สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๑๔ - ๒๐ ต.ค. ๖๐

 24 ต.ค. 2560 11:25 น. | อ่าน 114
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่ลดลงร้อยละ ๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๔๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐)
          ประเด็นเชิงลบ ได้แก่  เหตุร้ายรายวัน (...๑) ยิงถล่มฐานนราฯ-บึ้มรถทหาร, ๒) คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจที่จะแนะ ชาวบ้านจ่ายตลาดวิ่งหนีกระเจิง, ๓) คนร้ายบุกยิงชาวบ้านที่ยะลาตาย, ๔) ญาติรับศพชาวมาเลย์ เหยื่อโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. แล้ว และ ๕) ลอบวางบึ้มเสาไฟในหนองจิก เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรเร่งไล่ล่า)
          ประเด็นเชิงบวก ได้แก่ การเมือง (...๑) บิ๊กโด่งลั่นไฟใต้ไม่ดับเสี่ยงเสียดินแดน, ๒) แรงสะท้อนกลับเกินคาด ใช้คราบเสื้อแดงแขวะ ตูน โง่-วิ่งจนตาย !!, ๓) นายกฯให้กำลังใจ ตูน ชี้อย่าหวั่นไหว-ขอบคุณทำเพื่อชาติ และ ๔) มท.๑ ยังไม่รู้ตัวการโกงโครงการ ศอ.บต. ลั่นใครผิดฟันไม่เลี้ยง), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เก็บหลักฐานคนร้ายใช้ปืนยิงจุดตรวจประชารัฐสามัคคี, ๒) เปิดแล้ว! ๓ แห่ง ศูนย์ตรวจสัญชาติกัมพูชา, ๓) คุมเข้มเขตเมืองนราฯ ห้วงครบรอบ ๑๓ ปี เหตุตากใบ, ๔) โชคดีเก็บกู้ทัน โจรใต้ซุกบึ้มสวนมะพร้าว-คาดหวังใช้สังหาร จนท., ๕) รู้ตัวโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. คาดหนีออกนอกประเทศแล้ว และ ๖) โจรใต้แผนแตก เข้าพื้นที่วางบึมไม่ได้ หันมัดโคนเสาไฟที่หนองจิก), การศึกษา (...๑) ตั้งศูนย์พัฒนาครูใต้ฝึกอบรม-จัดกีฬา มอบ สอศ.ซ่อมสร้าง, ๒) เปิดคำสั่งโยกย้ายผู้บริหาร กศน.จังหวัด ๘๖ ราย และ ๓) พัฒนาผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา ๕ จชต.สู่การศึกษาไทยแลนด์ ๔.๐), กีฬา (...๑) สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กนักเรียนโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้, ๒) เทศบาลนครยะลาประกาศผลประกวดเรือพระ และ ๓) "เพชร" สดมภ์ แก้วกาญจนา นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทยวัย ๑๙ ปี จากจังหวัดนราธิวาส), การยกระดับคุณภาพชีวิต (...๑) กรมที่ดิน เร่งสำรวจออกโฉนดที่ดิน ๓ จชต.แก่ ปชช., ๒) พพ.ผุดชีวมวลชายแดนใต้ เสริมมั่นคงแก้ราคายางตก, ๓) จับทวนสวนกระแส: หาดทรายไร้บุหรี่?, ๔) นราฯสาน ‘๙๑๐๑’ ตามรอยเท้าพ่อ ๑๓ อำเภอ ๒๑๓ โครงการ, ๕) แก้มลิง พระอัจฉริยภาพในหลวง ร.๙ และ ๖) กปร. ประกวดผลงาน “เยาวชนสานต่อพระราชดำริ”), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (...๑) เทศกาลกินเจหาดใหญ่ เรียบง่าย ไร้ทรงเจ้า-ขบวนแห่ และ ๒) ร.๑๐ ทรงบำเพ็ญราชกุศล ๑๓ ตค. พระคาถาพิเศษ สงฆ์สวดถวายรัชกาลที่ ๙ รวมจิต-นั่งสมาธิ ๑๕.๕๒ น.ทั่วประเทศร่วมตักบาตรศิริราชทำบุญรำลึกแน่น), การพูดคุยเพื่อสันติสุข (บิ๊กโบ้ ยันการพูดคุยเพื่อสันติสุข ยังเดินหน้าแก้ปัญหา และพัฒนาภาคใต้), ความร่วมมือของภาคประชาชน (..๑) บริดจสโตน มอบทุนการศึกษา, ๒) ทต.ปะลุรู จ.นราธิวาส ร้อยดวงใจปลูกดอกดาวเรือง, ๓) เปิดจดหมายเหตุ สตูล สายพระเนตรที่กว้างไกล...ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ , ๔) อาชีวะ...