สรุปสถานการณ์ 3 จชต. ๗ - ๑๓ ต.ค. ๖๐

 16 ต.ค. 2560 13:21 น. | อ่าน 162
Facebook Twitter Pinterest LinkedIn Google+
PDF DOWNLOAD

  1. บทสรุปผู้บริหาร
          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกมีความถี่เพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบมีความถี่เพิ่มขึ้น ร้อยละ ๓๐๐ กล่าวคือ สัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) มีข่าวเชิงลบเพียง ๕ ข่าว แต่ในสัปดานี้มีข่าวเชิงลบ ๒๐ ข่าว
          ประเด็นเชิงลบ ได้แก่  เหตุร้ายรายวัน (...๑) แม่เอาตัวรับกระสุนแทนลูก ๗ ขวบ คนร้ายกราดยิงใส่รถ สาหัสพร้อมพ่อ และ ๒) ทหารพรานพลีชีพ ๑ นาย โจรใต้วางระเบิดสังหาร) และ การบำรุงขวัญกำลังพล (เมีย ส.ต.ต.เหยื่อไฟใต้บุกทำเนียบ วอน บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ช่วย)
          ประเด็นเชิงบวก ได้แก่  การเยียวยา (เยียวยาเหยื่อ จนท.ใต้ รายละ ๑ ล้าน),  อาชญากรรมในพื้นที่ (...๑) หิ้วพ.ต.อ.-แก๊งสีกากีอุ้มฆ่าโจ๋ ๑๗ ฟ้องศาลค้าน ประกันตัว และ ๒) ที่แท้ฝีมือหลาน ใช้ขวานฆ่าปาดคอน้าชาย จนท.กสท. แค้นถูกด่ามั่วเสพยา), การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน (...๑) อนุมัติหมายจับ ๑๙ ราย คดีบึ้มทหาร-ยิง ตร.ใต้ สั่งสกัดเก๋งคาร์บอมบ์, ๒) ปกครองนราธิวาสเข้ม รปภ. หลังมีข่าวคาร์บอมบ์ เข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง, ๓) ผงะ!โจรใต้เจาะถนนทำหลุมระเบิดหวังดักสังหาร จนท. และ ๔) จับบุหรี่หนีภาษี ๕ พันซองค่า ๒ ล้าน), การเมือง (...๑) เตรียมออกหมายจับ อดีต ผอ.พศ. เอี่ยวโกง คดีงาบเงินทอนวัด และ ๒) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการพระราชดำริ ณ กองพลทหารราบที่ ๑๕), เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. (มองผ่านข้อมูล ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับ การใช้ข้อมูล), กีฬา(...๑) "เพชร" สดมภ์ แก้วกาญจนา นักกอล์ฟทีมชาติไทย วัย ๑๙ ปี จากนราธิวาส, ๒) ซอกแซกบอลไทย, ๓) นราธิวาสจัดแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ครูผู้สอน และ ๔) ไฮเทค-ยะลาเชือดโมโนเปิดชูต ๑๘ ปี), เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ (...๑) มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป ๒๐๑๗, ๒) ปตท.สำรองเชื้อเพลิงรับแหล่ง JDA หยุดซ่อม และ ๓) ศอ.บต. เชิญสื่อมาเลย์ ถกสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ๓ จังหวัดใต้), การบำรุงขวัญกำลังพล (...๑) พระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของแก่ อส.ทพ.เหยื่อบึ้มใต้ และ ๒ ห่วงใย! ผบ.นย. ลงใต้เยี่ยม ๒ ทพ.นย.รอดตาย จากถูกลอบวางระเบิด ที่บาเจาะ), ยาเสพติด (...๑) ภาค ๙ จับยาบ้า ๘.๕ หมื่นเม็ด, ๒) จับหนุ่มค้ายาบ้าพร้อมอาวุธปืน และ ๓) รวบช่างอู่ซ่อมหวังตบตา ตร. พาลูกเมียขนยาบ้า ๑๐,๐๐๐ เม็ด), การศึกษา (...๑) เปิดชีวิตครูแกร่งพื้นที่สีแดง ยืนหยัด ๒๐ ปี สู้ไฟใต้เพื่อเด็ก, ๒) ศธ.เปิดศูนย์พัฒนาครูในพื้นที่ภาคใต้ และ ๓)  ม.ราชภัฏยะลา จัดตั้งสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาครูชายแดนใต้), การพูดคุยเพื่อสันติสุข (เลขาฯ สมช. คนใหม่ ลั่นแก้ปัญหาไฟใต้ยึดแนวพูดคุยสันติ), ความร่วมมือของภาคประชาชน (สัปดาห์นี้มีอะไร? ก้าวคนละก้าว คนละ ๑๐ บาท เพื่อ ๑๑ โรงพยาบาลทั่วประเทศ), วัฒนธรรม และวิถีชีวิต (..๑) พสกนิกรเฝ้ารอชมพิธีซ้อมย่อย ๓ ริ้วขบวน ราชอิสริยยศ ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ! และ ๒) สร้างทุ่งปอเทือง), กระบวนการยุติธรรม (ราชทัณฑ์โชว์ปฎิบัติการณ์ระงับเหตุจลาจล), การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ (..๑) จ๊อบ – โกสินทร์ ออกโคจรตามรอยพ่อ ที่มาของ “แสงแห่งสันติ” และ ๒) สดุดีผู้กล้าปกป้องด้ามขวาน อายุยังน้อย-สละชีพแดนใต้), การช่วยเหลือประชาชน (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพระราชทานถุงยังชีพแก่ประชาชน จ.ยะลา), และ การยกระดับคุณภาพชีวิต (...๑) จากโครงการพระราชดำริแห่งแรก ถนนสายห้วยมงคล ขยายผลสู่ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ๖ แห่งแรกในทุกภูมิภาค, ๒) ข้าราษฎร: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารโดดเด่น และ ๓) ‘สธ.’ห่วงประชาชน ไข้หวัดใหญ่ระบาด ‘ปลายฝนต้นหนาว’)
          จากแนวโน้มดังที่กล่าว ทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในสัปดาห์นี้ มีแนวโน้มลดลง ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ในสัปดาห์นี้ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ร้อยละ ๑๗

    ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐
          สัปดาห์นี้ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถูกนำเสนอในสื่อมวลชนอาเซียนมีเพียงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดริมถนน ที่ ต.กาเย๊าะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เช้าวันจันทร์ที่ ๙ ตุลาคม เป็นเหตุให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต ๑ นาย และบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์แผนการจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อใช้ลาดตระเวนตรวจตราในพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่ จชต. เป็นยุทธวิธีที่ไม่เหมาะสม บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทยชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่โดย The Straits Times สื่อสิงคโปร์
          ประเด็นอื่นๆ เป็นประเด็นเกี่ยวกับการจับกุมสินค้าผิดกฏหมายที่ลักลอบนำเข้าประเทศไทยและมาเลเซีย และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซียเตรียมหยิบยกปัญหาการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่ทำงานอย่างขาดการประสานงาน ขึ้นหารือในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ

    ๒. ผลการวิเคราะห์สารสนเทศด้านการประชาสัมพันธ์ ประจำวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐
          ๒.๑ เปรียบเทียบแนวโน้มความถี่ การนำเสนอประเด็นข่าวเชิงบวก และประเด็นข่าวเชิงลบ

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวก (เส้นทึบสีเขียว) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 3.8551ln(x) + 7.8489) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๔๔ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบ ที่เกี่ยวข้องกับ จชต. (เส้นทึบสีแดง) มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 1.206ln(x) - 0.3844) เฉลี่ยเพิ่มขึ้นร้อยละ ๓๐๐ กล่าวคือ สัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) มีข่าวเชิงลบเพียง ๕ ข่าว แต่ในสัปดานี้มีข่าวเชิงลบ ๒๐ ข่าว

          ๒.๒ ค่าสัดส่วนระหว่างข่าวเชิงบวก และข่าวเชิงลบ
          เมื่อนำจำนวนข่าวเชิงบวก และจำนวนข่าวเชิงลบ ในแต่ละวันมาคำนวณหาค่าสัดส่วน ระหว่างข่าวเชิงบวกกับข่าวเชิงลบ พบว่าในแต่ละวันจะมีค่าสัดส่วนฯ ดังแสดงในตารางด้านล่าง

    วัน/เดือน/ปี

    จำนวนข่าวเชิงบวก (1)

    จำนวนข่าวเชิงลบ (2)

    ค่าสัดส่วน (3)=(1)/(2)

    2017-09-30

    9

    0

    9

    2017-10-01

    6

    0

    6

    2017-10-02

    11

    2

    5.5

    2017-10-03

    20

    2

    10

    2017-10-04

    11

    1

    11

    2017-10-05

    15

    0

    15

    2017-10-06

    13

    0

    13

     

    12.14

    0.71

    9.93

    2017-10-07

    15

    1

    15

    2017-10-08

    14

    2

    14

    2017-10-09

    26

    4

    26

    2017-10-10

    23

    4

    23

    2017-10-11

    23

    7

    23

    2017-10-12

    12

    2

    12

    2017-10-13

    9

    0

    9

     

