สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๔ - ๑๐ พ.ย. ๖๐

 13 พ.ย. 2560 18:30 น. | อ่าน 62
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          จากติดตามสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชนภายในประเทศในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ พบว่า ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๐๐ ( ๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐) ๑๖ ข่าวในสัปดาห์นี้)
          โดยมีประเด็นข่าวเชิงลบ ได้แก่  อาชญากรรมในพื้นที่ (คดีเหี้ยม ฆ่า ๒ ศพ แม่-ลูกสาว ๕ ขวบ ตร.มุ่งแก้แค้น พบพ่อเด็กถูกวิสามัญฯ) และ เหตุร้ายรายวัน (...๑) โจรใต้ฝังบึ้ม ๑๐ กก. หวังบอมบ์ชุดคุ้มครองตำบลที่ยะลา และ ๒) ลอบยิงเก๋งชาวบ้านปัตตานี ด.ญ. ๔ ขวบเจ็บ)
          สำหรับประเด็นข่าวเชิงบวกที่มีระดับการรับรู้สูงมาก ได้แก่ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (ลอยกระทงปักษ์ใต้ ท่ามกลางสายฝนพรำ นักท่องเที่ยวไทย-เทศ แห่ร่วมงาน), ความร่วมมือของภาคประชาชน (พี่น้อง ๓ จว.ใต้ยกย่องตูน บอดี้สแลม วิ่งผ่านด่านเกาะหม้อแกง), การช่วยเหลือประชาชน (..๑) ชงครม.ขอ ๔.๓ พันล้านวันนี้ช่วยเกษตรกรพื้นที่น้ำท่วม และ ๒) พ่อเมืองนราธิวาสเตือน ปชช. ๑๓ อำเภอ เตรียมรับมือน้ำท่วม), การเมือง (...๑) บิ๊กตู่ หอบ ครม.ประชุมสัญจรภาคใต้, ๒) ชวนคนไทยเชียร์ตูน วิ่งระดมทุน ขอวิจารณ์อย่าโยงรัฐบาล, ๓) เผยนายกฯ สั่งเร่งจัดทำผังน้ำแก้พื้นที่น้ำท่วม), การเยียวยา (โฆษก ทบ.แจง อส.ทหารพราน เหยื่อบึมจนพิการ ได้รับเงินบำรุงขวัญแล้ว), และ การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) คุมเข้ม ๓ จว.ชายแดนใต้หวั่นล้างแค้นแทน ๒ ศพ, ๒) เก็บประวัติ-ดีเอ็นเอ ๖ ผู้ต้องสงสัย โยงบึ้มทหารพรานสายบุรี ดับ ๔ ราย, ๓) ดวลสนั่นสายบุรี วิ ๒ แนวร่วมใต้, ๔) ตร.ปัตตานีแถลงคดีความมั่นคง คุมผู้ต้องหา ๒ รายวางระเบิด/กราดยิงปชช., และ ๕) ซึ้งใจ!ทหาร-ตร. ๓๐๐ นาย ส่งตูนแทน ๓ จังหวัดชายแดนใต้)
          จากสถานการณ์ข่าวดังที่กล่าวข้างต้น ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ในสัปดาห์นี้ ลดลง ร้อยละ ๑๓ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค.-๓ พ.ย.๖๐)

