วนทางบกคาดว่า จะเดินทางผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก่อนลักลอบเข้าประเทศมาเลเซีย ผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนรัฐเคดาห์และเปอร์ลิส ระหว่างบูกิตกายูฮิตัมและปาดังเบซาร์
          ประเด็นที่สอง เป็นประเด็นเชิงบวกเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือของมาเลเซีย ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้ มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเดินทางตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และด่านกักกันพืชและสัตว์ที่บูกิตกายูฮิตัม ซึ่ง ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี้ รองนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรี เดินทางมาติดตามความคืบหน้า พร้อมทั้งประกาศเตรียมเปิดบริการที่ด่านบูกิตกายูตัม วันละ ๒๐ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน และเปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป มาตรการทั้งหมดนี้ หอการค้ามาเลเซียคาดว่า จะกระตุ้นการค้าระหว่างมาเลเซียและไทยให้มีมูลค่ารวม ๓ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ๒๕๖๑
          ประเด็นที่สาม เกี่ยวกับการปราบปรามโจรสลัด ในเขตน่านน้ำมาเลเซียติดต่อกับน่านน้ำไทย ซึ่งในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามทางทะเลของมาเลเซีย ประสบความสำเร็จในการติดตามจับกุมโจรสลัดชาวอินโดนีเซีย ๑๐ คน ที่ปฏิบัติการปล้นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยขณะขนส่งน้ำมันจากประเทศไทยไปยังรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.462ln(x) + 16.768) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๒ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่ลดเพิ่มขึ้น (y= 2.4823ln(x) - 0.6345) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๗๘ กล่าวคือ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) มีข่าวเชิงลบ เพียง ๙ ข่าว แต่ในสัปดาห์นี้ มีข่าวเชิงลบถึง ๓๔ ข่าว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

         ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)                  

    2017-08-26

    14

    0

    14.00

    2017-08-27

    7

    1

    7.00

    2017-08-28

    10

    0

    10.00

    2017-08-29

    15

    4

    3.75

    2017-08-30

    23

    0

    23.00

    2017-08-31

    25

    3

    8.33

    2017-09-01

    14

    1

    14.00

     

    15.43

    1.29

    11.44

    2017-09-02

    12

    0

    12.00

    2017-09-03

    9

    2

    4.50

    2017-09-04

    13

    8

    1.63

    2017-09-05

    13

    6

    2.17

    2017-09-06

    19

    4

    4.75

    2017-09-07

    13

    8

    1.63

    2017-09-08

    6

    6

    1.00

     

    12.14

    4.86

    3.95

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

                ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ ในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.159ln(x) + 0.5005) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ไม่มีข่าวเชิงลบในประเด็นเหตุร้ายรายวันในสัปดาห์นี้

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.504ln(x) + 1.9071) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.2552ln(x) - 1.33) โดยมีข่าวเชิงลบ ๑๒ ข่าว จากที่มีเพียง ๑ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐)  ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) คลังดัน ๕ โครงการ มูลค่ากว่า ๕ หมื่นล้านบาท นำร่องโครงการความโปร่งใส และ ๒) บิ๊กตู่ ออกคำสั่งสำนักนายกฯ ให้ พงศ์พร ช่วยงาน สปน.แล้ววันนี้ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เตือนซ้ำรอย ถวิลจับตาเด้ง พงศ์พร พ้น ผอ.พศ. อาจกระทบพระราชอำนาจ

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.691ln(x) + 2.601) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๕๔ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ลงทะเบียนรถโชเล่สกัด จยย.บอมบ์, ๒) ส่งทหารคุมรอบ อ.สะเดา หลังพบผู้ก่อเหตุ ๓ จชต.หนีหลบมาพัก, ๓) ตร.ค้นกระบะมีพิรุธ พบปืน-กระสุนกว่าพันนัด อ้างส่งลูกค้าภาคใต้, ๔) ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานป้องกันชายแดนไทย-มาเลเซีย และ ๕) ยังไม่หมด! ขอหมายจับอีก ๔ โจรใต้ปล้นเต้นท์รถ ถล่มคาร์บอมบ์ปัตตานี