    17.43

    2.86

    7.51

          หมายเหตุ: ยิ่งค่าสัดส่วนระหว่างจำนวนข่าวเชิงบวก กับจำนวนข่าวเชิงลบ (3) มีค่าสูง ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level)  มีระดับสูงตามไปด้วย ในทำนองตรงกันข้าม หากค่าสัดส่วนฯ มีค่าต่ำ ก็จะมีผลทำให้ระดับผลกระทบเชิงบวก (Positive Awareness Level) จะมีระดับต่ำตามลงไปด้วย อย่างไรก็ตามอาจะต้องพิจารณาความแตกต่างระหว่างค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในแต่ละสัปดาห์ด้วย หากค่าเฉลี่ยของจำนวนข่าวเชิงลบในสัปดาห์ที่แล้วมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้ ก็อาจจะทำให้ผลกระทบการรับรู้เชิงบวกในสัปดาห์นี้ต่ำกว่าก็ได้ ถึงแม้ค่าสัดส่วนเฉลี่ย ในสัปดาห์นี้จะมีค่ามากกว่าค่าสัดส่วนเฉลี่ยของสัปดาห์ที่แล้ว

    ๓. แนวโน้มในประเด็นที่เพ่งเล็ง ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐
          ๓.๑ ประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการพูดคุยเพื่อสันติสุข มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.286ln(x) + 0.8003) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๖๗ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐)  ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้  ภาพข่าวเชิงบวกได้แก่ เลขาฯ สมช. คนใหม่ ลั่นแก้ปัญหาไฟใต้ยึดแนวพูดคุยสันติสุข

          ๓.๒ ประเด็นเหตุร้ายรายวัน

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน มีแนวโน้มความถี่เพิ่มขึ้น (y = 0.6003ln(x) - 0.5087) กล่าวคือในสัปดาห์นี้มีข่าวในประเด็นเหตุร้ายรายวัน จำนวน ๘ ข่าว จากที่ไม่มีเลยข่าว ในสัปดาห์ที่แล้ว  (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ภาพข่าว ได้แก่ ๑) แม่เอาตัวรับกระสุนแทนลูก ๗ ขวบ คนร้ายกราดยิงใส่รถ สาหัสพร้อมพ่อ และ ๒) ทหารพรานพลีชีพ ๑ นาย โจรใต้วางระเบิดสังหาร

          ๓.๓ ประเด็นการเมือง

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงบวกในประเด็นการเมืองเกี่ยวกับ จชต. มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.675ln(x) + 2.5) เฉลี่ยลดลง ร้อยละ ๘๐ เมื่อเทียบสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ในส่วนข่าวเชิงลบฯ มีแนวโน้มความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ในประเด็นการเมือง ได้แก่ ๑) เตรียมออกหมายจับ อดีตผอ.พศ. เอี่ยวโกง คดีงาบเงินทอนวัด และ ๒) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการพระราชดำริ ณ กองพลทหารราบที่ ๑๕ ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ เพจดังชื่นชม ตูน ถามกลับรัฐบริหารภาษีพลาดหรือไม่

         ๓.๔ ประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สิน

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวก ในประเด็น รปภ.ในชีวิต/ทรัพย์สิน มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.709ln(x) + 2.6336) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๑๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิต/ทรัพย์สินมีแนวโน้มความถี่ต่ำค่อนข้างคงที่  เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) อนุมัติหมายจับ ๑๙ ราย คดีบึ้มทหาร-ยิง ตร.ใต้ สั่งสกัดเก๋งคาร์บอมบ์, ๒) ปกครองนราธิวาสเข้ม รปภ. หลังมีข่าวคาร์บอมบ์ เข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง, ๓) ผงะ!โจรใต้เจาะถนนทำหลุมระเบิดหวังดักสังหาร จนท. และ ๔) จับบุหรี่หนีภาษี ๕ พันซองค่า ๒ ล้าน ภาพข่าวเชิงลบ ได้แก่ ๑) สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงรุนแรงตามปกติเพียงแต่ฝ่ายตรงข้ามเปลี่ยนยุทธการ และ ๒) ระเบิดตูมๆ ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่สูญเสียไปหลายศพ...สถานสถานการณ์ดีอย่างไร?

          ๓.๕ ประเด็นเศรษฐกิจและการสร้างรายได้

          ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐  ข่าวเชิงบวก ในประเด็นเศรษฐกิจฯ มีแนวโน้มความถี่ลดลง (y = -0.328ln(x) + 1.8048) เฉลี่ยลดลงร้อยละ ๓๐ เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) ในส่วนของข่าวเชิงลบในประเด็นเศรษฐกิจฯ ไม่มีข่าวเชิงลบในสัปดาห์นี้  ภาพข่าวเชิงบวก ได้แก่ ๑) มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป ๒๐๑๗, ๒) ปตท.สำรองเชื้อเพลิงรับแหล่ง JDA หยุดซ่อม และ ๓) ศอ.บต. เชิญสื่อมาเลย์ ถกสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ 3 จังหวัดใต้