    ในส่วนของประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ดังนี้
          ประเด็นที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ รายงานการศึกษาอิทธิพลของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือ “ไอสิส”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย International Crisis Group องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ที่เบลเยี่ยม ที่เน้นศึกษาปัญหาความขัดแย้ง และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อนำเสนอทางออกในการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล หรือผู้เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น ได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน โดยมีข้อสรุปว่า ยังไม่พบหลักฐานว่ากลุ่มไอสิส มีอิทธิพลต่อกลุ่มแนวร่วมขบวนการปฏิวัติปาตานี เนื่องเพราะบรรดาผู้นำศาสนามุสลิมในประเทศ ทั้งที่เป็นสายจารีตนิยมและสายปฏิรูป ต่างปฏิเสธอุดมการณ์สาลาฟี-ญิฮาด ที่ประกาศโดยกลุ่มไอสิสและกลุ่มอัลกออิดะห์ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกต ว่า สื่อต่างประเทศไม่มีการนำรายงานของ ICG ไปเผยแพร่หรือเสนอบทวิเคราะห์ มีเพียง benarnews.org สื่อออนไลน์ที่ได้รับเงินอุดหนุนการดำเนินงานจากรัฐบาลอเมริกัน นำเสนอรายงานของ ICG พร้อมความเห็นของนักวิชาการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงที่มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานของ ICG
          Bernama สำนักข่าวของทางการมาเลเซียเสนอรายงานภาพด้านบวกของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะศักยภาพภาคการท่องเที่ยว เช่นเบตง ”เมืองในหมอก” ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายและปลอดภัยทำให้นักท่องเที่ยวเติบโตจาก ๔ แสนคนในปี ๒๕๕๗ กระโดดขึ้นไปที่ ๗ แสนคนในปี ๒๕๕๙
          สื่อมาเลเซียหลายสำนักเสนอข่าวเจ้าหน้าที่มาเลเซียจับกุมผู้ลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายใกล้พรมแดนเตรียมลักลอบขนเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะการจับกุมแก๊งค์ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง “ตัวนิ่ม” ที่ใกล้ชายแดนรัฐเคดาห์ เป็นประเด็นที่มีการนำเสนอมากที่สุด

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๖ (๑๑๑ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) ๑๕๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีน้ำเงิน) มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนของขาวเชิงลบที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐๐ (๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) ๑๖ ข่าวในสัปดาห์นี้) สำหรับในมิติของแนวโน้มความถี่ (เส้นปะสีแดง)  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
                เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

     ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-10-28

    15

    2

    7.50

    2017-10-29

    11

    1

    11.00

    2017-10-30

    22

    0

    22.00

    2017-10-31

    14

    0

    14.00

    2017-11-01

    21

    0

    21.00

    2017-11-02

    16

    0

    16.00

    2017-11-03

    12

    1

    12.00

     

    15.86

    0.57

    14.79

    2017-11-04

    29

    2

    14.50

    2017-11-05

    16

    3

    5.33

    2017-11-06

    19

    3

    6.33

    2017-11-07

    29

    3

    9.67

    2017-11-08

    26

    4

    6.50

    2017-11-09

    21

    1

    21.00

    2017-11-10

    11

    0

    11.00

     

    21.57

    2.29

    10.62

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ไม่มีทั้งข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข (ไม่มีข่าวในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มากว่า  ๓ สัปดาห์แล้ว (๒๘ ต.ค. – ๑๐ พ.ย.๖๐))
          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีความถี่ เพิ่มขึ้น  กล่าวคือ จากที่ไม่มีข่าวเลยในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) เป็นมี ๒ ข่าวในสัปดาห์นี้ ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวได้แก่ ๑) โจรใต้ฝังบึ้ม ๑๐ กก. หวังบอมบ์ชุดคุ้มครองตำบลที่ยะลา และ ๒) ลอบยิงเก๋งชาวบ้านปัตตานี ด.ญ. ๔ ขวบเจ็บ

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๓ (๙ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐)  ๑๒ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่ลดลง ร้อยละ ๑๐๐ (จาก ๑ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐)  เป็นไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่ มีแนวโน้มฯ ต่ำค่อนข้างคงที่ ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมืองที่เกี่ยวข้องกับ จชต. ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ หอบ ครม.ประชุมสัญจรภาคใต้, ๒) ชวนคนไทยเชียร์ตูน วิ่งระดมทุน ขอวิจารณ์อย่าโยงรัฐบาล, ๓) เผยนายกฯ สั่งเร่งจัดทำผังน้ำแก้พื้นที่น้ำท่วม, ๔) หน.คสช.งัด ม.๔๔ ตั้ง คกก.แก้ปัญหา กรณีพิสูจน์สัญชาติใน ๒๒ จว.ติดทะเล, ๕) ใช้การพัฒนาดับไฟใต้ต้องโปร่งใส ไร้เงินทอน และ ๖) บิ๊กฉัตรสั่ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมปลาย เดือน ธ.ค.