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.9986ln(x) + 2.7032) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.5407ln(x) - 0.4014) โดยมีข่าวเชิงลบ ๗ ข่าว จากที่มีเพียง ๑ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ปัตตานี กับมุมที่น่าเที่ยว, ๒) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กรงปินัง สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยวิถีสหกรณ์, ๓) กระบี่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล ๒๐๑๗ รองรับตลาดฮาลาลอาหารแห่งอนาคต, ๔) กรมที่ดิน ยุค ๔.๐ รังวัดที่ดินด้วยดาวเทียม, ๕) เปิด ๓ เมืองต้นแบบแห่งแดนใต้ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, ๖) กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมบูรณาการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ จ.สตูล เน้นการปรับปรุงบำรุงดิน หนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดต้นทุน, ๗) กระตุ้นเขต ศก.พิเศษชายแดน รัฐบาลสั่งบีโอไออัดมาตรการเสริมดึงนักลงทุนในส่วนของ และ ๘) งาน OTOP ทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ฯ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่  ๑) ก๊าซแพงเวอร์..ที่เบตงขึ้นเฉียด ๔๐๐ บาท และ ๒) เด็ก ม.6-ป.ตรี ระวังถูกหลอกอบรมหลักสูตรทำงานบนเรือสำราญ

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย​
                ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
           ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
     อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ ๑) คนร้ายจ่อยิงหนุ่มนราธิวาสดับคาบ้าน คาดเบี้ยวไม่จ่ายหนี้หลายครั้ง, ๒) ประกบยิงหนุ่มปัตตานีดับอนาถ, ๓) ทหารประกบยิงพ่อค้าปลาดุกดับคาปิกอัพ ได้รับประกันตัวชั่วคราวในวงเงิน ๘ แสน, ๔) ๒ คนร้ายดักยิงผัว-เมีย ขณะจะส่งลูกไปโรงเรียนหน้าบ้านยะหริ่ง เจ็บสาหัส, ๕) ยิงผู้ช่วย ผญบ.ยะลา ขณะออกหาของป่าเขตรอยต่อชายแดนไทย-มาเลเซีย, ๖) รือเสาะดุ! วันเดียวยิงกันตายไป ๒ ศพ ทั้งขัดแย้งส่วนตัว-เหตุหึงหวง
    -  การเมือง ได้แก่ เตือนซ้ำรอย ถวิลจับตาเด้ง พงศ์พร พ้น ผอ.พศ. อาจกระทบพระราชอำนาจ
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    -  สิทธิมนุษยชน ได้แก่ คอลัมน์: เกาะติดวิกฤติไฟใต้: เยาวชนรุ่นใหม่ใส่ใจเคารพสิทธิ
    -  เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) ปัตตานี กับมุมที่น่าเที่ยว, ๒) เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์กรงปินัง สร้างชุมชนเข้มแข็งด้วยวิถีสหกรณ์, ๓) กระบี่จัดงานเทศกาลอาหารฮาลาล ๒๐๑๗ รองรับตลาดฮาลาลอาหารแห่งอนาคต, ๔) กรมที่ดิน ยุค ๔.๐ รังวัดที่ดินด้วยดาวเทียม, ๕) เปิด ๓ เมืองต้นแบบแห่งแดนใต้ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน, ๖) กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมบูรณาการเกษตรแปลงใหญ่ พื้นที่ จ.สตูล เน้นการปรับปรุงบำรุงดิน หนุนปัจจัยการผลิต เพื่อลดต้นทุน, ๗) กระตุ้นเขต ศก.พิเศษชายแดน รัฐบาลสั่งบีโอไออัดมาตรการเสริมดึงนักลงทุน และ ๘) งาน OTOP ทั่วไทย ประสานใจสู่แดนใต้ฯ
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑)กระตุ้น ๙๙ ชุมชนจักรยาน ๓๔ จังหวัด, ๒) สานงานพหุวัฒนธรรมใต้, ๓) ชาวนราธิวาสแห่เที่ยวหาดนราทัศน์ เนื่องในช่วงวันฮารีรายอฮัจย์
    -  ยาเสพติด ได้แก่ ไม่ทันใช้เงินค่าจ้าง ๕ หมื่น ถูกซิวขนยาบ้า-เฮโรอีน ลงใต้
    -  การศึกษา ได้แก่ ยกระดับ ครูมนุษยศาสตร์ ยุค ๔.๐
    -  การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) ลงทะเบียนรถโชเล่สกัด จยย.บอมบ์, ๒) ส่งทหารคุมรอบ อ.สะเดา หลังพบผู้ก่อเหตุ ๓ จชต.หนีหลบมาพัก, ๓) ตร.ค้นกระบะมีพิรุธ พบปืน-กระสุนกว่าพันนัด อ้างส่งลูกค้าภาคใต้, ๔) ผบ.ฉก.นราธิวาส พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงานป้องกันชายแดนไทย-มาเลเซีย และ ๕) ยังไม่หมด! ขอหมายจับอีก ๔ โจรใต้ปล้นเต้นท์รถ ถล่มคาร์บอมบ์ปัตตานี
    -  การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) ครอบครัวไทยผูกพันไม่ทอดทิ้งคนแก่, ๒) คอลัมน์: ทันเศรษฐกิจ: การพัฒนาในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยของอาเซียน และ ๓) กรมการปกครองกับภารกิจอำนวยความสะดวกในการสัญจรข้ามแดน
    -  ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) ไทยมุสลิมร่วมละหมาดวันตรุษอีฎิ้ลฯ และ ๒) คณะต่างๆ ร่วมเป็นเจ้าภาพพิธีบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ร.9
    -  กีฬา ได้แก่ ๑) ร่วมจารึกประวัติศาสตร์ ภูเก็ตธอน ๒๐๑๗ และ ๒) ปัตตานียังมีลุ้นเตะเพลย์ออฟ
    -  การเยียวยา ได้แก่ มอบรถเคลื่อนย้ายคนพิการ