          ๓.๖ ประเด็นสิทธิมนุษยชน
                ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นสิทธิมนุษยชน
          ๓.๗ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล
                ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ ข่าวเชิงลบ ประเด็นการบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ เมีย ส.ต.ต.เหยื่อไฟใต้บุกทำเนียบ วอน บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ช่วย
          ๓.๘ ประเด็นเทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต.
                ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นเทคโนโลยีการแก้ไขปัญหา จชต.
          ๓.๙ ประเด็นการบังคับใช้กฎหมาย
                ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐  ไม่มีข่าวเชิงลบ ในประเด็นการบังคับใช้กฏหมาย

    ๔. ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง และแนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก
          ๔.๑ ประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการรับรู้สูง

    ประเด็นเชิงลบ สรุปได้ดังนี้
    เหตุร้ายรายวัน ได้แก่ ๑) แม่เอาตัวรับกระสุนแทนลูก ๗ ขวบ คนร้ายกราดยิงใส่รถ สาหัสพร้อมพ่อ และ ๒) ทหารพรานพลีชีพ ๑ นาย โจรใต้วางระเบิดสังหาร
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ เมีย ส.ต.ต.เหยื่อไฟใต้บุกทำเนียบ วอน บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม ช่วย
    ประเด็นเชิงบวก สรุปได้ดังนี้
    - การเยียวยา ได้แก่
    เยียวยาเหยื่อ จนท.ใต้ รายละ ๑ ล้าน
    อาชญากรรมในพื้นที่ ได้แก่ ๑) หิ้ว พ.ต.อ.-แก๊งสีกากีอุ้มฆ่าโจ๋ ๑๗ ฟ้องศาลค้านประกันตัว และ ๒) ที่แท้ฝีมือหลาน ใช้ขวานฆ่าปาดคอน้าชาย จนท.กสท. แค้นถูกด่ามั่วเสพยา
    การรักษาความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ ๑) อนุมัติหมายจับ ๑๙ ราย คดีบึ้มทหาร-ยิง ตร.ใต้ สั่งสกัดเก๋งคาร์บอมบ์, ๒) ปกครองนราธิวาสเข้ม รปภ. หลังมีข่าวคาร์บอมบ์ เข้ามาก่อเหตุในเขตเมือง, ๓) ผงะ!โจรใต้เจาะถนนทำหลุมระเบิดหวังดักสังหาร จนท. และ ๔) จับบุหรี่หนีภาษี ๕ พันซองค่า ๒ ล้าน
    การเมือง ได้แก่ ๑) เตรียมออกหมายจับ อดีต ผอ.พศ. เอี่ยวโกง คดีงาบเงินทอนวัด และ ๒) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการพระราชดำริ ณ กองพลทหารราบที่ ๑๕
    เทคโนโลยีในการแก้ไขปัญหา จชต. ได้แก่ มองผ่านข้อมูล ในหลวงรัชกาลที่ ๙ กับ การใช้ข้อมูล
    กีฬา ได้แก่ ๑) "เพชร" สดมภ์ แก้วกาญจนา นักกอล์ฟทีมชาติไทย วัย ๑๙ ปี จากนราธิวาส, ๒) ซอกแซกบอลไทย, ๓) นราธิวาสจัดแข่งขันกีฬาสัมพันธ์ครูผู้สอน และ ๔) ไฮเทค-ยะลาเชือดโมโนเปิดชูต ๑๘ ปี
    เศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ ได้แก่ ๑) มอบรางวัล ‘คนรุ่นใหม่หัวใจโอท็อป ๒๐๑๗, ๒) ปตท.สำรองเชื้อเพลิงรับแหล่ง JDA หยุดซ่อม และ ๓) ศอ.บต. เชิญสื่อมาเลย์ ถกสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ๓ จังหวัดใต้
    การบำรุงขวัญกำลังพล ได้แก่ ๑) พระราชทานดอกไม้-ตะกร้าสิ่งของแก่ อส.ทพ.เหยื่อบึ้มใต้ และ ๒ ห่วงใย! ผบ.นย. ลงใต้เยี่ยม ๒ ทพ.นย.รอดตาย จากถูกลอบวางระเบิด ที่บาเจาะ
    ยาเสพติด ได้แก่ ๑) ภาค ๙ จับยาบ้า ๘.๕ หมื่นเม็ด, ๒) จับหนุ่มค้ายาบ้าพร้อมอาวุธปืน และ ๓) รวบช่างอู่ซ่อมหวังตบตา ตร. พาลูกเมียขนยาบ้า ๑๐,๐๐๐ เม็ด
    การศึกษา ได้แก่ ๑) เปิดชีวิตครูแกร่งพื้นที่สีแดง ยืนหยัด ๒๐ ปี สู้ไฟใต้เพื่อเด็ก, ๒) ศธ.เปิดศูนย์พัฒนาครูในพื้นที่ภาคใต้ และ ๓) ม.ราชภัฏยะลา จัดตั้งสถาบันพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาครูชายแดนใต้
    การพูดคุยเพื่อสันติสุข ได้แก่ เลขาฯ สมช. คนใหม่ ลั่นแก้ปัญหาไฟใต้ยึดแนวพูดคุยสันติสุข
    ความร่วมมือของภาคประชาชน ได้แก่ สัปดาห์นี้มีอะไร? ก้าวคนละก้าว คนละ ๑๐ บาท เพื่อ ๑๑ โรงพยาบาลทั่วประเทศ
    วัฒนธรรม และวิถีชีวิต ได้แก่ ๑) พสกนิกรเฝ้ารอชมพิธีซ้อมย่อย ๓ ริ้วขบวน ราชอิสริยยศ ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ! และ ๒) สร้างทุ่งปอเทือง
    กระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ราชทัณฑ์โชว์ปฎิบัติการณ์ระงับเหตุจลาจล
    การสร้างความเข้าใจ และความสมานฉันท์ ได้แก่ ๑) จ๊อบ – โกสินทร์ ออกโคจรตามรอยพ่อ ที่มาของ “แสงแห่งสันติ” และ ๒) สดุดีผู้กล้าปกป้องด้ามขวาน อายุยังน้อย-สละชีพแดนใต้
    การช่วยเหลือประชาชน ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯพระราชทานถุงยังชีพแก่ประชาชน จ.ยะลา
    การยกระดับคุณภาพชีวิต ได้แก่ ๑) จากโครงการพระราชดำริแห่งแรก ถนนสายห้วยมงคล ขยายผลสู่ศูนย์ศึกษาการพัฒนา ๖ แห่งแรกในทุกภูมิภาค, ๒) ข้าราษฎร: ศูนย์ข้อมูลข่าวสารโดดเด่น และ ๓) ‘สธ.’ห่วงประชาชน ไข้หวัดใหญ่ระบาด ‘ปลายฝนต้นหนาว’