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๕๐ (๔ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐)  ๑๐ ข่าว ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีความถี่เพิ่มขึ้น จากไม่มีข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๑ – ๒๗ ต.ค.๖๐)  เป็นมี ๑ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มของความถี่ มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) คุมเข้ม ๓ จว.ชายแดนใต้หวั่นล้างแค้นแทน ๒ ศพ, ๒) เก็บประวัติ-ดีเอ็นเอ ๖ ผู้ต้องสงสัย โยงบึ้มทหารพรานสายบุรี ดับ ๔ ราย, ๓) ดวลสนั่นสายบุรี วิ ๒ แนวร่วมใต้, ๔) ตร.ปัตตานีแถลงคดีความมั่นคง คุมผู้ต้องหา ๒ รายวางระเบิด/กราดยิงปชช., และ ๕) ซึ้งใจ!ทหาร-ตร. ๓๐๐ นาย ส่งตูนแทน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ โจรใต้เหิมขู่ เลือดแลกด้วยเลือด ล้างแค้นพวกถูกวิฯ ๒ ศพ

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีความถึ่ลดลงร้อยละ ๓๑  (๑๓ ข่าวในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) ๙ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ ลดลง ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มี ความถี่เพิ่มขึ้น จากไม่มีข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) เป็นมี ๓ ข่าวในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มความถี่  มีแนวโน้มฯ เพิ่มขึ้น ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) ศุลกากรจับบุหรี่หนีภาษีมูลค่า ๔ ล้าน เข้มมาตรการชี้โรงงานยาสูบขาดทุน, ๒) ECF เปิดแผน ๓ ปี (๖๑ – ๖๓) ตั้งเป้ายอดขายจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ๒ พันล้านบาท ควบคู่ลุยธุรกิจพลังงานต่อเนื่อง, ๓) จับกระแสภูมิภาค: อบรมทำขนมเครือข่ายแอพพ์ไลน์ และ ๔) กรมส่งเสริมสหกรณ์ยกทัพสินค้าเกรดพรีเมี่ยมจำหน่ายตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ๖ – ๒๖ พ.ย.นี้ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ยางราคาตกจ่อถอด บอร์ดผู้ว่าฯ กยท.