จิตอาสา “ทำความดีเพื่อพ่อ”, ๕) พี่ตูน ลั่น ผมชอบทำ มากกว่าพูด, ๖) บริษัท กรุงเทพประกันภัย หรือ BKI มอบอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจให้แก่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก, ๗) ช่างศิลป์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว, ๘) ชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส กว่า ๓๐๐ คน เดินขบวนถือป้ายข้อความต่างๆ ต่อต้านความรุนแรงและหนุนสร้างสันติสุข และ  ๙) เอไอเอ ล่องใต้มอบ ห้องสมุดเอไอเอ), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) เปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรก, ๒) จับเนื้อ-ส้ม-ตีนไก่หนีภาษี, ๓) ผุดสถานีขนส่งสินค้าทั่ว ประเทศ, ๔) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ สายปัตตานี-ยะลา-อ.เบตง ตอน ๑, ๕) เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม รองรับเปิดสนามบินเบตง, ๖) เร่งสร้างมาตรฐานโรงคัด รองรับผลผลิตแปลงใหญ่, ๗) พพ.สานต่อพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ –หนุนชุมชนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก และ ๘) ปลุก ๒๘ สนามบินดึงเอกชนร่วมทุน PPP ให้สิทธิพัฒนาเชิงพาณิชย์บูมท่องเที่ยวหัวเมืองรอง), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (...๑) ร.๑๐ ทรงห่วง พสกนิกรอึดอัด กฎเกณฑ์พระราชพิธีมาก รับสั่งจิตอาสาพูดคุยสภาพ, ๒) รถยนต์พระที่นั่งในอดีต LAND ROVER SERIES 3 และ ๓) ที่สุดของชีวิต อ.คฑา เล่าทั้งน้ำตา เคยฟังพระราชดำรัส ร.๙ แบบใกล้ที่สุด), เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (กลาโหมเล็งส่งโดรนลาดตระเวนก่อนให้ จนท.ลงพื้นที่ชายแดนใต้), การช่วยเหลือประชาชน (เร่งรัดสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม), การบำรุงขวัญกำลังพล (ร.๑๐ พระราชทานดินฝังศพ อส.ทพ.), และ ยาเสพติด (จับหนุ่มรับจ้างขนยาบ้า)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ร้อยละ ๑๗
          ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สื่อมวลชนอาเซียนให้ความสนใจและมีการเผยแพร่มากที่สุดคือ เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนโจมตีจุดตรวจความมั่นคง ที่บ้านบานา ต.จ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ ๑๕ ตุลาคม เป็นเหตุให้ชาวมาเลเซีย ที่มีภูมิลำเนาที่อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน ถูกกระสุนปืนลูกหลง เสียชีวิต ๑ คน เหตุการณ์ดังกล่าวสื่อมาเลเซียอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงของไทยระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับวันครอบรอบ ๑๓ ปีการชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ ซึ่งมีผู้ชุมนุมถูกควบคุมตัวขึ้นรถบรรทุกทหาร ๑,๓๐๐ กว่าคนไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ในจำนวนนี้ ๘๕ คนเสียชีวิตด้วยเหตุขาดอากาศหายใจ
          เหตุคนร้ายลอบโจมตีจุดตรวจความมั่นคงที่บ้านบานาจนเป็นเหตุให้ชาวมาเลเซียเสียชีวิต ๑ คน ส่งผลให้ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตันออกมาเตือนชาวมาเลเซียให้ระมัดระวังตัวในระหว่างการท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้
          Benarnews.org สื่อที่ได้รับเงินอุดหนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน รายงานข่าว รัฐบาลไทยเตรียมจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (drone) เพื่อใช้ลาดตระเวณในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอละ ๓-๔ ลำ