          ๔.๒ แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้ (Awareness Level: AI)

          จากจำนวนข่าวเชิงบวกและข่าวเชิงลบ ซึ่งก่อให้เกิดค่าสัดส่วน และค่าระดับผลกระทบการรับรู้ ที่แตกต่างกันในแต่ละวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวที่ส่งผลกระทบทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ ในระดับสูง นำไปสู่การเกิดขึ้นของแนวโน้มระดับผลกระทบการรับรู้ ของผู้รับข่าวสาร ให้เป็นไปตามแนวโน้มดังกล่าว โดยในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐ พบว่า แนวโน้มระดับผลกระทบต่อการรับรู้เชิงบวก (Positive Awareness Level) ในภาพรวม มีแนวโน้มลดลง (y = -0.22ln(x) + 3.0694) เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่แล้ว (๓๐ ก.ย. – ๖ ต.ค.๖๐) จากแนวโน้มระดับผลกระทบดังกล่าว ส่งผลให้ภาพลักษณ์เชิงบวกของสถานการณ์ ๓ จชต. ลดลงจากสัปดาห์ที่แล้ว ร้อยละ ๑๗

๕. ประเด็นสำคัญจากสื่อมวลชนต่างประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในช่วงวันที่ ๗ – ๑๓ ต.ค.๖๐
      สัปดาห์นี้ประเด็นเกี่ยวกับจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ถูกนำเสนอในสื่อมวลชนอาเซียนมีเพียงเหตุการณ์ลอบวางระเบิดริมถนนที่ต.กาเย๊าะมาตี อ.บาเจาะ จ.นราธิวาส เช้าวันจันทร์ที่ ๙ ตุลาคม เป็นเหตุให้อาสาสมัครทหารพรานเสียชีวิต ๑ นาย และบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่นที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์แผนการจัดซื้ออากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อใช้ลาดตระเวณตรวจตราในพื้นที่เสี่ยงในพื้นที่จชต. เป็นยุทธวิธีที่ไม่เหมาะสม บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษในประเทศไทยชิ้นนี้ถูกนำไปเผยแพร่โดย The Straits Times สื่อสิงคโปร์
      ประเด็นอื่นๆ เป็นประเด็นเกี่ยวกับการจับกุมสินค้าผิดกฏหมายที่ลักลอบนำเข้าประเทศไทยและมาเลเซีย และรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมหาดไทยมาเลเซียเตรียมหยิบยกปัญหาการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย-ไทย ที่ทำงานอย่างขาดการประสานงาน ขึ้นหารือในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ
      ๕.๑ Bernama สำนักข่าวทางการมาเลเซีย และ New Strait Times รายงานว่า ทหารไทยเสียชีวิตหนึ่งนายและได้รับบาดเจ็บอีกหนึ่งนายจากแรงระเบิดแสวงเครื่องน้ำหนัก ๒๐ กิโลกรัมที่คนร้ายซุกซ่อนไว้ข้างถนนในพื้นที่อ.บาเจาะ นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวันจันทร์ที่ ๙ ตุลาคม ขณะเกิดเหตุอาสาสมัครทหารพรานทั้งสองนายอยู่ระหว่างลาดตระเวณด้วยรถมอเตอร์ไซค์บนถนนสายบ้านชูโว-กะเย๊าะมาตี อาสาสมัครทหารพรานที่ประสบเหตุลาดตระเวณพร้อมกับอาสาสมัครทหารพรานอีก ๖ นาย
      ผู้กำกับการสถานีตำรวจอ.บาเจาะสันนิษฐานว่าระเบิดแสวงเครื่องลูกนี้จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสาร (walkie-talkie) ส่วนผู้ก่อเหตุ ตำรวจบอกว่ากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน