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                
    ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐ ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นข่าวเชิงลบ
    มี ๒ ประเด็น ได้แก่
    อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ คดีเหี้ยม ฆ่า ๒ ศพ แม่-ลูกสาว ๕ ขวบ ตร.มุ่งแก้แค้น พบพ่อเด็กถูกวิสามัญฯ
    - เหตุร้ายรายวันได้แก่ ๑) โจรใต้ฝังบึ้ม ๑๐ กก. หวังบอมบ์ชุดคุ้มครองตำบลที่ยะลา และ ๒) ลอบยิงเก๋งชาวบ้านปัตตานี ด.ญ. ๔ ขวบเจ็บ
    ประเด็นข่าวเชิงบวก
    -  เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่  ๑) ศุลกากรจับบุหรี่หนีภาษีมูลค่า ๔ ล้าน เข้มมาตรการชี้โรงงานยาสูบขาดทุน, ๒) ECF เปิดแผน ๓ ปี (๖๑ – ๖๓) ตั้งเป้ายอดขายจากธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ ๒ พันล้านบาท ควบคู่ลุยธุรกิจพลังงานต่อเนื่อง, ๓) จับกระแสภูมิภาค: อบรมทำขนมเครือข่ายแอพพ์ไลน์ และ ๔) กรมส่งเสริมสหกรณ์ยกทัพสินค้าเกรดพรีเมี่ยมจำหน่ายตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ๖ – ๒๖ พ.ย.นี้
    -  การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) คุมเข้ม ๓ จว.ชายแดนใต้หวั่นล้างแค้นแทน ๒ ศพ, ๒) เก็บประวัติ-ดีเอ็นเอ ๖ ผู้ต้องสงสัย โยงบึ้มทหารพรานสายบุรี ดับ ๔ ราย, ๓) ดวลสนั่นสายบุรี วิ ๒ แนวร่วมใต้, ๔) ตร.ปัตตานีแถลงคดีความมั่นคง คุมผู้ต้องหา ๒ รายวางระเบิด/กราดยิงปชช., และ ๕) ซึ้งใจ!ทหาร-ตร. ๓๐๐ นาย ส่งตูนแทน ๓ จังหวัดชายแดนใต้
    -  การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) เตือนริมแม่น้ำโก-ลกรับมือน้ำท่วม ปภ.แนะเกาะติดข่าวฝนฟ้ากรมอุตุฯ, ๒) ทช.นำร่อง ๒๔ หาดปลอดบุหรี่ อนาคตคลีนแอร์ เสน่ห์เที่ยวทะเลไทย และ ๓) ก้าวเล็กๆแต่ยิ่งใหญ่!เยาวชนชายแดนใต้เร่งพัฒนาทักษะสื่อสารหวังร่วมพัฒนา-แก้ปัญหาพื้นที่
    -  การศึกษา ได้แก่ ๑) อาชีวศึกษายุคฟ้าหลังฝนรอยยิ้มบนสรวงสวรรค์และคนบนโลกวันนี้ และ ๒) โครงการจุฬาฯ-ชนบท
    -  การเยียวยา ได้แก่ โฆษก ทบ.แจง อส.ทหารพราน เหยื่อบึมจนพิการ ได้รับเงินบำรุงขวัญแล้ว
    -  ยาเสพติด ได้แก่ ๑) ปส.สกัดรวบแก๊งค้ายาเสพติด ยึดยาบ้า ๒ แสนเม็ดมูลค่า ๔๑ ล้านบาท และ ๒) รายได้ไม่พอ! รับจ้างขนยาบ้า ถูก ตร.ปัตตานีรวบพร้อมของกลางอื้อ
    -  เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ บังคับค่ายมือถือ สแกนนิ้ว – หน้ รีจิสเตอร์ซิมการ์ด
    -  การเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กตู่ หอบ ครม.ประชุมสัญจรภาคใต้, ๒) ชวนคนไทยเชียร์ตูน วิ่งระดมทุน ขอวิจารณ์อย่าโยงรัฐบาล, ๓) เผยนายกฯ สั่งเร่งจัดทำผังน้ำแก้พื้นที่น้ำท่วม, ๔) หน.คสช.งัด ม.๔๔ ตั้ง คกก.แก้ปัญหา กรณีพิสูจน์สัญชาติใน ๒๒ จว.ติดทะเล, ๕) ใช้ การพัฒนาดับไฟใต้ต้องโปร่งใส ไร้เงินทอน และ ๖) บิ๊กฉัตรสั่ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้รับมือน้ำท่วมปลาย เดือน ธ.ค.
    -  การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) ศอ.บต.สร้างขวัญให้พระภิกษุและชาวไทยพุทธพื้นที่ชายแดนภาคใต้ และ ๒) ทูตสันติสุข บังเกิดขึ้นแล้ว
    -  การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ ๑) เตือนดีเปรสชัน จ่อขึ้นฝั่งสุราษฎร์-กระทบ ๑๔ จว. ฝนตกชุกน้ำป่าหลาก, ๒) ชงครม.ขอ ๔.๓ พันล้านวันนี้ช่วยเกษตรกรพื้นที่น้ำท่วม และ ๓)  พ่อเมืองนราธิวาสเตือน ปชช. ๑๓ อำเภอ เตรียมรับมือน้ำท่วม
    ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ พี่น้อง ๓ จว.ใต้ยกย่องตูน บอดี้สแลม วิ่งผ่านด่านเกาะหม้อแกง
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ลอยกระทงปักษ์ใต้ ท่ามกลางสายฝนพรำ นักท่องเที่ยวไทย-เทศ แห่ร่วมงาน

          ๔.๒ ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level: AI) ต่อสถานการณ์ จชต.

          จากสถานการณ์ข่าวที่เกิดขึ้นจากการนำเสนอของสื่อมวลชน ส่งผลให้การรับรู้เชิงบวกที่มีต่อสถานการณ์ จชต. ลดลง ร้อยละ ๑๓ (๓.๐๒ ในสัปดาห์ที่แล้ว (๒๘ ต.ค. - ๓ พ.ย.๖๐) ๒.๖๒ ในสัปดาห์นี้) ในมิติของแนวโน้มการรับรู้เชิงบวก มีแนวโน้มฯ​ ลดลง