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.791ln(x) + 3.6022) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๔๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๖ ส.ค. – ๑ ก.ย.๖๐) จากระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงกว่าสัปดาห์ที่แล้วในระดับหนึ่ง

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๒ – ๘ ก.ย.๖๐
          ประเด็นแรก เป็นมาตรการเตรียมรับมือผู้อพยพชาวโรฮีนจา จากประเทศเมียนมาร์ โดยหน่วยงานความมั่นคงของมาเลเซีย มีการจัดหน่วยลาดตระเวณทั้งทางทะเลและทางบก เพื่อเตรียมการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรม ทั้งนี้หน่วยงานความมั่นคงมาเลเซียคาดว่า ผู้อพยพชาวโรฮีนจา มีแนวโน้มใช้เส้นทางทางทะเลเดินทางเข้ามาเลเซีย ทางด้านเกาะลังกาวี และเกาะปีนัง ส่วนทางบกคาดว่า จะเดินทางผ่านจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยก่อนลักลอบเข้าประเทศมาเลเซียผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนรัฐเคดาห์และเปอร์ลิส ระหว่างบูกิตกายูฮิตัมและปาดังเบซาร์
          ประเด็นที่สอง เป็นประเด็นเชิงบวกเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคเหนือของมาเลเซีย ซึ่งในช่วงสัปดาห์นี้ มีความเคลื่อนไหวที่สำคัญหลายเรื่อง โดยเฉพาะการเดินทางตรวจเยี่ยมติดตามความคืบหน้างานก่อสร้างอาคารสำนักงานใหม่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และด่านกักกันพืชและสัตว์ที่บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี้ รองนายกรัฐมนตรีนำคณะรัฐมนตรีเดินทางมาติดตามความคืบหน้า พร้อมทั้งประกาศเตรียมเปิดบริการที่ด่านบูกิตกายูตัม วันละ ๒๐ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน และเปิดบริการ ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๑ เป็นต้นไป มาตรการทั้งหมดนี้ หอการค้ามาเลเซียคาดว่า จะกระตุ้นการค้าระหว่างมาเลเซียและไทยให้มีมูลค่ารวม ๓ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี ๒๕๖๑
          ประเด็นที่สาม เกี่ยวกับการปราบปรามโจรสลัดในเขตน่านน้ำมาเลเซียติดต่อกับน่านน้ำไทย ซึ่งในสัปดาห์นี้ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามทางทะเลของมาเลเซีย ประสบความสำเร็จในการติดตามจับกุมโจรสลัดชาวอินโดนีเซีย ๑๐ คน ที่ปฏิบัติการปล้นเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทยขณะขนส่งน้ำมันจากประเทศไทยไปยังรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของมาเลเซีย
          ๕.๑ สื่อมาเลเซียหลายแห่งรายงานว่า ดร.อาหมัด ซาฮิด ฮามิดี้ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำคณะรัฐมนตรีหลายกระทรวงเดินทางไปตรวจความคืบหน้าการก่อสร้างศูนย์ราชการชายแดนที่บูกิตกายูฮิตัม ซึ่งอยู่ติดกับด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคเหนือของมาเลเซีย ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ซึ่งมีเป้าประสงค์ต้องการพัฒนามาเลเซียให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิส ติกส์ ของภูมิภาคอาเซียน
          ภายหลังเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนากลุ่มอาคารสำนักงานศูนย์ราชการชายแดนบูกิตกายูฮิตัม รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เปิดเผยว่า การก่อสร้าง เฟสที่ ๑ คือ อาคารตรวจรถบรรทุกขนาดใหญ่ ได้ก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหมายความว่าการก่อสร้างคืบหน้าไปแล้วกว่า ร้อยละ ๖๐ และกำหนดให้ด่านบูกิตกายูฮิตัม เปิดบริการวันละ ๒๐ ชั่วโมงตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน และเตรียมเปิดให้บริการ ๒๔ ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๑