(Thai soldier was killed and another injured when a 20kg bomb exploded while they were conducting a motorcycle patrol in Bachok, Narathiwat yesterday.
The two were patrolling along the Kampung Cuwo-Gajah Mati route when the homemade bomb exploded at a road-shoulder about 6.30am local time.
The soldiers were sent to the Bachok Hospital where one of them succumbed to head and body injuries. The other was warded in serious but stable condition.
“At the time, the two soldiers, along with six of their colleagues were on security patrol on four motorcycles,” Bachok district police chief, Col Pattah Madawa told reporters here.
He said the police believed the homemade bomb was activated using a walkie-talkie. According to Pattah, the police were still in the midst of identifying those responsible for the attack.)
ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/world/2017/10/289349/thai-soldier-killed-narathiwat-20kg-bomb-blast

      ๕.๒ The Straits Times สื่อภาษาอังกฤษสิงคโปร์รายงานเมื่อวันที่ ๙ ตุลาคม โดยนำบทบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ The Nation ประจำวันที่ ๙ ตุลาคม ภายใต้หัวเรื่อง “การดำเนินยุทธวิธีทางทหาร โดยปราศจากข้อตกลงทางการเมือง คือ ความผิดพลาดทางยุทธศาสตร์” โดยเนื้อหาบางส่วนมีใจความว่า
      ถ้าเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคง ๖ หมื่นคนที่ได้รับมอบภารกิจปราบปรามผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าคนไหนคือชาวบ้าน คนไหนคือนักรบแบ่งแยกดินแดน ก็มีข้อกังขาว่าแล้วจะใช้โดรนเพื่อประโยชน์อะไร
      อ้างถึงรายงานข่าวที่มีการเผยแพร่เมื่อเร็วๆนี้ กองทัพบกมีแผนที่จะเพิ่มจำนวนโดรนเพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ จชต. ซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากเหตุรุนแรงด้วยน้ำมือของผู้ก่อความไม่สงบจำนวนเกือบ ๗ พันคนนับตั้งแต่เดือนมกราคมปี ๒๕๔๗
      ไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากองทัพมีแผนการที่จะเพิ่มจำนวนโดรนอีกกี่ตัว กองทัพแถลงแต่เพียงว่าจะนำโดรนไปใช้ในภารกิจชลาดตระเวณในพื้นที่เสี่ยงทำหน้าที่แทนทหารเพื่อลดการสูญเสียกำลังพล
      การนำโดรนมาใช้ปฏิบัติการทางยุทธวิธีเป็นสิ่งที่มีเหตุผล ถ้าหากว่ากองทัพบกรบกับศัตรูที่สามารถระบุตัวตนได้ กลุ่มกบฏปัตตนีเชื้อสายมลายูไม่ได้แต่งเครื่องแบบ ไม่มีพื้นที่ยึดครองทางกายภาพ แต่ครอบครองหัวใจของคนมลายูมุสลิมซึ่งมีความไม่เชื่อใจรัฐไทยเช่นเดียวกับพวกเขา
      สมาชิกกลุ่มกบฏติดอาวุธขณะนี้ไม่ได้เคลื่อนไหวและมีฐานที่มั่นอยู่บนภูเขาเหมือนกลุ่มกบฏเมื่อ ๔๐ ปีก่อน แต่พวกเขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเหมือนชาวบ้านทั่วไป นอกจากนี้กลุ่มกบฏก็เปลี่ยนยุทธวิธีจากที่เคยก่อเหตุรุนแรงในเขตป่าเขา หันมาก่อเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่องข้างถนนซึ่งบ่อยครั้งตามมาด้วยการปะทะด้วยอาวุธปืน รวมทั้งการก่อเหตุคาร์บอมส์ในเขตเมือง