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -1.295ln(x) + 19.045) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.9807ln(x) + 1.7353) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐)

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
                เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

     จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

     จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

     ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-10-07

    15.00

    1.00

    15.00

    2017-10-08

    14.00

    2.00

    7.00

    2017-10-09

    26.00

    4.00

    6.50

    2017-10-10

    23.00

    4.00

    5.75

    2017-10-11

    23.00

    7.00

    3.29

    2017-10-12

    12.00

    2.00

    6.00

    2017-10-13

    9.00

    -

    9.00

     

    17.43

    2.86

    7.51

    2017-10-14

    21

    2

    10.50

    2017-10-15

    12

    1

    12.00

    2017-10-16

    17

    11

    1.55

    2017-10-17

    15

    3

    5.00

    2017-10-18

    18

    4

    4.50

    2017-10-19

    22

    4

    5.50

    2017-10-20

    7

    4

    1.75

     

    16.00

    4.14

    5.83

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว


    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.1722ln(x) - 0.0955) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๐๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐)  ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้  ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ บิ๊กโบ้ ยันการพูดคุยเพื่อสันติสุข ยังเดินหน้าแก้ปัญหา และพัฒนาภาคใต้

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.3232ln(x) - 0.1666) เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๘๗ กล่าวคือ มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน จำนวน ๒๓ ข่าว จากที่มีจำนวน ๘ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว  (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ภาพข่าว ได้แก่ ๑) ยิงถล่มฐานนราฯ-บึ้มรถทหาร, ๒) คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจที่จะแนะ ชาวบ้านจ่ายตลาดวิ่งหนีกระเจิง, ๓) คนร้ายบุกยิงชาวบ้านที่ยะลาตาย, ๔) ญาติรับศพชาวมาเลย์ เหยื่อโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. แล้ว และ ๕) ลอบวางบึ้มเสาไฟในหนองจิก เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรเร่งไล่ล่า

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6022ln(x) - 0.155) เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๒๕ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) กล่าวคือ สัปดาห์นี้ มี ๘ ข่าว จาก ๔ ข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กโด่งลั่นไฟใต้ไม่ดับเสี่ยงเสียดินแดน, ๒) แรงสะท้อนกลับเกินคาด ใช้คราบเสื้อแดงแขวะ ตูน โง่-วิ่งจนตาย !!, ๓) นายกฯให้กำลังใจ ตูน ชี้อย่าหวั่นไหว-ขอบคุณทำเพื่อชาติ และ ๔) มท.๑ ยังไม่รู้ตัวการโกงโครงการ ศอ.บต.ลั่นใครผิดฟันไม่เลี้ยง ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ จี้สอบ ๓ ปลัดกระทรวง อุ้ม บ.เอกชน เลี่ยงภาษีส่งออกน้ำมัน

          ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.343ln(x) + 1.6163) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๒๕ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สินมีแนวโน้มความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เก็บหลักฐานคนร้ายใช้ปืนยิงจุดตรวจประชารัฐสามัคคี, ๒) เปิดแล้ว! ๓ แห่ง ศูนย์ตรวจสัญชาติกัมพูชา, ๓) คุมเข้มเขตเมืองนราฯ ห้วงครบรอบ ๑๓ ปี เหตุตากใบ, ๔) โชคดีเก็บกู้ทัน โจรใต้ซุกบึ้มสวนมะพร้าว-คาดหวังใช้สังหาร จนท., ๕) รู้ตัวโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. คาดหนีออกนอกประเทศแล้ว และ ๖) โจรใต้แผนแตก เข้าพื้นที่วางบึมไม่ได้ หันมัดโคนเสาไฟที่หนองจิก ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ มีเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ต่ำกว่า ๒๐ หน่วย รับ“ส่วย” ทั้งเรื่องยาเสพติด น้ำมันเถื่อน เป็นรายเดือน นี่หรือคือ “เมืองต้นแบบ” ที่รัฐบาลภูมิใจ