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๔ – ๑๐ พ.ย.๖๐
          ประเด็นที่เกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีประเด็นสำคัญเกี่ยวกับ รายงานการศึกษาอิทธิพลของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลามหรือ “ไอสิส”ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดย International Crisis Group องค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ที่เบลเยี่ยม ที่เน้นศึกษาปัญหาความขัดแย้ง และเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลก เพื่อนำเสนอทางออกในการแก้ปัญหาให้กับรัฐบาล หรือผู้เกี่ยวข้องกับปัญหานั้น ได้เผยแพร่รายงานฉบับนี้เมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน โดยมีข้อสรุปว่า ยังไม่พบหลักฐานว่ากลุ่มไอสิส มีอิทธิพลต่อกลุ่มแนวร่วมขบวนการปฏิวัติปาตานี เนื่องเพราะบรรดาผู้นำศาสนามุสลิมในประเทศ ทั้งที่เป็นสายจารีตนิยมและสายปฏิรูป ต่างปฏิเสธอุดมการณ์สาลาฟี-ญิฮาด ที่ประกาศโดยกลุ่มไอสิสและกลุ่มอัลกออิดะห์ อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกต ว่า สื่อต่างประเทศไม่มีการนำรายงานของ ICG ไปเผยแพร่หรือเสนอบทวิเคราะห์ มีเพียง benarnews.org สื่อออนไลน์ที่ได้รับเงินอุดหนุนการดำเนินงานจากรัฐบาลอเมริกัน นำเสนอรายงานของ ICG พร้อมความเห็นของนักวิชาการและเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงที่มีความเห็นสอดคล้องกับรายงานของ ICG
          Bernama สำนักข่าวของทางการมาเลเซียเสนอรายงานภาพด้านบวกของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะศักยภาพภาคการท่องเที่ยว เช่นเบตง”เมืองในหมอก”ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายและปลอดภัยทำให้นักท่องเที่ยวเติบโตจาก ๔ แสนคนในปี ๒๕๕๗ กระโดดขึ้นไปที่ ๗ แสนคนในปี ๒๕๕๙
          สื่อมาเลเซียหลายสำนักเสนอข่าวเจ้าหน้าที่มาเลเซียจับกุมผู้ลักลอบขนสินค้าผิดกฏหมายใกล้พรมแดนเตรียมลักลอบขนเข้าประเทศไทย โดยเฉพาะการจับกุมแก๊งค์ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง “ตัวนิ่ม” ที่ใกล้ชายแดนรัฐเคดาห์ เป็นประเด็นที่มีการนำเสนอมากที่สุด
          ๕.๑ International Crisis Group เผยแพร่รายงาน “Jihadism in Southern Thailand: A Phantom Menace” (ความกลัวลัทธิจญิฮาด ในจชต.) เมื่อวันพุธที่ ๘ พฤศจิกายน ที่มีเนื้อหาพูดถึง การเกิดขึ้นของความรุนแรงที่เชื่อมโยงกับสมาชิกลุ่มไอสิสในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้เกิดคำถามว่า ไอสิสและลัทธิญิฮาดสากลมีอิทธิพลต่อความคิดและปฏิบัติการของกลุ่มแนวร่วมขบวนการปฏิวัติปาตานี หรือไม่ ซึ่งรายงานฉบับนี้ สรุปว่า จนถึงปัจจุบันไม่มีหลักฐานว่ากลุ่มลัทธิญิฮาดได้เข้าไปมีอิทธิพลต่อบรรดาแนวร่วมแบ่งแยกดินแดน ซึ่งกำลังต่อสู้เพื่อปลดแอกมาตุภูมิของตนที่เรียกว่าปาตานี
    โดยมีเหตุผลสนับสนุน ดังนี้
          ในจังหวัดภาคใต้ตอนล่างของไทย ยังไม่ปรากฎแบบแผนความเกี่ยวข้องกับกลุ่มไอสิสหรือกลุ่มญิฮาดอื่น ๆ อย่างชัดเจน เหตุผลหนึ่งเป็นเพราะสังคมมุสลิมเชื้อสายมาลายูของไทย ไม่ได้เป็นกลุ่มที่มีความเห็นพ้องกับลัทธิญิฮาดข้ามชาติ บรรดาผู้นำศาสนามุสลิมในประเทศ ทั้งที่เป็นสายจารีตนิยมและสายปฏิรูป ต่างปฏิเสธอุดมการณ์สาลาฟี-ญิฮาด ที่ประกาศโดยกลุ่มไอสิสและกลุ่มอัลกออิดะห์
          รายงานของ ICG เสนอแนะต่อรัฐบาลไทยให้ดำเนินนโยบายแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ บนแนวทางการเปิดกว้างรับฟังข้อเสนอแนะของทุกกลุ่มรวมทั้งกลุ่มที่เห็นต่างจากรัฐไทย
          เพื่อรับมือกับความเสี่ยงในหลายระดับเหล่านี้ รัฐบาลไทยและขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี ควรสื่อสารอย่างชัดเจนกับกลุ่มสนับสนุนของตนในจังหวัดชายแดนใต้ว่า พวกเขาต่างรับฟังอย่างจริงจังต่อความหวังทางสังคมและข้อกังวล รวมทั้งความทุกข์ใจของแนวร่วมก่อความไม่สงบกลุ่มต่าง ๆ หากทำเช่นนี้ได้ รัฐบาลไทยจะสามารถเพิ่มพลังให้กับกระบวนการเจรจาสันติภาพกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ทำให้กลุ่มนี้เข้ามามีส่วนร่วม ทั้งนี้เพื่อหาทางออกทางการเมืองให้กับจังหวัดชายแดนใต้ โดยอยู่บนพื้นฐานการกระจายอำนาจ กล่าวโดยทั่วไปแล้ว รัฐบาลควรคืนสิทธิที่จะมีการแสงออกอย่างเสรีและการชุมนุมทางการเมืองให้กับประชาชน เพื่อให้พวกเขาสามารถคิดวิเคราะห์ความต้องการที่สอดคล้องกับท้องถิ่น และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสันติได้
    ที่มาข้อมูล บทสรุปผู้บริหาร รายงาน ICG ; https://www.crisisgroup.org/th/asia/south-east-asia/thailand/291-jihadism-southern-thailand-phantom-menace