    (A new complex for heavy vehicles passing through the Malaysia-Thailand border will be set up at the Immigration, Customs, Quarantine and Security (ICQS) facility here. Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi, who announced this after chairing a high-level committee meeting on the ICQS security here, said the new Heavy Vehicles Complex makes up 60% of Phase 1 of ICQS.  The remaining 40% comprises a Light Vehicle Complex, Operational and Administrative Office as well as public amenities. “Five departments and agencies will start operating at the ICQS on Nov 1.
    Also present were Transport Minister Datuk Seri Liow Tiong Lai, Deputy Home Minister Datuk Nur Jazlan Mohamed and Deputy Defence Minister Datuk Seri Mohd Johari Baharum.
    The full handing over of the new RM425mil complex by the developer, Syarikat Northern Gateway Infrastructure Sdn Bhd, will be carried out at a later date.

    The ICQS will open for 20 hours a day from Nov 1. From January onwards, it will operate around the clock.
    Dr Ahmad Zahid expressed confidence that all issues and problems could be overcome in order to realise the aspirations of Prime Minister Datuk Seri Najib Tun Razak to turn Malaysia into a transportation and logistical hub for the Asean region.)

    ที่มาข้อมูล ; http://thestar.com.my/news/nation/2017/09/04/new-complex-at-checkpoint-dpm-structure-at-msiathai-border-makes-up-60-of-phase-1-of-icqs/
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1388181​
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/09/275835/bukit-kayu-hitam-icqs-opens-today-heavy-vehicles-be-fully-operational-nov

          ๕.๑.๑ สำนักข่าวเบอนามา รายงานว่า คณะผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลมาเลเซีย นำโดย ดาโต๊ะไซนัล อาบีดีน ออสมาน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NCER) อยู่ระหว่างการเดินทางเยือนยุโรปพบปะกับนักธุรกิจเยอรมัน อังกฤษและฝรั่งเศส เพื่อเชิญชวนให้เข้ามาลงทุนในรัฐภาคเหนือของมาเลเซีย ซึ่งประกอบด้วยเปอร์ลิส เคดาห์ ปีนัง และเปรัค

    (Highlighting the "excellent opportunities" in its region in northern Malaysia, the dedicated agency for promoting investments and development, a high-powered delegation of the Koridor Utara Malaysia (KUM) is currently visiting three European nations - Germany, France and the United Kingdom - to court investors. The delegation, comprising Datuk Seri Zainal Abidin Osman, special adviser to the Prime Minister on the Northern Corridor Economic Region (NCER) and Datuk Redza Rafiq, KUM's chief executive, are holding talks with potential investors and facilitate their entry into the four-state KUM region comprising Perlis, Kedah, Penang and Perak.)
          