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6732ln(x) + 0.4316) เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ ๑๒๙ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) เปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรก, ๒) จับเนื้อ-ส้ม-ตีนไก่หนีภาษี, ๓) ผุดสถานีขนส่งสินค้าทั่ว ประเทศ, ๔) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ สายปัตตานี-ยะลา-อ.เบตง ตอน ๑, ๕) เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม รองรับเปิดสนามบินเบตง, ๖) เร่งสร้างมาตรฐานโรงคัด รองรับผลผลิตแปลงใหญ่, ๗) พพ.สานต่อพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ –หนุนชุมชนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก และ ๘) ปลุก ๒๘ สนามบินดึงเอกชนร่วมทุน PPP ให้สิทธิพัฒนาเชิงพาณิชย์บูมท่องเที่ยวหัวเมืองรอง สำหรับภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ กินเจนราธิวาสไม่คึกคัก ผักผลไม้ขยับขึ้นราคา เฉลี่ย กก.ละ ๑๐ – ๒๐ บาท

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    -  เหตุร้ายรายวัน ๑) ยิงถล่มฐานนราฯ-บึ้มรถทหาร, ๒) คนร้ายขว้างระเบิดใส่จุดตรวจที่จะแนะ ชาวบ้านจ่ายตลาดวิ่งหนีกระเจิง, ๓) คนร้ายบุกยิงชาวบ้านที่ยะลาตาย, ๔) ญาติรับศพชาวมาเลย์ เหยื่อโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. แล้ว และ ๕) ลอบวางบึ้มเสาไฟในหนองจิก เจ้าหน้าที่ปิดการจราจรเร่งไล่ล่า
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
     การเมือง ได้แก่ ๑) บิ๊กโด่งลั่นไฟใต้ไม่ดับเสี่ยงเสียดินแดน, ๒) แรงสะท้อนกลับเกินคาด ใช้คราบเสื้อแดงแขวะ ตูน โง่-วิ่งจนตาย !!, ๓) นายกฯให้กำลังใจ ตูน ชี้อย่าหวั่นไหว-ขอบคุณทำเพื่อชาติ และ ๔) มท.๑ ยังไม่รู้ตัวการโกงโครงการ ศอ.บต. ลั่นใครผิดฟันไม่เลี้ยง
    -  การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เก็บหลักฐานคนร้ายใช้ปืนยิงจุดตรวจประชารัฐสามัคคี, ๒) เปิดแล้ว! ๓ แห่ง ศูนย์ตรวจสัญชาติกัมพูชา, ๓) คุมเข้มเขตเมืองนราฯ ห้วงครบรอบ ๑๓ ปี เหตุตากใบ, ๔) โชคดีเก็บกู้ทัน โจรใต้ซุกบึ้มสวนมะพร้าว-คาดหวังใช้สังหาร จนท., ๕) รู้ตัวโจรใต้ยิงถล่มป้อม ตร. คาดหนีออกนอกประเทศแล้ว และ ๖) โจรใต้แผนแตก เข้าพื้นที่วางบึมไม่ได้ หันมัดโคนเสาไฟที่หนองจิก
    -  การศึกษา ได้แก่ ๑) ตั้งศูนย์พัฒนาครูใต้ฝึกอบรม-จัดกีฬา มอบ สอศ.ซ่อมสร้าง, ๒) เปิดคำสั่งโยกย้ายผู้บริหาร กศน.จังหวัด ๘๖ ราย และ ๓) พัฒนาผู้บริหารปอเนาะ-ตาดีกา ๕ จชต.สู่การศึกษาไทยแลนด์ ๔.๐
    -  กีฬา ได้แก่ ๑) สร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กนักเรียนโครงการสานฝันการกีฬาสู่ระบบการศึกษาจังหวัดชายแดนใต้, ๒) เทศบาลนครยะลาประกาศผลประกวดเรือพระ และ ๓) "เพชร" สดมภ์ แก้วกาญจนา นักกอล์ฟสมัครเล่นทีมชาติไทยวัย ๑๙ ปี จากจังหวัดนราธิวาส