                ๕.๑.๑ benarnews.org หน้าเวปภาษาไทยและภาษาอังกฤษ นำเสนอรายงานของ ICG และความเห็นของนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญจังหวัดชายแดนภาคใต้และเจ้าหน้าที่หน่วยงานความเห็นสอดคล้องกับ ICG ว่า ยังไม่พบหลักฐานว่ามีความเชื่อมโยงระหว่างไอสิส กับ ขบวนการแบ่งแยกดินแดนปาตานี
          ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี ผู้อำนวยการศูนย์เฝ้าระวังสถานการณ์ภาคใต้ กล่าวกับผู้สื่อข่าวเบนาร์นิวส์ว่า ยังไม่พบหลักฐานหรือรายงานชัดเจนเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มอุดมการณ์รัฐอิสลาม
          “ทางนี้มีแนวคิดชาตินิยมมลายูอิสลามท้องถิ่น ไม่เน้นเรื่องหลักสากล ส่วนกลุ่มไอเอส มีอัตลักษณ์ที่เป็นอิสลามสากล อุดมการณ์ของสองกลุ่ม ยังไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้โดยตรง รวมถึงการปฏิบัติการ การใช้ความรุนแรง เหี้ยมโหด การต่อสู้ของขบวนการในภาคใต้มีความเหี้ยมโหด แต่จะไม่ทำพลเรือนและผู้บริสุทธิ์ เพราะจะมีผลกับความรู้สึกของประชาชนในพื้นที่" ผศ.ดร.ศรีสมภพ กล่าว
          ดร.ศรีสมภพ ยังระบุว่า “มีสมาชิกไอเอสพยายามที่จะเข้ามาปลุกระดมบ้าง ในลักษณะบุคคลเข้ามาหลบซ่อนตัว แต่ไม่ได้เข้ามาก่อความรุนแรง เพราะเงื่อนไขไม่พร้อม.. อาจจะมีคนในพื้นที่เชื่อในหลักการของกลุ่มไอเอส แต่น่าจะเป็นลักษณะตัวบุคคลมากกว่าเรื่องแนวคิด อุดมการณ์"
          ทางด้านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ ไม่ประสงค์ออกนามรายหนึ่ง เผยกับเบนาร์นิวส์ว่า “การข่าวของกลุ่มงานความมั่นคงพบว่า น่าจะมีการเข้ามาในพื้นที่ภาคใต้แล้ว ผ่านแนวตะเข็บชายแดนในหลายอำเภอของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้อย่างแน่นอน ทำให้ต้องยืนยันไปว่ายังไม่มี ส่วนการทำงานเชิงลึกก็มีการเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ แต่กลุ่มเหล่านี้เข้ามาในลักษณะแฝงตัวเฉพาะบุคคล ไม่ได้เข้ามาในรูปขององค์กรณ์ หรือ ขบวนการ ทำให้ยากต่อการเฝ้าระวัง” และยังระบุด้วยว่า “สมาชิกกลุ่มไอเอสที่เข้ามาแล้วมีความพยายามปลุกระดมกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่อยู่ แต่กลุ่มคนในพื้นที่ ไม่น่าจะเข้าร่วมกับกลุ่มนี้ เพราะมีแนวคิดคนละอย่าง หรืออาจจะมีเงื่อนไขอย่างอื่นที่เรายังไม่รู้ ที่ทำให้เขายังปรับให้เข้ากันไม่ได้ ก็เป็นได้”
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/thai/news/TH-ICG-study-11092017182447.html
    http://www.benarnews.org/english/news/thai/icg-report-11092017170532.html