    ๕.๑.๒ สำนักข่าวเบอนามา รายงานเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ว่า สภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งมาเลเซีย คาดการณ์ว่า มูลค่าการค้าระหว่างมาเลเซียและไทยจะบรรลุเป้าหมาย มีมูลค่าการค้ารวม ๓ หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ๒๕๖๑ ทั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมาตรการส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างกัน
          รองประธานหอการค้าและอุตสาหกรรมมาเลเซีย บอกว่า ก่อนหน้านี้ สภาหอการค้าไทย ได้จัดทำแผนส่งเสริมการค้าชายแดน ซึ่งขณะนี้มีสัดส่วนประมาณร้อยละ ๖๐ ของมูลค่าการค้าทวิภาคีไทย-มาเลเซีย ซึ่งหนึ่งแผน ก็คือ การเปิดบริการด่านศุลกากรที่ชายแดนทั้งสองประเทศ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ทั้งนี้ทั้งสองประเทศ จะต้องปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก เพื่อสนับสนุนการขนส่งและโลจิสติกส์ที่ชายแดน เพื่อกระตุ้นการค้าของทั้งสองประเทศ

    (Encouraging greater cross-border trade and investments will help both Malaysia and Thailand in achieving US$30 billion (US$1 = RM4.29) worth of bilateral trade by 2018, said the National Chamber of Commerce and Industry of Malaysia (NCCIM). Vice-President Datuk Liew Sew Yee said the Thailand Chamber of Commerce and Board of Trade (TCC/BOT) had submitted proposals to boost border trade, which accounted for over 60 per cent of the current trade between both countries.
    He said they have proposed for a 24-hour custom operation at the border to facilitate movement of goods. "Both countries should also improve facilities such as transportation and logistic infrastructure at the border to further improve trade. We will study these requests and speak to the government," he told reporters after a visit by a 60-member trade delegation from the chamber and the board here today.)

          ๕.๒ Nikkei Asian Review เผยแพร่บทความ Rakhine conflict could ignite regional religious tensions (ความขัดแย้งในรัฐยะไข่ อาจปะทุความตึงเครียดระหว่างศาสนาในภูมิภาค) เมื่อวันที่ ๔ กันยายน มีเนื้อหาสรุปได้ว่า ความรุนแรงในรัฐยะไข่ที่ปะทุขึ้นมาอีกครั้ง ได้เปิดรอยแตกแยกที่อันตรายในภูมิภาคอาเซียน และเป็นภัยคุกคาม อาจก่อให้เกิดความแตกแยกระหว่างผู้ศรัทธาในพุทธศาสนากับผู้ศรัทธาในอิสลาม ซึ่งต่างก็เป็นศาสนาหลักในภูมิภาค ทั้งนี้ในยุคปัจจุบัน ไม่เคยปรากฏว่า มีความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างศาสนิกทั้งสองศาสนา ซึ่งใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสันติมานานหลายศตวรรษ แต่ถ้าหากความขัดแย้งในรัฐยะไข่ยังดำเนินต่อไป ก็มีโอกาสที่เกิดภยันตรายคุกคามเสถียรภาพทางสังคมมากยิ่งกว่าภัยคุกคามในภูมิภาคที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ จากน้ำมือของนักรบกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า สาธารณรัฐอิสลาม (IS) ที่เดินทางกลับจากตะวันออกกลางเสียอีก
         “ตอนนี้มีสัญญานเตือนภัยว่า มีโอกาสเกิดความแตกแยกระหว่างคนต่างศาสนา ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของอาเซียน” , ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ อดีตเลขาธิการอาเซียน
          ความรุนแรงระหว่างชาวพุทธและชาวมุสลิม ในดินแดนที่ห่างไกล ในรัฐยะไข่ในภาคตะวันตกของเมียนมาร์ ซึ่งปะทุขึ้นในวันที่ ๒๕ สิงหาคม ได้ทำให้เกิดสิ่งที่คาดไม่ถึง คือ มีความตึงเครียดปะทุขึ้นในหลายประเทศ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในรัฐยะไข่ที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตกว่า ๔๐๐ คน และประชาชนต้องพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่กว่า ๔ หมื่นคน ภายในเวลาไม่กี่วัน