    -  การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) กรมที่ดิน เร่งสำรวจออกโฉนดที่ดิน ๓ จชต.แก่ ปชช., ๒) พพ.ผุดชีวมวลชายแดนใต้ เสริมมั่นคงแก้ราคายางตก, ๓) จับทวนสวนกระแส: หาดทรายไร้บุหรี่?, ๔) นราฯสาน ‘๙๑๐๑’ ตามรอยเท้าพ่อ ๑๓ อำเภอ ๒๑๓ โครงการ, ๕) แก้มลิง พระอัจฉริยภาพในหลวง ร.๙ และ ๖) กปร. ประกวดผลงาน “เยาวชนสานต่อพระราชดำริ”
    -  วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) เทศกาลกินเจหาดใหญ่ เรียบง่าย ไร้ทรงเจ้า-ขบวนแห่ และ ๒) ร.๑๐ ทรงบำเพ็ญราชกุศล ๑๓ ตค. พระคาถาพิเศษ สงฆ์สวดถวายรัชกาลที่ ๙ รวมจิต-นั่งสมาธิ ๑๕.๕๒ น.ทั่วประเทศร่วมตักบาตรศิริราชทำบุญรำลึกแน่น
    -  การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ บิ๊กโบ้ ยันการพูดคุยเพื่อสันติสุข ยังเดินหน้าแก้ปัญหา และพัฒนาภาคใต้
    -  ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ ๑) บริดจสโตน มอบทุนการศึกษา, ๒) ทต.ปะลุรู จ.นราธิวาส ร้อยดวงใจปลูกดอกดาวเรือง, ๓) เปิดจดหมายเหตุ สตูล สายพระเนตรที่กว้างไกล...ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ , ๔) อาชีวะ...จิตอาสา “ทำความดีเพื่อพ่อ”, ๕) พี่ตูน ลั่น ผมชอบทำ มากกว่าพูด,
    ๖) บริษัท กรุงเทพประกันภัย หรือ BKI มอบอุปกรณ์เครื่องช่วยหายใจให้แก่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก, ๗) ช่างศิลป์รวมใจเป็นหนึ่งเดียว, ๘) ชาวไทยพุทธและมุสลิมในพื้นที่ อ.เมือง จ.นราธิวาส กว่า ๓๐๐ คน เดินขบวนถือป้ายข้อความต่างๆ ต่อต้านความรุนแรงและหนุนสร้างสันติสุข และ  ๙) เอไอเอ ล่องใต้มอบ ห้องสมุดเอไอเอ
    -  เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) เปิดตลาดกลางน้ำยางสดแห่งแรก, ๒) จับเนื้อ-ส้ม-ตีนไก่หนีภาษี, ๓) ผุดสถานีขนส่งสินค้าทั่ว ประเทศ, ๔) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๔๑๐ สายปัตตานี-ยะลา-อ.เบตง ตอน ๑, ๕) เร่งก่อสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม รองรับเปิดสนามบินเบตง, ๖) เร่งสร้างมาตรฐานโรงคัด รองรับผลผลิตแปลงใหญ่, ๗) พพ.สานต่อพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ ๙ –หนุนชุมชนสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก และ ๘) ปลุก ๒๘ สนามบินดึงเอกชนร่วมทุน PPP ให้สิทธิพัฒนาเชิงพาณิชย์บูมท่องเที่ยวหัวเมืองรอง
    -  การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) ร.๑๐ ทรงห่วง พสกนิกรอึดอัด กฎเกณฑ์พระราชพิธีมาก รับสั่งจิตอาสาพูดคุยสภาพ, ๒) รถยนต์พระที่นั่งในอดีต LAND ROVER SERIES 3 และ ๓) ที่สุดของชีวิต อ.คฑา เล่าทั้งน้ำตา เคยฟังพระราชดำรัส ร.๙ แบบใกล้ที่สุด
    -  เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ กลาโหมเล็งส่งโดรนลาดตระเวนก่อนให้ จนท.ลงพื้นที่ชายแดนใต้
    -  การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ เร่งรัดสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม
    -  การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ร.๑๐ พระราชทานดินฝังศพ อส.ทพ.
    -  ยาเสพติด ได้แก่ จับหนุ่มรับจ้างขนยาบ้า