(If 60,000-plus security personnel assigned to quell the insurgency in Thailand's southernmost provinces are not able to make the distinction between ordinary villagers and separatist militants, then one has to wonder what use a drone would be.
According to recent reports, the Army is eyeing more drones for use in the historically contested region where nearly 7,000 people have died from insurgency-related violence since January 2004.
It is not clear how more drones would strengthen military capability. The Army has said it will use the drones to patrol high-risk areas to replace soldiers and reduce the number of casualties.
The use of drones would make sense if the Thai Army was fighting an enemy that they could identify.
Patani Malay insurgents are not in uniform and do not control any geographical area in the region. Instead, they have captured the mental space of much of the local Muslim population who share the same historical mistrust of the Thai state.
Unlike the previous wave of armed insurgency that surfaced in the 1960s but went under in the late 1980s and early 1990s, the cells of the current wave of insurgents do not position themselves on hilltops and mountains. Indeed, these cells are very much part of the community in which they reside.
Moreover, the theatre of violence is no longer in the remote wooded areas. Roadside bombings that are usually followed by gunfights, as well as car bombs, are often carried out in towns and cities.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/drones-will-be-useless-in-battling-southern-insurgency-the-nation

      ๕.๓ สัปดาห์นี้สื่อมาเลเซียรายงานการจับกุมการลักลอบนำสินค้าผิดกฏหมายข้ามพรมแดนหลายครั้ง
      New Straits Times รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ว่า เจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงชายแดนจับกุมชายไทย ๒ คนซึ่งเป็นพ่อและลูกชายได้พร้อมของกลางน้ำมันพืช ๑,๒๓๔ กิโลกรัม ขณะเตรียมลักลอบนำน้ำมันพืชที่ได้รับการชดเชยราคาโดยรัฐบาลมาเลเซีย เข้าประเทศไทย ทั้งสองพ่อลูกถูกจับกุมได้ที่ Wang Kelien ใกล้ชายแดนไทยทางด้านด่านตรวจคนเข้าเมืองวังประจันต์ จ.สตูล

The Malaysia Border Security Agency (Aksem) had foiled an attempt by a Thai man and his father to smuggle out 1,234 kg of subsidised cooking oil Wednesday.
The duo was arrested separately at Tasik Melati, Wang Kelian within the span of an hour.
ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/nation/2017/10/290381/aksem-foils-father-and-son-attempt-smuggle-subsidised-cooking-oil

            ๕.๓.๑  Bernama รายงานเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์พลจัตวาอับดุล อาซิซ อิสมาอิล เจ้าหน้าที่ทหารได้จับกุมรถยนต์โฟร์วีลและมอเตอร์ไซค์อีก ๒ คัน พร้อมกระสอบ ๔๗ ใบบรรจุใบกระท่อมน้ำหนักรวม ๔๗๐ กิโลกรัม มูลค่าประมาณ ๔๔,๖๕๐ ริงกิต (ประมาณ ๔ แสนบาท) ส่วนคนร้าย ๖ คนทิ้งรถหลบหนีในที่เกิดเหตุ จุดที่จับกุมอยู่ใกล้ชายแดนในรัฐเคดาห์

(The Malaysian Armed Forces (ATM) through the 2nd Border Regiment seized 470 kilogrammes of ketum leaves worth RM44,650 that were believed to be smuggled  to Thailand on Tuesday.  Sixth Brigade Commander Brig Gen Abdul Aziz Ismail said the raid involving a team comprising four ATM personnel and an officer was carried out at the Gubir operation area, Pos Lampara at 5.25pm. “The team on patrol intercepted a four-wheel drive vehicle and two motorcycles and found 47 sacks of ketum leaves. Six individuals fled the scene and left the vehicles after realising the presence of the soldiers,” he said in a statement yesterday. Abdul Aziz said the seized ketum leaves were brought to the Kuala Nerang Police Station for further action.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.themalaymailonline.com/malaysia/article/malaysian-armed-forces-seizes-470kg-of-ketum-leaves#TpcAxMmDAK5m1Akv.97
http://www.bernama.com/bernama/v8/newsindex.php?id=1399548​

            ๕.๓.๒ เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงชายแดนมาเลเซียจับกุมบุหรี่หนีภาษี มูลค่า ๑.๑ ล้านริงกิต ได้ที่ Jerrteh รัฐตรังกานู เมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ขณะจับกุมคนขับรถบรรทุกได้ทิ้งรถหลบหนีไปในป่าข้างทาง
ผู้บัญชาการหน่วยความมั่นคงชายแดนรัฐกลันตัน เปิดเผยว่า บุหรี่หนีภาษีที่จับกุมได้ครั้งนี้เชื่อว่าน่าจะลักลอบขนมาจากประเทศไทย

(The Malaysian Border Security Agency (AKSEM) seized 8,250 cartons of smuggled cigarettes worth about RM1.1 million in unpaid tax in an operation at Jerteh, Terengganu yesterday.  Kelantan AKSEM commander Mohd Asri Yahya said no arrests were made in the 5am operation at Kampung Bahagia, near Jerteh. He said a team from Kelantan AKSEM had spotted a lorry from Pantai Senok headed to Kuala Terengganu and decided to tail it for inspection. However, when the lorry reached at a junction in Kampung Bahagia, the driver abandoned the machine and fled on foot into a forested area. "Upon checking the lorry, the team found 8,250 cartons of cigarettes, believed to have been smuggled in from Thailand," he told a press conference here today)
ที่มาข้อมูล ; https://www.nst.com.my/news/crime-courts/2017/10/290303/aksem-officers-uncover-attempt-smuggle-rm11-million-worth-illicit