          ๕.๒ สำนักข่าว bernama รายงานเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน บรรยายประสบการณ์ของผู้สื่อข่าวที่ได้ร่วมคณะสื่อมวลชนมาเลเซียและบล็อกเกอร์ ๒๕ คน เดินทางเยี่ยมเยือน จชต.เริ่มต้นอ.เบตง อ.สุไหงโกลก จ.ปัตตานีและจ.สงขลา ในระหว่างวันที่ ๒ ถึง ๖ ตุลาคมที่ผ่านมา ตามคำเชิญของสมาคมสื่อมวลชนภาคใต้
          ผู้สื่อข่าวเบอนามา บรรภาพอ.เบตง ว่า เป็นเมืองในฝันที่ตั้งอยู่ในหุบเขาห้อมล้อมด้วยป่าไม้ อากาศเย็นตลอดทั้งปี ในสมญา”เมืองในหมอก” รายงานชิ้นนี้ให้ข้อมูลการพัฒนาสาธารณูปโภคและแหล่งท่องเที่ยวไอร์เยอร์เวง ว่า ในปี ๒๕๖๒ การกอ่สร้างสกายวอล์คจะแล้วเสร็จพร้อมกับสนามบินเบตงก็จะเปิดให้บริการ
          นายดำรง ดีสกุล นายอำเภอเบตง ตั้งเป้าการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวว่า ปี ๒๕๖๐ มีเป้าหมาย ๑.๒ ล้านคน กระโดดจาก ๗ แสนคนในปี ๒๕๕๙ และ ๔ แสนคนในปี ๒๕๕๗
          นายอำเภอเบตงบอกกับผู้สื่อข่าวมาเลเซียว่า เบตงไม่มีเหตุรุนแรงมาสองปีแล้ว เพราะประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาช่วยระแวดระวังให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร

    (Betong district head Damrong Deesakun said they had targeted 1.2 million tourists to visit Betong this year. Three years ago, there were 400,000 tourist arrivals, with the number rising to 700,000 last year. He said besides the misty mountains of Airyerweng, Betong also has other attractions like flower gardens and hot springs, as well as the caves where the communists used to hide. “The safety factor is among the reasons more tourists are now coming to Betong as we’ve not had any incidents over the last two years,” he said, adding that the local community also cooperated with the police and military to prevent insurgents from infiltrating Betong. “The local people here are the eyes and ears of our security forces and they help to take care of this area’s security,” he said.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/travel/article/thailands-misty-town-of-betong-lures-tourists#PYle34JhatTpOWk0.97
    http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1407738​

          ๕.๓ สื่อมาเลเซีย รายงานว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานวนอุทยานและสัตว์ป่ารัฐเคดาห์จับกุมนักค้าสัตว์ป่าคุ้มครองพร้อมของกลางตัวนิ่ม ๘๕ ตัวมูลค่า ๓ แสน ๕ หมื่นริงกิตได้ที่บ้านหลังหนึ่ง ที่จังโหลนใกล้ด่านบูกิตกายูฮิตัม ติดกับอ.สะเดา เจ้าหน้าที่จับกุมผู้ต้องหาชาวเมาเลเซียได้หนึ่งคน ในที่เกิดเหตุพบพาสปอร์ตไทยสองเล่ม สันนิษฐานว่าทั้งสองคนหลบหนีการจับกุม