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.247ln(x) + 2.6685) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐) จากแนวโน้มระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ร้อยละ ๑๗

    ๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่  ๑๔ – ๒๐ ต.ค.๖๐
          ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สื่อมวลชนอาเซียนให้ความสนใจและมีการเผยแพร่มากที่สุดคือ เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนโจมตีจุดตรวจความมั่นคง ที่บ้านบานา ต.จ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เมื่อคืนวันที่ ๑๕ ตุลาคม เป็นเหตุให้ชาวมาเลเซีย ที่มีภูมิลำเนาที่อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน ถูกกระสุนปืนลูกหลง เสียชีวิต ๑ คน เหตุการณ์ดังกล่าวสื่อมาเลเซียอ้างแหล่งข่าวความมั่นคงของไทยระบุว่า มีความเชื่อมโยงกับวันครอบรอบ ๑๓ ปีการชุมนุมประท้วงที่หน้าสถานีตำรวจภูธรตากใบ ซึ่งมีผู้ชุมนุมถูกควบคุมตัวขึ้นรถบรรทุกทหาร ๑,๓๐๐ กว่าคนไปยังค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี ในจำนวนนี้ ๘๕ คนเสียชีวิตด้วยเหตุขาดอากาศหายใจ
          เหตุคนร้ายลอบโจมตีจุดตรวจความมั่นคงที่บ้านบานาจนเป็นเหตุให้ชาวมาเลเซียเสียชีวิต ๑ คน ส่งผลให้ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตันออกมาเตือนชาวมาเลเซียให้ระมัดระวังตัวในระหว่างการท่องเที่ยวและใช้ชีวิตในจังหวัดชายแดนภาคใต้
          Benarnews.org สื่อที่ได้รับเงินอุดหนุนการดำเนินงานจากหน่วยงานรัฐบาลอเมริกัน รายงานข่าว รัฐบาลไทยเตรียมจัดหาอากาศยานไร้คนขับ (drone) เพื่อใช้ลาดตระเวณในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อำเภอละ ๓-๔ ลำ
          ๕.๑ The Star สื่อมาเลเซีย รายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนโจมตีจุดตรวจความมั่นคงที่บ้านบานา ต.จ๊ะเห อ.ตากใบ เมื่อเวลาประมาณ ๒๑.๐๐ น.วันที่ ๑๕ ตุลาคม เป็นเหตุให้ชายชาวมาเลเซียวัย ๔๖ ปีซึ่งขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านจุดเกิดเหตุถูกกระสุนปืนลูกหลงเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
          ผู้กำกับการสภ.ตากใบ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า คนร้ายมีทั้งหมด ๔ คนใช้รถปิคอัพเป็นพาหนะ  สำหรับชาวมาเลเซียที่ถูกกระสุนลูกหลงมีภูมิลำเนาอยู่ที่ต.เคติล อ.ตุมปัต รัฐกลันตัน

    A Malaysian man from Tumpat, Kelantan was shot dead by a stray bullet in Kampung Cek He here Sunday (Oct 15) night. Police chief Kol Phacharapon Na Nakorn said Wan Mohd Zain Wan Hussain, 46, from Kampung Ketil died at the scene in the 9.30pm incident.  "The victim was riding a motorcycle at a security checkpoint when four men in a pickup truck opened fire at police. "One of the bullets hit the victim," he said.
    ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/10/16/malaysian-killed-by-stray-bullet-in-southern-thailand/

                ๕.๑.๑ สื่อมาเลเซียหลายสำนักระบุว่าเหตุโจมตีด่านตรวจความมั่นคงที่อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม มีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ที่ตากใบเมื่อ ๑๓ ปีก่อน New Straits Times อ้างรายงานข่าวของ Bangkok Post ระบุว่าคนร้ายที่ก่อเหตุโจมตีเจ้าหน้าที่รัฐน่าจะเป็นกลุ่มติดอาวุธที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่พร้อมทั้งอ้างแหล่งข่าวจากหน่วยงานรัฐระบุว่าการโจมตีครั้งนี้น่าจะเชื่อมโยงกับวาระครบรอบ ๑๓ ปีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่อ.ตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗
    Bangkok Post reported that the attack was believed to be the work of a militant group active in the district. It added that Thai authorities suspected the attack to be linked to the approaching 13th anniversary of the "Tak Bai incident" on Oct 25.
    ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/10/291717/malaysian-cook-two-thai-nationals-killed-insurgent-attack-takbai