            ๕.๓.๓ New Straits Times สื่อมาเลเซียรายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ของอาหมัด ซาฮิด ฮามืดี รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า การทำงานของหน่วยงานความมั่นคงชายแดนมาเลเซีย-ไทย ขาดการประสานการทำงานที่ดี
      เขาบอกว่า จะหยิบยกประเด็นนี้หารือในที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในวันอังคาร (๑๐ ตค)
      รองนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ระบุดด้วยว่า ร้อยละ ๓๕ ของพื้นตที่ชายแดนมาเลเซียมีปัญหาการก่อาชญกรรมข้ามชาติ ในบางพื้นที่จึงมีความจำเป็นต้องติดตั้งรั้วลวดหนาม บางพื้นที่จำเป็นต้องใช้โดรน และกล้องซ๊ซ๊ทีวี

(The lack of coordination among enforcement agencies at the Malaysian-Thailand border will be one of the issues raised at National Security Council meeting next week, said Deputy Prime Minister Datuk Seri Dr Ahmad Zahid Hamidi.  "I will raise the matter in the next meeting on Tuesday. I agree with the Enforcement Agency Integrity Commission (EAIC), who has recently highlighted the issue based on its survey that there was a lack of coordination among the relevant agencies, " he said, adding that some of these agencies included the Armed Forces, police, Anti-Smuggling Unit and the National Anti-Drugs Agency. The deputy prime minister has noted that about 35 per cent of the country’s border was exposed to transnational crimes. "Some areas need (installation of more) fences, while others need drones and closed-circuit television cameras.)
ที่มาข้อมูล ; The deputy prime minister has noted that about 35 per cent of the country’s border was exposed to transnational crimes. "Some areas need (installation of more) fences, while others need drones and closed-circuit television cameras.

     ๕.๔ The Star สื่อมาเลเซีย และ  Straits Times สื่อสิงคโปร์ รายงานเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม อ้างคำให้สัมภาษณ์ของรัฐมนตรีคมนาคมมาเลเซีย ระบุว่า ภายในสิ้นปีปี ๒๕๖๐ หรือต้นปีหน้ารถยนต์ที่จดทะเบียนต่างประเทศทุกครั้งจะต้องติดสติกเกอร์ใบอนุญาตนำรถยนต์เข้าประเทศ ( Vehicle Entry Permit) โดยจะบังคับใช้กับรถยนต์ทุกคันที่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทางภาคใต้ติดกับสิงคโปร์ และภาคเหนือที่ติดกับประเทศไทย
ใบอนุญาตนำรถยนต์ต่างประเทศผ่านแดนเข้ามาเลเซีย ค่าธรรมเนียมใบละ ๒๕ ริงกิต มีอายุ ๕ ปี

(All foreign-registered vehicles coming into Malaysia will soon require a vehicle entry permit (VEP) on top of paying RM20 for the Road Charge (RC), says Datuk Seri Liow Tiong Lai. The Transport Minister added that the RC, which is currently imposed on vehicles entering the country from Singapore, would also apply to the northern border with Thailand either by the end of this year or early next year. Liow also said the VEP would cost RM25 and would be valid for five years.)
ที่มาข้อมูล ; http://www.thestar.com.my/news/nation/2017/10/08/foreignregistered-vehicles-will-need-vep-liow-rc-to-be-implemented-soon-at-msiathai-crossings/
http://www.straitstimes.com/asia/se-asia/foreign-registered-vehicles-will-soon-need-rm25-vehicle-entry-permit-to-enter-malaysia

เกณฑ์ในการอ่านค่าสัมประสิทธิ์กร๊าฟเส้น

ช่วงของค่าสัมประสิทธิ์

ความหมายของค่าสัมประสิทธิ์

มากกว่า 2.00

เพิ่มมาก

1.10 – 2.00

เพิ่มค่อนข้างมาก

0.60 – 1.00

เพิ่มในระดับหนึ่ง

0.10 – 0.50

เพิ่มเล็กน้อย

0.02 – 0.09

เพิ่มเพียงเล็กน้อย

0.00 – 0.01

ค่อนข้างคงที่

(-0.01) – 0.00

ค่อนข้างคงที่

(-0.09) – (-0.02)

ลดเพียงเล็กน้อย

(-0.50) – (-0.10)

ลดเล็กน้อย

(-1.00) – (-0.60)

ลดในระดับหนึ่ง

(-2.00) – (-1.10)

ลดค่อนข้างมาก

น้อยกว่า (– 2.00)

ลดมาก

Comment
Related