    (A total of 85 live pangolins worth an estimated RM350,000 were seized by the Kedah Department of Wildlife and National Parks on Tuesday. Department director Muhammad Ali Che Aman said a raid was carried out at a house in Kampung Darat, Changloon, at 7.45am, where they found the animals. He said that a 37-year-old Malaysian was arrested but two other Thai nationals – who left their passports behind – managed to escape.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/nation/2017/11/08/wildlife-dept-rescues-85-thailand-bound-pangolins-near-border/
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/11/300869/85-pangolins-rescued-house-suspected-animal-smuggler-detained​

                ๕.๓.๑ ทางด้านสำนักข่าวเบอนามา รายงานว่า พลันที่ลมหนาวมาเยือนจีนและเวียดนาม การลักลอบขนตัวนิ่มสัตว์ป่าคุ้มครองก็คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นตามความต้องการบรโภคของชาวจีนและเวียดนาม พร้อมทั้งระบุว่า รัฐเคดาห์ได้กลายเป็นแหล่งพักตัวนิ่มรอลักลอบขนข้ามแดนไปยังประเทศไทยเพื่อลำเลียงต่อไปยังเวียดนามและจีน

    (The arrival of winter in China and Vietnam has increased the demand for pangolins to such an extent that Kedah, which is bordering Thailand, has now become the transit point for the smuggling of the protected species.)
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1408366​

          ๕.๔ สื่อมาเลเซีย รายงานว่า เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในรัฐเคดาห์จับกุมชายสี่คนขณะขนน้ำมันพืชที่ได้รับการชดเชยราคาจากรัฐบาลมาเลเซีย มุ่งหน้าตรงไปยังพรมแดนไทย โดยจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ได้พร้อมรถยนต์และน้ำมันพืช ๓ ตัน ที่รันตูปันยังใกล้ชายแดนไทยด้านอำเภอสุไหงโกลก
          อธิบดีกรมการค้าภายในบอกว่า เชื่อว่าแก๊งค์ลักลอบขอนของผิดกฏหมายข้ามแดนพยายามอาศัยช่วงหน้าฝนขนของผิดกฏหมายดังนั้นช่วงนี้จึงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราพื้นที่

    (Four suspected smugglers from Thailand were arrested here on Saturday for illegal possession of three tonnes of subsidised Malaysian cooking oil. Kelantan Domestic Trade, Cooperatives and Consumerism ministry director Datuk Abdul Ghani Harun said the four, aged between 18 and 38, were rounded up during a special operation carried out in Rantau Panjang over the weekend.  He said the cooking oil, worth hundreds of ringgit, was seized from the suspects’ cars as they were heading towards Thailand. "The domestic officers also seized the four vehicles used in the smuggling activity,” he told a press conference in Tendong here on Monday. Abdul Ghani said the ministry will intensify its operations from time to time to nab smugglers. "We believe smugglers take advantage of the rainy season to continue their illegal activities. "Therefore, we need to beef up our checks," he added.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/11/299982/thais-nabbed-allegedly-smuggling-3-tonnes-subsidised-cooking-oil

          ๕.๕ สื่อมาเลเซียรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทหารมาเลเซียจับกุมชายมาเลเซียวัย ๒๒ ปี พร้อมใบกระท่อมน้ำหนัก ๗๐๐ กิโลกรัมได้ที่บูกิตกายูฮิตัม ขณะผู้ต้องหากำลังขับรถยนต์บรรทุกใบกระท่อมผ่านสวนยางพารามุ่งหน้าไปที่ชายแดนประเทศไทย
    (A 22-year-old Rela man was arrested after he tried to smuggle 700kg of ketum leaves worth RM66,500 into Thailand. Personnel from the 2nd Border Regiment of the Malaysian Armed Forces (MAF) nabbed the suspect at about 2.45am on  Wednesday (Nov 8) near the Sahara post at Bukit Kayu Hitam. "The vehicle was passing through the rubber plantation en route to the Thai border in a suspicious manner," he said in a statement on Thursday.)
    ที่มาข้อมูล ; https://www.thestar.com.my/news/nation/2017/11/09/rela-man-caught-trying-to-smuggle-out-ketum-leaves-worth-rm66500/

Comment
Related