    (The resurgence of violence in Myanmar's Rakhine state has opened a dangerous fissure in Southeast Asia that threatens to divide the two most important religious faiths in the region: Buddhism and Islam. Never in modern times have tensions been so high between faiths that have coexisted peacefully in this region for centuries. If the trend continues, it could become a more dangerous threat to social stability than that posed by Islamic State fighters returning from the Middle East.
    "There is the prospect of an alarming divide that could derail ASEAN," commented Surin Pitsuwan, the former Secretary General of the Association of Southeast Asian Nations.
    Incredible though it may seem, that violence between the Buddhist Rakhine and Muslim Rohingya populations in remote western Myanmar could stoke tensions in other countries, consider the following incidents just days after the Aug. 25 upsurge of violence in northern Rakhine state, which left more than 400 dead and displaced at least 40,000 within a few days.)
    หมายเหตุบทความชิ้นนี้เขียนโดย Michael Vatikiotis, Asia Director of the Centre for Humanitarian Dilogue.
    ที่มาข้อมูล ; https://asia.nikkei.com/Viewpoints/Michael-Vatikiotis/Rakhine-conflict-could-ignite-regional-religious-tensions?n_cid=NARAN012​

                ๕.๒.๑ New Straits Times รายงานเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ระบุว่า หน่วยงานความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย กำลังติดตามประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงของไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวังการหลั่งไหลของผู้ลี้ภัยโรฮีนจาเข้าประเทศมาเลเซีย ภายหลังเกิดความรุนแรงครั้งล่าสุดในเมียนมาร์ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญานว่า จะมีชาวโรฮีนจาอพยพเข้าประเทศมาเลเซีย ก็ตาม
          ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งรัฐเคดาห์ บอกว่า หน่วยงานของเขาทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานอื่นๆ หลายแห่ง เพื่อเฝ้าระวังตลอดแนวพรมแดนทั้งบกและทางน้ำ
          เขาบอกว่า จุดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ก็คือ ช่องทางธรรมชาติตลอดแนวชายแดนระหว่างปาดังเบซาร์ถึงบูกิตกายูฮิตัม

    (Malaysian border security agencies are working closely with their counterparts in Thailand on the possible influx of refugees in wake of fresh violence in Myanmar.
    Although there is no sign as yet on the movement of the Rohingya into the country, the authorities are on full alert, sharing information with the neighbouring countries and the Interpol.
    Kedah Immigration Department director Zuhair Jamaludin said the department is also working closely with other law enforcement agencies along the Malaysia-Thai border, monitoring both land and water. Zuhair said focus would be given on the rat lanes along the border from Bukit Kayu Hitam to Padang Besar.
    "We are not worried about security at the border checkpoints but our concern is on the rat lanes along the border stretching from Bukit Kayu Hitam to Padang Besar.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/09/276508/msia-full-alert-possible-influx-rohingya-refugees

                ๕.๒.๒ สื่อมาเลเซีย รายงานเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ว่า ขณะที่ชาวมุสลิมโรฮีนจานับหมื่น ต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด หลีกหนีการปราบปรามจากรัฐบาลทหารเมียนมาร์ และประเทศไทย ไม่ต้อนรับผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้ ก็คาดได้ว่า ผู้อพยพทางเรือชาวโรฮีนจาจะมุ่งหน้าเข้าน่านน้ำมาเลเซียเพื่อลี้ภัย
          ดาโต๊ะซุลกีฟลี อาบูบาการ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามทางทะเล บอกว่า ทางการมาเลเซียจะไม่ผลักไสผู้อพยพชาวโรฮีนจา แต่จะดูแลคนกลุ่มนี้ ในฐานะผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติด้านมนุษยธรรม
          เขาบอกทางการมาเลเซียคาดว่า ผู้อพยพชาวโรฮีนจา จะแล่นเรือมุ่งหน้าเข้าน่านน้ำมาเลเซีย โดยมีจุดหมายปลายทางที่เกาะปีนังและเกาะลังกาวี อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยังไม่มีข่าวสารว่า มีคลื่นผู้อพยพชาวโรฮีนจาเตรียมทะลักเข้ามาเลเซีย