                ๕.๑.๒ ทางด้านสำนักข่าว Bernama และ malaysiakini.com เหตุการณ์คนร้ายใช้อาวุธปืนโจมตีด่านตรวจความมั่นคงที่อ.ตากใบ เกิดขึ้นในช่วงเกือบ ๒ สัปดาห์ก่อนครบรอบ ๑๓ ปึเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่อ.ตากใบ ซึ่งยุติลงด้วยการสูญเสียชีวิตมากที่สุดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นเหตุทำให้ชาวบ้านเกิดความไม่พอใจเจ้าหน้าที่รัฐ
          เหตุการณ์ชุมนุมที่อ.ตากใบ มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด ๘๖ คน แม้เหตุการณ์จะผ่านไปนานกว่า ๑๐ ปี แต่เหตุการณ์นึ้ก็ยังคงเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากในหมู่ประชาชนจังหวัดชายแดนภาคใต้

    The attack on a police checkpoint in Tak Bai two days ago which killed a Malaysian man happened almost two weeks before the anniversary of one of the bloodiest incidents in southern Thailand, which still arouses a sense of dissatisfaction among the local population.
    The Tak Bai incident, which claimed the lives of 86 local men, occurred on Oct 25, 13 years ago, and despite more than a decade having passed, it still remains a highly controversial issue among people in the southern provinces.

    ทางด้านพลโทปิยะวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ ๔ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเบอนามา ว่า เหตุโจมตีจุดตรวจความมั่นคงที่ตากใบไม่เกี่ยวข้องกับวาระครบรอบ ๑๓ ปีเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงที่ตากใบ แต่น่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มติดอาวุธที่ต้องการแสดงให้ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่รัฐเห็นว่าพวกเขายังมีศักยภาพในการก่อเหตุรุนแรง เพื่อใช้ความรุนแรงสร้างความหวดกลัวในหมู่ชาวบ้าน

    According to its commander Piyawat Nakwanich (photo), the attack was not linked to the anniversary of the Tak Bai incident, but more likely was an attempt by militants to warn the authorities and local population of their undiminished ability to create violence.
    "It could be staged by someone who wanted to show they can still muster the potential to create violence and sow fear in local people, scaring them (local population) from giving any cooperation to the authorities," he told Bernama when contacted.
    ที่มาข้อมูล ; https://www.malaysiakini.com/news/398627​

                ๕.๑.๓ สื่อมาเลเซีย รายงานว่า ดาโต๊ะฮาซันนุดดิน ฮัสซัน ผู้บัญชาการตำรวจรัฐกลันตัน เตือนชาวมาเลเซียในรัฐกลันตันให้ใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวัง ในระหว่างที่เดินทางอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งยังคงมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามผบ.ตร.รัฐกลันตันบอกว่า ทางการมาเลเซียไม่ได้มีคำสั่งห้ามเดินทางเข้าพื้นที่จชต.แต่อย่างใด เพียงแต่เตือนให้ชาวมาเลเซีนระมัดระวังตัวภายหลังเกิดเหตุคนร้ายโจมตีเจ่าหน้าที่ตำรวจที่อ.ตากใบ จนเป็นเหตุให้ชาวกลันตันถุกระสุนปืนลูกหลงเสียชีวิต ๑ คน
          ผบ.ตร.รัฐกลันตันบอกว่า สถานการณ์ในจชต.ยังไม่สงบ มีทั้งเหตุระเบิดและการใช้อาวุธปืนโจมตีซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชน

    Kelantan police have advised people in the state who are travelling to Thailand, to be more careful since the southern province of the country is still in turmoil.
    State police chief Datuk Hasanuddin Hassan said however, they were not prohibited to travel to Thailand.
    “We do not want any unwanted incidents like that of a Kelantanese who was fatally hit by a stray bullet in Takbai, two days ago.
    “The situation is still not peaceful and there are still blasts and shots which pose danger to the public,” he said
    ที่มาข้อมูล ; http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1401491
    https://www.nst.com.my/news/nation/2017/10/292280/police-advise-people-be-careful-thailand

          ๕.๒ benarnews.org รายงานเมื่อวันที่ ๒๐ ตุลาคม ว่า รัฐบาลไทยมีแผนการจัดซื้อากาศยานไร้คนขับหรือ drone เพื่อใช้ลาดตระเวณเตือนภัยลดการสูญเสียกำลังพลจากเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดแสวงเครื่องข้างถนน
          พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวเมื่อวานนี้ว่า มีความตั้งใจที่จะจัดหาโดรน-ยูเอวี เพื่อใช้ใน 37 อำเภอในสามจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อช่วยในการตรวจการณ์ลดความสูญเสียจากการโจมตีของฝ่ายก่อความไม่สงบ ซึ่งในระยะหลังนี้ มีการลอบวางระเบิดยานยนต์ลาดตระเวนรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ซึ่งยังมีฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล ในคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ส่วนหน้า กล่าวถึงเรื่องนี้ หลังจากเป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ 2561 หลังสำนักงบประมาณเห็นชอบจัดสรรงบประมาณ ให้สภาความมั่นคงแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการแก้ปัญหาชายแดนใต้ รวมทั้งสิ้น 13,255,744,700 บาท "ผมตั้งใจอยากให้มีการใช้โดรนและยูเอวีอำเภอละ 3-4 ตัว ใน 37 อำเภอ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อใช้ลาดตระเวน ตามงานการข่าวว่าจะก่อเหตุและก่อนเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ ซึ่งผู้ก่อเหตุจะซุ่มโจมตีไม่ไกลนัก เช่น จุดชนวนระเบิด" พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อผู้สื่อข่าวเมื่อวานนี้

    Thailand’s military government says it plans to deploy drones to the insurgency-stricken Deep South for reconnaissance flights to alert army patrols and other security personnel to imminent rebel attacks and roadside bombings.
    The military will deploy at least three unarmed unmanned aerial vehicles (UAVs), or drones, to carry out eye-in-the-sky surveillance in dozens of districts in the southern border region as a way to reduce casualties among more than 60,000 troops stationed there, officials said this week.
    “I intend to use three to four drones … in the 37 districts of the Deep South to do reconnaissance and attack-related intelligence work before the soldiers would reach the ground,” Deputy Defense Minister Gen. Udomdej Sitabutr told reporters in Bangkok. “The insurgents are not far away from the kill zone to trigger the bombs,” he added. The deputy defense minister touched on the plan to use UAVs while announcing that the government planned to allocate 13.2 billion baht (U.S. $397.5 million) for the next fiscal year in order to tackle unrest in the Deep South and other regional challenges. Udomdej also heads a so-called forward cabinet appointed by Prime Minister Prayuth Chan-o-cha to deal specifically with matters in the far south.

          Benarnews.org อ้างบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The nation ซี่งเผยแพร่ก่อนหน้านี้ตั้งคำถามเกี่ยวกับแผนการนำโดรนมาใช้ในพื้นที่ จชต.ว่า คุ้มค่าและเหมาะสมหรือไม่ โดยตั้งข้อสังเกตุว่ากลุ่มคนร้ายรบนอกแบบไม่แต่งเครืองแบบและไม่มีพื้นที่ยึดครองชัดเจน แต่ยึดครองหัวใจของคนมุสลิมในพื้นที่ซึ่งมีจุดร่วมคือ คือไม่ไว้วางใจรัฐไทยตั้งแต่อดีต

    However, the Nation, one of Thailand’s leading English-language newspapers, published an editorial earlier this month questioning the wisdom and effectiveness of the government’s plan to deploy more drones to the south.
    “The use of drones would make sense if the Thai Army was fighting an enemy that they could identify. Patani Malay insurgents are not in uniform and do not control any geographical area in the region. Instead, they have captured the mental space of much of the local Muslim population who share the same historical mistrust of the Thai state,” the newspaper said.
    ที่มาข้อมูล ; http://www.benarnews.org/english/news/thai/thailand-bombings-10202017171512.html

Comment
Related