    (As hundreds of thousands of Rohingya flee their homeland in the face of a Myanmar military crackdown and with Thailand shutting its doors on these refugees, boatloads of the displaced are expected to come seeking refuge in Malaysian waters.
    The Malaysia Maritime Enforce­ment Agency (MMEA) said the country would not turn them away but would instead treat them as victims of a humanitarian crisis.
    Its director-general Datuk Zulkifli Abu Bakar (pic) said Langkawi and Penang were the most likely targets of landings by the Rohingya although the agency had yet to receive any information about an impending influx.)
    ที่มาข้อมูล ; http://thestar.com.my/news/nation/2017/09/07/mmea-braces-itself-for-influx-of-refugees-dg-the-country-will-not-turn-them-away
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1389653​

          ๕.๓ สื่อมาเลเซียและสำนักข่าว Reuters รายงานว่า เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและปราบปรามทางทะเลของมาเลเซีย ได้ปฏิบัติการจู่โจมช่วยเหลือลูกเรือคนไทย ๑๔ คน ที่ถูกควบคุมตัวบนเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติไทย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๗ กันยายน หลังจากถูกโจรสลัดชาวอินโดนีเซียบุกปล้นเรือบรรทุกน้ำมันลำนี้ เมื่อวันพุธ หรือถูกควบคุมตัวนาน ๑๐ ชั่วโมง
          ปฏิบัติการครั้งนี้ เกิดขึ้นในน่านน้ำรัฐตรังกานู ประสบความสำเร็จสามารถจับกุมโจรสลัดได้ ๑๐ คน และหลบหนีไปได้ ๓ คน ส่วนลูกเรือคนไทยปลอดภัย ทั้ง๑๔ คน  

    (Malaysian authorities thwarted the hijacking of a Thai oil tanker on Thursday and arrested 10 suspected Indonesian pirates on board the ship.
    A special team from the Malaysian Maritime Enforcement Agency (MMEA) stormed the MT Tanker MGT1, off the coast of Terengganu, nearly 10 hours after it was reported missing on Wednesday.
    While the 10 were detained on the tanker, three suspects on a smaller boat nearby managed to escape, and an MMEA vessel has been sent to find them, said the agency's director-general Maritime Admiral Datuk Zulkifli Abu Bakar in a statement. The boat was spotted near the tanker by a surveillance aircraft.
    "Warning shots were fired from the aircraft when the boat tried to escape but the attempt to stop them failed as the aircraft was running low on fuel," Zulkifli said.
    Zulkifli identified the 10 suspected pirates that were arrested as Indonesian nationals. None of the 14 crew members on the tanker, all Thais, was hurt.)
    ที่มาข้อมูล ; http://thestar.com.my/news/nation/2017/09/07/malaysia-foils-hijacking-of-tanker/
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/09/277393/special-mmea-team-foils-tanker-hijack-nab-10-indonesian-pirates-pulau​

    เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

    ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

    ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

    มากกว่า 2.00

    เพิ่มมาก

    1.10 – 2.00

    เพิ่มค่อนข้างมาก

    0.60 – 1.00

    เพิ่มในระดับหนึ่ง

    0.10 – 0.50

    เพิ่มเล็กน้อย

    0.02 – 0.09

    เพิ่มเพียงเล็กน้อย

    0.00 – 0.01

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.01) – 0.00

    ค่อนข้างคงที่

    (-0.09) – (-0.02)

    ลดเพียงเล็กน้อย

    (-0.50) – (-0.10)

    ลดเล็กน้อย

    (-1.00) – (-0.60)

    ลดในระดับหนึ่ง

    (-2.00) – (-1.10)

    ลดค่อนข้างมาก

    น้อยกว่า (– 2.00)

    ลดมาก

Comment
Related